
2 พ.ย.2568-โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า คำถามน่าตอบ ใต้ข่าวสถานการณ์ไทย-กัมพูชา “คนที่เจ็บตายใครรับผิดชอบ? ตกลงปราสาทตาควายนี่ของใคร? หนองจานเอาไงต่อ? เรายึดแผนที่อัตราส่วนไหนแน่?“ ในฐานะที่ทำงานกับข้อมูลและข่าวเหล่านี้ทุกวัน ขอช่วยให้คำตอบค่ะ
#คนที่เจ็บตายใครรับผิดชอบ ?
นอกจากการรับผิดชอบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยรัฐบาลแล้ว ฝ่ายไทยได้มีปฏิบัติการตอบโต้ทางทหารที่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตของทหารฝั่งกัมพูชาหลายพันนาย ย้ำ.. หลายพันนาย .. ซี่งทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องที่ตั้งต้นจากการปะทะที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของทหารกัมพูชา 1 นาย ในเช้าวันที่่ 28 พ.ค. ต่อเนื่องด้วยการเหยียบกับระเบิดของทหารไทย การปิดด่านปิดปราสาทส่งทูตกลับ การเริ่มปะทะและการโจมตีด้วยอาวุธหนักที่สร้างความสูญเสียถึงเขตชุมชน
คนเจ็บคนตายจะเพิ่มจำนวนขึ้นไม่สิ้นสุด หากไม่มีการหยุดยิงในรัฐบาลที่แล้ว ต่อด้วยแนวทางสันติภาพที่เพิ่งลงนามกันไปในรัฐบาลนี้
ความรับผิดชอบที่ดีที่สุดของรัฐบาลในทั้งสองประเทศ คือการทำให้สันติภาพที่แท้จริงกลับคืนมา และไม่ฉวยโอกาสหาเสียงจากการขยายความขัดแย้งโดยมีชีวิตคนเป็นเดิมพัน
#ตกลงปราสาทตาควายนี่ของใคร #หนองจานเอาไงต่อ ?
ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดตามแนวตะเข็บชายแดนที่เป็นข้อพิพาทหรือมีการอ้างสิทธิทับซ้อนกัน แนวทางแก้ปัญหาที่กำลังดำเนินการอยู่ คือการใช้กลไก JBC ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วมสองฝ่ายที่ทำงานทางเทคนิคเพื่อขีดเส้นเขตแดนชั่วคราวอย่างแม่นยำ เมื่อได้ข้อสรุปจากกระบวนการที่เป็นวิทยาศาสตร์แล้ว ใครอยู่ในพื้นที่ผิดฝั่งก็จะต้องถอนกำลังและผู้คนออกไป ซึ่งขณะนี้คณะทำงานกำลังดำเนินการในช่วงหลักหมุดที่ 43-47 บริเวณบ้านหนองจานอยู่
นี่คือสิ่งที่เป็นกติกาภายใต้ MOU43 ซึ่งดำเนินการแก้ปัญหาในพื้นที่ส่วนใหญ่ไปได้แล้ว และกำลังดำเนินการในพื้นที่ส่วนที่เหลืออยู่ แม้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนทางกฎหมายในทั้งสองประเทศ แต่ก็ทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่ไม่มีการปะทะตลอด 25 ปีที่ผ่านมา
#เรายึดแผนที่อัตราส่วนไหนแน่ ?
ปัจจุบันทั้งไทยและกัมพูชาใช้แผนที่ฉบับของตัวเองในการปฏิบัติการทางทหาร ไม่มีใครใช้แผนที่หนึ่งต่อสองแสนที่ถูกอ้างอิงถึงในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของอนุสนธิสัญญาในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นแผนที่ที่ไม่มีพิกัดภูมิศาสตร์ ฉบับที่ไทยใช้เป็นแผนที่ปฏิบัติการอยู่มีอัตราส่วน 1:50000
ภายใต้ข้อตกลงสองฝ่าย ไทยและกัมพูชากำลังร่วมกันทำงานเพื่อให้เกิดแผนที่อัตราส่วน 1:20000 (หนึ่งต่อสองหมื่น) ฉบับที่ถูกต้องฉบับเดียว โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งจะขีดเส้นได้ละเอียดแม่นยำกว่าทุกฉบับที่เคยมีมา
วิธีการที่ใช้ภายใต้กลไก JBC คือ ไปร่วมกันหาหลักหมุดที่เคยถูกปักไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายใต้สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสให้ครบจำนวน แล้วขีดเส้นต่อกันจนครบทุกหมุด ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วเกินครึ่ง ส่วนหมุดไหนที่ถูกย้ายที่ ไม่เป็นไปตามที่ระบุในเอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือสูญหาย ก็จะมีการปักใหม่โดยใช้เทคโนโลยีล่าสุด เช่น ใช้ LIDAR เพื่อหาสันปันน้ำ ก่อนจะมีการขีดเส้นให้เป็นไปตามสนธิสัญญาและอนุสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง
เมื่อดำเนินการจนครบในอนาคต รัฐบาลทั้งสองฝ่ายในเวลานั้นก็จะต้องดำเนินการทางรัฐสภาเพื่อแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศของตน และยืนยันแผนที่ฉบับใหม่ที่ปราศจากข้อพิพาทเรื่องเขตแดน ให้ทั้งสองประเทศได้ยึดถือต่อไป
🇹🇭🇰🇭ล่าสุด ระหว่างที่กำลังแก้ปัญหาระยะยาวเรื่องเขตแดนกันอยู่ด้วยกลไกตามที่อธิบายมา ทั้งไทยและกัมพูชาได้ตกลงแนวทางสันติภาพเพื่อจัดการสถานการณ์ร่วมกันให้ประชาชนทั้งสองประเทศได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ ปราศจากสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการปลดอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิด ร่วมกันปราบอาชญากรรมข้ามชาติ จัดการปัญหาพื้นที่พิพาท งดเว้นการสื่อสารบิดเบือนและกิจกรรมที่สร้างความขัดแย้ง ฯลฯ โดยมีอาเซียนและสหรัฐเป็นสักขีพยาน และประชาคมโลกร่วมสนับสนุน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เสธ.ทบ.บอกไทยจุดประทัด 3 นัดแค่เตือนกัมพูชาอย่าก่อกวนละเมิดข้อตกลง
เสธ.ทบ. แจงเหตุ 'ทหารไทย' จุดประทัดเตือน 'กัมพูชา' 3 นัด เหตุละเมิดข้อตกลง ชี้“ผบ.ทบ.”มอบแนวทางใช้กำลังตอบโต้ระดับต่างๆ ลั่นไทยไม่ยอมให้ 'รบกวน-ก่อกวน' ในพื้นที่ หวั่นทำ ปชช.ตระหนกตกใจ
ทภ.2 ย้ำใช้มาตรการเบา จุดประทัด 3 นัด ทำคณะเขมรร่นถอย
ทภ.2 แจงกัมพูชาพาคณะผู้ช่วยทูตทหารประจำกัมพูชา เข้ามาในบริเวณใกล้พื้นที่อาคารตึกสแกมเมอร์ ที่ตั้งอยู่ใกล้แนวลวดหนามฝ่ายไทย วางกำหนด เขตความปลอดภัย ยันใช้มาตรการเบาจุดประทัด 3 นัด คุมสถานการณ์ ทำคณะเขมรร่นถอย
ทภ.2 สกัดจับชาวเวียดนาม 12 ราย ลักลอบเข้าชายแดนช่องสะงำ ศรีสะเกษ
กองทัพบก ได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 โดยหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี กรณีต
'ซาบีดา' คาดบูรณะปราสาทตาควายใช้เวลา 2 ปี
ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงการบูรณะปราสาทตาควาย ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอ
ใครไม่รู้จักโต! 'โบว์' ซัดเรียกตัวเองนักวิชาการ แต่ด่าสะเปะสะปะ สร้างประเด็นส้มมงคลเป็นอัปมงคล
โบว์ ณัฏฐา ชี้เมื่อปัญญาชนผันตัวไปเป็นเครื่องด่าสะเปะสะปะเสียแล้ว จะหาใครมาร่วมสร้างสังคมอุดมปัญญา

