วอน 'ญี่ปุ่น' อย่าต่อลมหายใจให้ 'อันธพาลชายแดน'

13 กันยายน 2568 – ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte” ระบุว่า"วอน “ญี่ปุ่น”...อย่าต่อลมหายใจให้ “อันธพาลชายแดน”!

ใครที่ติดตามปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา คงเห็นชัดว่ากัมพูชาไม่ต่างอะไรจาก “อันธพาล” ประจำอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลังเคลื่อนไหวใกล้แนวชายแดน แอบวางทุ่นระเบิด บุกรุกชายแดนไทย ยั่วยุทหารไทย ปล่อยปัญหาลักลอบเข้าเมือง ค้ามนุษย์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหล่านี้เป็นการไม่เคารพข้อตกลงชายแดน

กัมพูชามักแสดงท่าทีแข็งกร้าวเมื่อเสียเปรียบ แต่เรียกร้องเอาเปรียบเมื่อได้โอกาส... ใช้นโยบาย “ได้เปรียบก็เอา เสียเปรียบก็โวย” สร้างความปั่นป่วนให้เพื่อนบ้านไม่หยุดหย่อน

นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของ “เพื่อนบ้านที่ดี” แต่คือพฤติกรรมของ “อันธพาล” ที่คอยสร้างปัญหาให้คนอื่น

1. ญี่ปุ่นต้องไม่เป็นผู้ใหญ่ที่ตามใจอันธพาล

ญี่ปุ่นในฐานะผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ให้ความช่วยเหลือกัมพูชามาโดยตลอด กำลังพยายามกดดันไทยให้เปิดด่านโดยเร็ว เพื่อปกป้อง Supply Chain (ระบบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าและบริการ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ) และผลประโยชน์ของบริษัทญี่ปุ่น แต่หากญี่ปุ่นเลือก “ช่วยต่อลมหายใจให้กัมพูชา” ก็เท่ากับส่งเสริมพฤติกรรม “อันธพาล” ให้ยิ่งได้ใจ

ถึงเวลานี้ญี่ปุ่นต้องเลือกแล้วว่าจะยืนอยู่ตรงไหน... จะกดดันให้กัมพูชาเลิกพฤติกรรมอันธพาล? หรือจะเลือกเป็นผู้ใหญ่ที่ตามใจ ทำให้อันธพาลได้ใจ?

ญี่ปุ่น... อย่าเผลอตกหลุมพราง ทั้งๆ ที่มีอำนาจต่อรอง ทั้ง ODA (Official Development Assistance ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาอย่างเป็นทางการ) เงินลงทุน และบทบาทในเวทีโลก จึงควรใช้พลังนี้บังคับให้อันธพาลเคารพกติกา

2. ไทยไม่ใช่ “เหยื่อ” ของ “อันธพาล”

ไทยไม่ได้ปิดด่านเพื่อเอาเปรียบ แต่เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคง การปิดด่านคือ “อาวุธการเจรจา” ของไทย หากรีบเปิดด่านโดยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาชายแดนได้ จะทำให้เสียอำนาจการต่อรอง

ไทยไม่ได้ต้องการปิดกั้นการค้า แต่จะเปิดด่านได้นั้น อย่างน้อยจะต้องมีการกำหนดเขตแดนให้เป็นที่ยุติ โดยใช้แผนที่ 1:50,000 ไม่ใช่ 1:200,000

ผมซาบซึ้งใจในความรักชาติของพ่อค้า-แม่ค้า ชายแดนหลายรายที่ให้สัมภาษณ์ว่า “แม้ค้าขายไม่ดี แต่จะยอมอดทนเพื่อความมั่นคงของประเทศเรา ยังไม่อยากให้เปิดด่านตอนนี้”

3. สรุป

ผมไม่เคยลืมบุญคุณของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้ให้ทุนผมไปเรียนระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว แม้ว่าจะเป็นเวลาที่ผ่านมากว่า 4 ทศวรรษแล้วก็ตาม นั่นเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ผมขอเลือกยืนข้างประเทศไทยของเรา

ด้วยเหตุนี้ จึงอยากวิงวอนให้ญี่ปุ่นหันไปกดดันกัมพูชาให้เลิกทำตัวเป็นอันธพาล แล้วกลับตัวมาเป็น “เด็กดี”... ทุกปัญหาจะคลี่คลาย

ขอย้ำไปที่ญี่ปุ่นว่า “อย่าต่อลมหายใจให้อันธพาลชายแดนอีกต่อไป เพราะทุกครั้งที่ยอมตามใจ หลายปัญหาจะยิ่งบานปลาย”
ได้โปรดเถอะ... “Onegai moshiagemasu”!"

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ทบ.แจงศึกชายแดน ปรับแผนหาโดรนรับมือฉุกเฉิน เสธ.ทบ.เผย 3 ทางแก้งบถูกตัด

ผบ.ทบ.ย้อนวันรับมือ“เขมร ”ชี้เกิดขึ้นรวดเร็ว ปรับแผนรับมือหา“โดรน”เร่งด่วนเฉพาะหน้า ก่อนได้งบประมาณประจำปี “

'รังษี' โยงข้อมูลจีน 'เฉินจื้อ' สารภาพ 'ฮุนเซน' ถือหุ้นฐานสแกมเมอร์ ชี้เขมรจ้องยึดเนิน 350 คืน

พลเอกรังษี เปิดข้อมูลจีน เฉิน จื้อ สารภาพ ฮุน เซน ถือหุ้นฐานสแกมเมอร์ 90% ชี้เหตุเขมรจ้องยึดเนิน 350 คืน หวังรักษาผลประโยชน์–เพิ่มแต้มต่อก่อนเจรจา JBC

ไทยดันสันติภาพเมียนมา ผนึกร่วมมือล้างมลพิษแม่น้ำ

วงประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียน เมียนมา – ไทย ผลักดันประเด็นสันติภาพและกระบวนการปรองดอง พร้อมย้ำความร่วมมือแก้ไขมลพิษในแม่น้ำ-การค้าชายแดน และความมั่นคง

ญี่ปุ่นหนุนไทยแก้ปัญหาโลหะหนักข้ามแดน เดินหน้าสร้างเครือข่ายไทย–เมียนมา–สปป.ลาว เฝ้าระวังคุณภาพน้ำและติดตั้งระบบกำจัดสารหนูเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เดินหน้าความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำและการปนเปื้อนของโลหะหนักข้ามพรมแดน

JIC ไทย โต้ 'ฮุน มาเนต' กล่าวหาไทยทำโบราณสถานเสียหาย ย้ำยึดกฎหมายสากล

ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ตอบโต้กรณี "ฮุน มาเนต" กล่าวหาฝ่ายไทยทำโบราณสถานได้รับความเสียหาย ยืนยันไทยปฏิบัติการภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและมุ่งเป้าเฉพาะเป้าหมายท

ครบ'100สนาม'บอลทั่วไทย 'คิง เพาเวอร์'ส่งต่อพื้นที่ยอดดอย-เกาะ-ชายแดน ชูสนามเป็นพื้นที่สร้างคน

ตลอดระยะเวลา10 ปี โครงการ “100 สนามฟุตบอล สร้างพลังเยาวชนไทย” ภายใต้ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ได้เดินหน้าส่งต่อ “โอกาส” และสร้าง “คุณค่า” ให้สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด! ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการส่งมอบสนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาตรฐานสากลครบทั้ง 100 สนามตามเป้าหมาย ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งสนามบนดอย บนเกาะ แม้แต่พื้นที่ชายแดน ไปจนถึงชุมชนห่างไกลที่ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย