'นักวิชาการ' ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยน้ำท่วม 'หาดใหญ่' ปัญหาและแนวทางแก้ไข

29 พ.ย.2568- ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยน้ำท่วม อ. หาดใหญ่ ปัญหาคืออะไร? และแนวทางแก้ไขควรเป็นอย่างไร?

1.ปัญหาที่พบจากการรับมือ
1.1.ระบบรวมศูนย์อำนาจ: การตัดสินใจและปฏิบัติการของส่วนกลางโดย ตรงจะทำให้การรับมือภัยพิบัติล่าช้า โดยหลักการแล้วจะต้องมีศูนย์บัญชา การภัยพิบัติที่ส่วนกลาง โดยมีประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ(กนช) เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งก็คือท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกที่ได้รับมอบหมาย และทำการสื่อสารกับประชาชนเพียงหน่วยเดียว ขณะที่ในพื้นที่จะต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชา การเหตุการณ์และนายกองค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ช่วยเพื่อเตรียมจัดทำแผน เตรียมการ แผนสื่อสาร แผนเผชิญเหตุ แผนอพยพ แผนฟื้นฟู โดยต้องลงรายละเอียดเป็นระดับ Action plan ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร?

1.2.ขาดความเอกภาพ: การประสานงานระหว่างหน่วยงานระดับต่างๆ ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน. สทนช หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องน้ำท่วมของประ เทศโดยมีกนช.เป็นคณะกรรมการระ ดับชาติในการตัดสินใจ รวบรวม ประ เมินสถานการณ์ต่างๆในพื้นที่ที่อาจจะประสบภัยโดยข้อมูลมาจากหน่วยงานต่างๆที่อยู่ในกรรมการ เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้น เมื่อได้ข้อมูลจะต้องประมวลผล ว่าจะมีความเสี่ยงที่ใด ระดับไหน จะต้องแจ้งเตือนและให้คำปรึกษาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยต้องตั้งทีมที่ปรึกษาลงไปช่วยเหลือ แต่ครั้งนี้ การประเมินผลในการวิเคราะห์ปริมาณน้ำและสถานที่ที่จะได้รับผลกระทบค่อนข้างไม่ชัดเจน เพียงแต่บอกว่าฝนจะตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ให้ระวังจะเกิดน้ำท่วมหนักในช่วงวันที่ 19 ถึง 25พย.68 ขณะที่จังหวัดก็ไม่ได้มีการเตรียมการรับมือด้วยความประมาทเลินเล่อ เพราะคิดว่าหาดใหญ่คงถูกน้ำท่วมและจะสา มารถระบายได้เร็วเหมือนปีก่อนๆ จึงไม่ได้ตั้งศูนย์บัญชาการระดับจังหวัดหรือเรียกว่า EOC (Emergency Operation Center)และไม่ได้เตรียมแผนรับมือที่ชัดเจน

1.3.ระบบแจ้งเตือนภัยถึงประชาชน แต่ไม่ชัดเจน : การสื่อสารข้อมูลจากหน่วยงานรัฐไม่ชัดเจนและไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง Cell Broadcast ทำงานถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนถึง 90% แต่การแจ้งเตือน บอกแต่เพียงว่าฝนตกหนัก เก็บของขึ้นสูง เตรียมการอพยพ แต่ไม่ชัดเจนว่าอพยพที่ใด เส้นทางไหน เมื่อไหร่?

1.4.ประชาชนไม่ตื่นตัวพอ : จากการแจ้งเตือนจากภาครัฐไม่ชัดเจน และไม่เน้นมากพอว่าน้ำท่วมระดับใดจึงจะให้ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้าน ไปพักพิงที่ใด เนื่องจากไม่เคยมีการฝึกซ้อมและบอกประชาชนให้ปฏิบัติตามแผนดังกล่าว ความรุนแรงของน้ำท่วมครั้งนี้มากกว่าที่เคยประสบมาทำให้หลายคนไม่เตรียมพร้อมและอพยพไม่ทัน.

1.5..การพัฒนาเมืองส่งผลกระทบ: การก่อสร้างที่รุกล้ำลำน้ำทำให้น้ำไหลได้ไม่สะดวกและระดับน้ำสูงขึ้น. ผังเมือง หาดใหญ่มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเต็มเมือง รวมทั้งมีถนนที่ขวางทางน้ำ ขณะที่ไม่มีพื้นที่ซับน้ำเหลืออยู่เลย ต้องพึ่งของอู่ตะเภาและคลองร.1อย่างเดียว จึงทำให้ถูกน้ำท่วมได้โดยง่าย

2.ข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไข
2.1.กระจายอำนาจให้จังหวัด : ให้จังหวัดมีส่วนร่วมและเป็นผู้นำในการจัดการภัยพิบัติโดยตรงและต้องเชื่อมโยง และประสานข้อมูลร่วมกับศูนย์ภัยพิบัติ ส่วนกลางโดยปฏิบัติตาม พ.ร.บป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย2550 หาก สถานการณ์รุนแรงมาก จังหวัดจัดการไม่ไหว ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้บัญชาการภัยพิบัติโดยตรง สามารถสั่งทุกหน่วยงานให้มาร่วมแก้ไขปัญหา

2.2.ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ : ทำให้ปัญหาน้ำท่วมเป็นวาระสำคัญทั้งระดับชาติและท้องถิ่นโดยบูรณาการการจัด การทั้งสองระดับ:
ระดับบน: สั่งการที่เป็นเอกภาพและชัดเจน.
ระดับล่าง: พัฒนาแผนการจัดการโดยมีที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและเร่วมแก้ไขปัญหา

2.3.การแจ้งเตือนภัย:
สร้างองค์กรที่ประชาชนเชื่อมั่นเพื่อเป็นช่องทางแจ้งเตือนภัยที่ชัดเจนโดยต้อง
แจ้งข้อมูลปริมาณน้ำ ระดับน้ำ ระยะเวลาท่วมขัง และจุดเสี่ยงภัยให้ประชา ชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลเป็นระยะๆ รวมทั้งเมื่อถึงจุดวิกฤตก็ต้องบอกว่าอพ ยพไปที่ใด จุดไหน อย่างไร?

2.4.จัดการผังเมืองควบคู่ไปกับการจัดการผันน้ำ:
สำรวจพื้นที่รุกล้ำลำน้ำและที่ดินเสี่ยง.
สร้างแก้มลิงหรือคลองผันน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ

2.5 สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประ ชาชนในพื้นที่:
จัดทำแผนความรู้ให้ชุมชน ร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ,เตรียมเครื่องมือและกำหนดจุดอพยพที่ชัดเจน.

2.6 ฟื้นฟูสภาพจิตใจ: เหตุการณ์กลับ มาสู่ปกติ นักจิตวิทยาควรเข้ามาช่วยเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยหลังน้ำลด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝนถล่มต่อเนื่อง! อุตุฯ เตือน 4 ภาคเสี่ยงฝนหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่จากอิทธิพลร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ขอประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่

อุตุฯ เตือนฝนตกหนัก 44 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน

อุตุฯ ประกาศเตือน 'แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์' ขนาด 8.2 ลึก 10 กม.

นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง "แผ่นดินไหวที่ Mindanao, Philippines" ฉบับที่ 1/2569 โดยมีใจความว่า

อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 34 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน