ส.ส.พปชร. ชี้ 2 ปัญหาหลักร่างกม.สมรสเท่าเทียม กระทบพรบ.งบฯ-คำวินิจฉัยศาล รธน.

12 ก.พ.2565 - น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.เขตบางซื่อ-ดุสิต พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ให้ครม.นำร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่.. ) พ.ศ. …หรือที่เรารู้จักในนามร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไปพิจารณาก่อนรับหลักการเป็นเวลา 60 วัน ว่า ส่วนตัวได้ปรึกษานอกรอบกับ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมทั้งผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน เพราะอยากสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมที่รับรองโดยกฎหมายอย่างถูกต้อง แต่เจอประเด็นที่ยังมีการถกเถียงโต้แย้งใหญ่ๆ 2 ประเด็น คือ

1.ผลกระทบต่อ พ.ร.บ.งบประมาณฯ เพราะยังไม่มีการขึ้นทะเบียนผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ ทำให้รัฐไม่รู้จำนวนแน่ชัด ส่งผลให้การจัดทำงบประมาณฯ ที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ผลักดันให้ทุกหน่วยงานภาครัฐ จัดทำงบที่คำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ นอกจากนี้ ครม.ได้อนุมัติคู่มือในการจัดสรรงบประมาณที่คำนึงถึงมิติทางเพศ หรือ Gender Responsive Budgeting #GRB เพื่อสนับสนุนความเสมอภาคยิ่งขึ้น สวัสดิการรัฐที่ต้องให้แก่คู่สมรสเพศเดียวกัน แต่กระทรวงการคลัง ยังไม่สามารถกำหนดเพื่อจัดสรรงบประมาณได้

2. ผลของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 20/2564 นอกจากจะส่งผลให้การสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 นั้นยังคงทำได้เฉพาะระหว่างชายกับหญิงอยู่ต่อไป ผลของคำวินิจฉัยดังกล่าว ยังอาจนำไปสู่การตรากฎหมายเพื่อรับรองสิทธิและหน้าที่ของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศในอนาคต อย่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้กล่าวไว้ชัดแจ้งพอสมควรในหน้าที่ 9 ของคำวินิจฉัย ว่า"ความเสมอภาคในการจัดตั้งครอบครัวนั้นสามารถดำเนินการได้ โดยบัญญัติกฎหมายเฉพาะขึ้นมาใหม่เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงกฎหมายหลักที่ได้วางรากฐานความเป็นสถานบันครอบครัวมาตั้งแต่อดีตกาล”

น.ส.ธณิกานต์ ระบุว่า โดย 2 ประเด็นหลักนี้ คงต้องใช้เวลาในการหาฉันทมติและแนวทางการปลดล็อก เพื่อให้เกิด การสมรสเท่าเทียม เช่น อาจต้องจัดการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายลูกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาจมีกระบวนการล่าช้า แต่ด้วยกระแสและความตื่นตัวของสังคมไทยต่อ การสมรสเท่าเทียม อาจช่วยผลักดันให้สิทธิเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการสมรสเท่าเทียมด้วยนั้น เกิดสำเร็จผลได้จริงและรวดเร็วขึ้น มาร่วมผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมทางกฎหมายแก่คนทุกเพศ และให้เกิดสังคมที่ยุติการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง เด็กผู้หญิง และผู้มีความหลากหลายทางเพศ #genderequality

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบคำร้องยื่นศาลฎีกา คดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล แก้ม.112 จับตาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยก่อนหน้านี้คณะก

'พปชร' ใส่พาน 3 นโยบายส่งรัฐบาล รอสัญญาณสิทธิ์เก้าอี้

พปชร.จ่อเสนอ 3 นโยบายให้รัฐบาลพิจารณา เชื่อ ได้ครม.ชุดใหม่ ไม่เกิน 9 เม.ย. ขณะรายชื่อยังอยู่ขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนพรรคจะได้นั่งเก้าอี้ไหน ขอรอรัฐบาลแจ้งอีกครั้ง 

ศาลลงโทษหนัก! คุก 1 ปี 'นครชัย' อดีต สส.ส้ม มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ศาลจำคุก 'นครชัย ขุนณรงค์' อดีต สส.ระยอง 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีเคยติดคุก ขาดคุณสมบัติ-เเจ้งความเท็จ ลงสมัครเลือกตั้งปี 66 ชี้มิให้เป็นเยี่ยงอย่างบุคคลอื่น ก่อนให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

ปิดดีล! 'รัฐบาลภูมิใจไทย' คุม 14 กระทรวง รวบ 'ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1'

“รัฐบาลภูมิใจไทย” ไร้ “กล้าธรรม - ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง” พรรคน้ำเงินครอง 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง 1 ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1 ด้าน “เพื่อไทย” ได้ 5 รมต.-1 รองนายกฯ - 3 รมช.-รองประธานคนที่ 2 ขณะที่ “พลังประชารัฐ” ได้ 1 เก้าอี้ ส่วนใครได้ตำแหน่งใด รอโหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯก่อน จากนั้นเคาะ 100  % ให้เหมาะสมกับสายงาน

พปชร.ประชุมใหญ่สามัญ ‘ตรีนุช’ นั่งหัวหน้า ลั่นพาพรรคเดินหน้าต่อ

ทำการพรรคพลังประชารัฐ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดรักษาการ และสมาชิกพรรค

รอยร้าวใต้ร่มก้าวหน้า! วัฒนธรรมพรรคส้มกับหลุมดำเรื่องเพศ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่สั่งจำคุกผู้สมัคร สส. มหาสารคาม ในคดีมอมยาและข่มขืนหญิงสาว ไม่ใช่เพียงจุดจบของคดีอาญา แต่มันคือการเปิดรอยด่างบนเนื้อผ้าที่เคยดูสะอาดตาของพรรคประชาชนหรือ “พรร