
11 พ.ย. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง”ในหัวข้อ ปฎิญญาสันติภาพล้มเหลว?
ก่อนหน้านี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาสงบเงียบลงได้ระยะหนึ่ง หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ไปลงนามในปฎิญญาสันติภาพ กับนายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาโดยมีนายอันวาร์ อิบราฮิม ประธานอาเซียน และประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เป็นสักขีพยาน
จากข้อตกลงหรือปฏิญญาสันติภาพ4ข้อ ทุกฝ่ายก็คาดหวังว่า คงจะนำไปปฏิบัติและเกิดสันติภาพขึ้นมาจริงๆ แต่ล่าสุดกลับมีสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น และเป็นประเด็นข่าว นับตั้งแต่การออกมาให้ข่าวของพลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่2 ว่า มีบุคคลลึกลับหรือไอโม่ง สั่งให้หยุดยิง ตั้งแต่เกิดปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาในช่วง 6 ชั่วโมงแรก จนทำให้หลายคนสงสัยและสืบหาว่า ใครกันแน่คือไอ้โม่ง ที่สั่งให้อดีตแม่ทัพภาคที่2 พลโทบุญสินหยุดยิง ตามที่พลโทบุญสินได้พูดไว้
กระแสความเรื่องนี้ยังไม่ได้พบความจริง ยังไม่ปรากฏชัดว่าไอ้โม่งนั้นเป็นใคร ก็เกิดเหตุทหารไปเหยียบกับระเบิดขึ้นมาอีก ได้รับบาดเจ็บขาขาดอีก1คน เป็นขาที่7 สถานการณ์ชายแดนกลับรุนแรง แซงกระแสการปราบแก๊งสแกมเมอร์ขึ้นมาทันที จนนายอนุทินต้องประกาศท่าที เพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดยืนทางการเมืองว่า ไม่สนับสนุนเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น จึงประกาศระงับหรือชะลอการปฎิบัติตามปริญญาสันติภาพ ที่ได้ลงนามกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ถ้าหากพิจารณาปฏิญญาสันติภาพ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ใน4ข้อ ทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาได้ปฏิบัติหรือมีความคืบหน้าเพียงข้อเดียว คือข้อที่1 ให้ถอนอาวุธหนักออกจากชายแดน2ฝ่าย จะเห็นภาพรถถังเก่าๆ2คันของกัมพูชาถอนออกไป ฝ่ายไทยก็ถอนออกไป
ส่วนประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ยังไม่มีความคืบหน้า ยังไม่มีการปฏิบัติใดๆ จนเป็นที่มาของทหารไทยเหยียบกับระเบิดขึ้นจนบาดเจ็บขาขาด รวมไปถึงการปราบแก๊งสแกมเมอร์ ที่ต้องร่วมมือกัน ก็ยังไม่มีแนวทางปฎิบัติ หรือโครงการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมเลย ฝ่ายไทยได้แค่ตั้งบอร์ดปราบแก๊งสแกมเมอร์เท่านั้นเ ยังไม่มีผลในทางปฎิบัติที่เป็นจริง
ส่วนการบริหารพื้นที่ทับซ้อนชายแดน ก็ยังไม่มีการตั้งกรรมการหรือดำเนินการใดๆ ถือว่าปฎิญญาสันติภาพ 4 ข้อ ที่เซ็นกันไว้ ยังไม่มีการนำมาปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์เลย แต่กลับมาเกิดปัญหาความรุนแรงเสียก่อน จนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ประกาศให้หยุดการปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพทันที ในฐานะที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อยู่ อยากจะเสนอไปยังนายอนุทิน ให้ปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว โต้ตอบปรากฏการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น อยากให้นายอนุทินได้ใช้สถานะความเป็นนายกรัฐมนตรี และผู้ลงนามร่วมกันในปฎิญญาสันติภาพ ต้องโทรศัพท์ไปคุยกับนายฮุนมาเนต และต้องแจ้งเหตุสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อนายอันวาร์ อิบราฮิม และประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ที่ร่วมเป็นสักขีพยานในปฏิญญาสันติภาพ ให้ได้รับทราบด้วยก่อนที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อปฏิญญาสันติภาพฉบับนี้ ต้องแจ้งไปยังผู้เกี่ยวข้องให้รับทราบ ก่อนจะปฏิบัติตามแนวทางของรัฐบาลไทยต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โฆษก ทบ. ลั่นไทยยึดข้อตกลงหยุดยิงเป็นหลัก ตอกกัมพูชาอ้าง MOU 43 บังหน้าทั้งที่เป็นฝ่ายละเมิดมาตลอด
กองทัพบกโต้กลับกัมพูชา ย้ำไทยยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง ชี้การปรับปรุงพื้นที่และการก่อสร้างอยู่ในเขตอธิปไตยไทย มุ่งแก้ไขปัญหาชายแดนผ่านกลไกทวิภาคี
กองทัพภาคที่ 1 ผนึกทุกส่วนราชการ เร่งรังวัดที่ดิน ออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านหนองจาน กว่า 70 ไร่
กกล.บูรพา ร่วมกับกรมป่าไม้และกรมที่ดิน จ.สระแก้ว เร่งดำเนินการรังวัดและตรวจสิทธิที่ทำกินให้ชาวบ้าน บ.หนองจาน กว่า 70 ไร่ พร้อมเดินหน้าเร่งสร้างหลุมหลบภัย ล่าสุด ดำเนินการแล้วเสร็จ 38 หลุม
แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม พร้อมรบปกป้องอธิปไตย ชายแดนไทย-กัมพูชา
แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม ยกระดับขีดความสามารถกำลังรบ ชายแดนไทย-กัมพูชา
ไม่ตั้งตู้คอนเทนเนอร์! ทบ. ชี้สภาพภูมิประเทศพื้นที่ซำแต วางแนวรั้วลวดหนามเหมาะสมกว่า
ทบ. ชี้แนวป้องกันพื้นที่ซำแต พิจารณาเครื่องกีดขวางตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศ ปัจจุบันมีการวางลวดหนามตลอดแนว พร้อมจัดกำลังทหารดูแลอย่างต่อเนื่อง
กองทัพบก แจงปรับลดกำลังทหารไทยในบางพื้นที่ชายแดน เป็นไปตามสถานการณ์และวงรอบปกติ
ทบ. แจงปรับกำลังชายแดนตามสถานการณ์ พร้อมวางกำลังทหารดูแล และเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิดย้ำสถานการณ์ไทย–กัมพูชายังไม่น่ากังวล ยังไม่พบสัญญาณยกระดับความขัดแย้ง
สดุดีทหารกล้า! ครอบครัวจัดขบวนแห่รูปปั้น 'ร.ต.ธีรยุทธ กระจ่างทอง' ตั้งบ้านหลังใหม่
ผู้นำชุมชน ครอบครัวและชาวบ้าน ร่วมจัดขบวนแห่รูปปั้น “ร้อยตรีธีรยุทธ กระจ่างทอง” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา นำไปตั้งที่บ้านเกิด ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เพื่อยกย่อง รำลึก สดุดีความกล้าหาญ และเป็นสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจของครอบครัว

