4 เดือนเดือด! 'เพื่อไทย' แค้นฝังหุ่นไล่ขยี้ 'นายกฯหนู'

4 เดือนจากนี้ การเมืองร้อนระอุ ‘เพื่อไทย’ พกอารมณ์แค้นฝังหุ่นรุกไล่ ‘นายกฯหนู’ เชื่อยุบสภาตามสัญญา ไม่กล้าตระบัดสัตย์ ปูทางเลือกตั้งครั้งหน้า

22 ก.ย. 2568 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ “รายการประเทศไทยต้องมาก่อน” โดยคาดว่า นับตั้งแต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายย่อมถูกฝ่ายแค้นฝังหุ่นอย่างพรรคเพื่อไทยรุมถล่มอย่างหนัก เพื่อทำลายคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งใหม่

อีกทั้งเชื่อว่า นายอนุทิน จะรักษาสัญญายุบสภาใน 4 เดือน เพราะไม่อยากถูกตราหน้าเป็นพรรคตระบัดสัตย์เหมือนพรรคเพื่อไทย ดังนั้น การรักษาสัญญาจะนำไปสู่อนาคตการเมืองในสนามเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

“ช่วงเวลาไปถึง 4 เดือนนั้น รัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับแรงแค้นฝังหุ่นจากพรรคเพื่อไทยหนักหน่วง ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติการถล่มตั้งแต่นายอนุทินแถลงนโยบายรัฐบาล ขณะเดียวกันพรรคประชาชนย่อมวิจารณ์นโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่เพื่อเปิดพื้นที่ฝ่ายค้านเช่นกัน” นายจตุพร ระบุ

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญหลังจากแถลงนโยบายแล้ว ฝ่ายค้านโดยพรรคเพื่อไทยคงยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจขย่มนายอนุทินอย่างเต็มที่ ดังนั้น สถานการณ์การเมืองช่วง 4 เดือน จึงต้องจัดเต็มกันเพื่อเรียกความเชื่อมั่นและสกัด สส. ไม่ให้โกลาหลย้ายออกจากพรรคหาสังกัดใหม่ในการเตรียมตัวเลือกตั้งครั้งใหม่

“พรรคภูมิใจไทยมีเดิมพันกับอนาคตการเมืองข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ถ้ามีปัญหาขึ้น อาจมีการยุบสภาก่อน 4 เดือนก็ได้ เพื่อเก็บเกี่ยวความนิยมทางการเมืองไว้ไปสู่การเลือกตั้ง”

นายจตุพร กล่าวว่า หลักการเป็นรัฐบาลนั้น ต้องคิดเสมอว่าทุกวันคือการทำงานวันสุดท้ายจึงต้องทำงานกันเต็มที่ ดังนั้น นายอนุทินต้องไม่คิดที่จะอยู่ยาว เพราะจะเกิดอุบัติเหตุการเมืองอย่างคาดไม่ถึง สิ่งสำคัญการทำงานเต็มที่นั้น จะทำให้เกิดผลไปสู่การซื้ออนาคต ดังนั้น นายอนุทิน ย่อมไม่กล้าจะอยู่เกินกว่า 4 เดือน โดยเฉพาะเวลาไปถึง 4 เดือน จะถูกพรรคเพื่อไทยแค้นฝังหุ่นฟาดฟันทั้งในสภาและทำนิติสงครามย้อนรอยเช่นกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ มอบ 'ภราดร' ประสานงานฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลนี้ไม่หนีกระทู้สดแน่นอน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานที่ต้องพึ่งพาจากการนำเข้ามาใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ได้มีประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนมาเป็นโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ดังนั้น นายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ

'จตุพร' แนะ 'อนุทิน' กางแลนด์บริดจ์สื่อสารให้ชัด หวั่นจะเสียค่าโง่แบบตอม่อโฮปเวลล์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ (LIVE) รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชา

'กรวีร์' บอกฝ่ายค้านลดประเด็นการเมือง หลังจี้นายกฯตอบกระทู้ทุกสัปดาห์

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะพ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางครม.เรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าครม.จะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นเดดไลน์

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.