
16 พ.ย.2568-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า สหรัฐอเมริกาประกาศงดการเจรจาภาษีกับไทยชั่วคราว จนกว่าไทยจะกลับมาปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพกับกัมพูชา โดยไม่ได้กล่าวถึงและยิ่งไม่ได้ประณามกัมพูชากรณีเป็นฝ่ายละเมิดปฏิญญา จนทำให้ทหารไทยเสียขาไปเป็นรายที่ 7 จากการลาดตระเวนในเขตไทย แต่อย่างใด
ภาษี Trump นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกมาก่อน ในยุคก่อนภาษี Trump ประเทศที่กำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาส่วนใหญ่ เช่น ประเทศไทย มักตั้งกำแพงภาษีนำเข้า เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ ซึ่งยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากประเทศที่พัฒนาแล้วได้
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่พยายามผลักดันให้มีการเจรจาเพื่อลดการกีดกันทางการค้าของแต่ละประเทศลง ในปี ค.ศ.1947 ได้มีการจัดประชุมเพื่อเจรจาต่อรองลดการกีดกันทางการค้าของแต่ละประเทศ เพื่อนำไปสู่การค้าเสรี เป็นการประชุมที่เรียกว่า GATT หรือ General agreement on Tariffs and Trade ในปีค.ศ.1995 ได้จัดตั้งองค์กรถาวร เรียกว่า World Trade Organization หรือ WTO เพื่อรับสมาชิกและจัดการประชุมเจรจาต่อรองในเรื่องดังกล่าวแทน GATT
จะเห็นว่าสหรัฐอเมริกาในอดีตเป็นประเทศที่พยายามทำทุกอย่างให้เกิดการค้าเสรีขึ้นในโลก นอกจาก WTO ก็ยังได้มีการรวมกลุ่มกันในระดับภูมิภาคเพื่อทำการค้าเสรีแบบไม่มีภาษีนำเข้าซึ่งกันและกันในกลุ่ม เริ่มจาก NAFTA หรือ North American Free Trade Agreement และ AFTA หรือ ASEAN Free Trade Area ทางยุโรป ก็เกิดสหภาพยุโรป หรือ EU (European Union) นอกจากนั้นยังมีการเจรจาตกลงกันแบบทวิภาคี หรือระหว่างประเทศ 2 ประเทศ ที่เรียกว่า ทำ Free Trade Agreement หรือ FTA
อาจเป็นเพราะสหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศที่ขาดดุลการค้ากับประเทศที่เคยเป็นประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ และยังขาดดุลการค้ากับประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นประเทศญี่ปุ่น Trump จึงทำในสิ่งที่ไม่เคยมีประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนใดทำมาก่อน ด้วยการประกาศการกีดกันทางการค้าเสียเอง โดยตั้งกำแพงภาษีที่เรียกว่า Reciprocal Tariffs กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าสำหรับประเทศต่างๆไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการได้เปรียบดุลการค้าของแต่ละประเทศที่เป็นคู่ค้า นอกจากอัตราภาษี ก็ยังมีข้อกำหนดอีกมากมาย เช่น บังคับให้ประเทศนั้นๆต้องซื้อสินค้าของสหรัฐอเมริกา เช่น ต้องซื้อสินค้าการเกษตร ต้องซื้อเครื่องบิน จากสหรัฐอเมริกาเป็นต้น
หลังจากการประกาศอัตราภาษี Reciprocal Tariffs แต่ละประเทศ และเปิดให้เจรจา ประเทศต่างๆยกเว้นจีนและรัสเซียล้วนศิโรราบ วิ่งเข้าหาสหรัฐเพื่อเจรจาภาษี ไทยเราก็เป็นประเทศหนึ่งที่วิ่งเข้าเจรจาและได้รับอัตราภาษี 19% และมีเงื่อนไขบังคับให้ซื้อสินค้าจากสหรัฐอเมริกายาวเป็นบัญชีหางว่าว ในอัตราภาษีนำเข้า 0%
เมื่อสหรัฐอเมริกานำเรื่องอัตราภาษีมาบีบไทยให้กลับเข้าสู่ปฏิญญาสันติภาพกับกัมพูชา ซึ่งเคยทำมาแล้วเพื่อบีบให้ไทยและกัมพูชา ลงนามหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยปฏิบัติตามอย่างว่าง่ายและฉับพลัน โดยไม่มีการต่อรองใดๆทั้งสิ้น ซึ่งความจริงอัตราภาษี Trump กับกรณีพิพาทระหว่างไทยกัมพูชา เป็นคนละเรื่องกัน ไม่ควรนำมาเกี่ยวกันอย่างสิ้นเชิง แต่ไทยก็ยอม
ครั้งนี้ ดูท่าทีของนายกรัฐมนตรี แม้ในการแถลง 11 ข้อ จะไม่ชัดนัก แต่ก็คงไม่ยอมโอนอ่อนต่อการกระทำของสหรัฐอเมริกาซึ่งไม่เป็นธรรมด้วยประการทั้งปวงเช่นนี้ ไม่เป็นธรรมทั้งการปฏิบัติต่อไทยและกัมพูชา และไม่เป็นธรรมทั้งอัตราภาษี ถ้าจะเป็นธรรมจริงๆ อัตราภาษีต้องเป็น 0% ทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ 19% กับ 0% ไม่ใช่อัตราภาษีตามอำเภอใจของ Trump ดังนั้นต้องไม่ยอมและสภาหอการค้า และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก็ควรให้การสนับสนุนการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี และร่วมมือกันกับรัฐบาลเพื่อหาตลาดอื่น และพัฒนาสินค้าไทยให้เป็นที่ต้องการของโลก โดยไม่ต้องพึ่งตลาดสหรัฐอเมริกา
ขอเชียร์ให้นายกรัฐมนตรียึดมั่นในความถูกต้อง ไม่ยอมก้มหัวให้ประเทศมหาอำนาจ จัดการกับกัมพูชาให้จบให้ได้ หากทำได้โอกาสที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง จะเท่ากับ 100%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดือด! 'อนุทิน' ตอก 'ณัฐวุฒิ' ชวนคนเผาบ้านเผาเมือง ลั่น ไม่แปลกปลุกชาตินิยม ไม่ใช่ 'พรรคภูมิใจต่างประเทศ'
'อนุทิน' ตอกกลับ 'ณัฐวุฒิ' ใครกันแน่ ที่ไม่รักชาติ ชวนคนเผาบ้านเผาเมือง ลั่น ไม่เห็นแปลกปลุกกระแสชาตินิยม บอกนี่ พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่พรรคภูมิใจต่างประเทศ ไม่ใช่หลานอังเคิล
'อนุทิน' โปรยยาหอมประชุมสมาคมแม่บ้านมหาดไทยบอกอยากพบกันอีกไม่ว่าอยู่บทบาทไหน!
นายกฯ เปิดประชุมใหญ่สามัญสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ชื่นชมเป็นหลังบ้านที่เข้มแข็ง สร้างความมั่นคงให้ครอบครัวมหาดไทย หวังได้พบกันอีก ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทสถานะใด
ลั่นปลด 'หมอสุภัทร' ไม่เกี่ยวภูมิใจไทยเซ็งถูกไปโยงการเมือง
'อนุทิน' ลั่นปลด 'หมอสุภัทร' ไม่เกี่ยวภูมิใจไทย เชื่อถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปโยงการเมือง ยันไม่เคยสั่งการ-ไม่มีนโยบายปลดเจาะจงขรก. เชื่อไม่กระทบคะแนนเสียง
'อนุทิน' โยน กกต.คุ้ยเรื่องเบิกเงินสดไม่กล้าจุ้นเดี๋ยวถูกครหาแทรกแซง
'อนุทิน' ชมผู้ว่าฯแบงก์ชาติตรวจเข้ม หลังพบมีการเบิกเงินสดสูงผิดปกติช่วงเลือกตั้ง แนะแบงก์อาจต้องจำกัดการเบิก ชี้หน้าที่ กกต.ตรวจสอบ ลั่นหากนายกฯ เข้าไปก้าวก่ายอาจเจอครหาใช้อำนาจไม่เป็นธรรม
'เทพไท' ถึงกับมึน! นายกฯ-กกต.ไม่รู้ว่ามีการซื้อเสียง
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช

