'บวรศักดิ์' แถลงตั้งอนุกรรมการ 5 คณะ ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยหาดใหญ่

"บวรศักดิ์" แถลงตั้ง 5 อนุกรรมการ ถอดบทเรียนรับมือมหาอุทกภัย แก้ครบวงจร ตั้งแต่พยากรณ์-เตือนภัย-เยียวยา ทำระบบให้ใช้ได้ทุกพื้นที่ รายงานผลทุก 2 สัปดาห์ เผยนำทีมกรรมการ ลงดูหน้างานจริง 6 ธ.ค. หวังคนหาดใหญ่นอนหลับ สบายใจ

4 ธันวาคม 2568 - เมื่อเวลา 12.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะกรรมการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 ว่า การประชุมครั้งนี้เนื่องจากเกิดเหตุขึ้นแล้วในอดีตจึงอยากสร้างระบบให้ประชาชนหาดใหญ่นอนหลับ ในปีหน้าต้องไม่เกิดเหตุแบบนี้อีก และหากการถอดบทเรียนครั้งนี้ใช้ได้ก็สามารถนำไปใช้ที่อื่นได้ทั้งหมด และเพื่อให้รู้ว่าหากเกิดเหตุขึ้นแบบนี้อีกใครจะต้องทำอะไรอย่างไร โดยหลังเสร็จการถอดบทเรียนครั้งนี้จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) ว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต โดยได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 5 คณะ 1.คณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมในการรับภัยจะดูเรื่องพยากรณ์อากาศ วิเคราะห์ว่าจะเกิดอุทกภัยขนาดไหน และจะมีระบบเตือนภัยอย่างไร โดยจะให้เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธาน

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า 2.คณะอนุกรรมการป้องกันและลดผลกระทบดูแลเรื่องการอพยพ โรงพยาบาล ระบบสาธารณสุข และสาธารณูปโภคทั้งหลาย รวมถึงการสื่อสารที่ต้องไม่ให้ล่ม ไม่ใช่ว่ามีแต่ระบบไฟฟ้า แต่ต้องมีระบบไว้แบ็คอัพ โดยให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน 3.คณะอนุกรรมการในภาวะฉุกเฉิน ดูแลเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย การขอความร่วมมือจากกองทัพและส่วนราชการทั้งหลาย ซึ่งต้องอาศัยคนที่มีทรัพยากร จึงจะขอให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธาน 4.คณะอนุกรรมการจัดการหลังเกิดภัย ดูแลการเยียวยา การจัดการขยะ ทำความสะอาด และดูแลสุขภาพจิต โดยจะให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และ5.คณะอนุกรรมการ ชุดประสานงาน โดยตนจะเป็นผู้ดูแลเอง จะดูเรื่องของเอไอและแพลตฟอร์มที่จะนำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูลปัญหาอื่นๆของคณะอนุกรรมการทั้งหมด เพราะหากทุกคนต่างคิดค้นแอปพลิเคชันขึ้นมาประชาชนจะสับสนไม่รู้จะใช้อันไหน แต่หากมีแพลตฟอร์มกลางจะใช้ได้ที่เดียว

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ในวันเสาร์ที่ 6 ธ.ค.นี้ตนจะเชิญกรรมการ ถอดบทเรียนฯลงไปดูพื้นที่จริงว่าหากปีหน้าน้ำมาเราจะป้องกันอย่างไร ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการลงพื้นที่หาดใหญ่วันดังกล่าวด้วยเช่นกัน และหวังว่างานของคณะกรรมการฯชุดนี้จะเสร็จภายใน 3 เดือน และเสนอต่อ ครม. เพื่อกำหนดการเตรียมความพร้อมรับมือในอนาคต ให้คนหาดใหญ่สบายใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ที่ผ่านมามีแผนรับมือภัยพิบัติอยู่แล้ว นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า เราต้องถอดบทเรียนว่าทำไมถึงไม่มีการซ้อม และทำไมศูนย์อพยพถึงไม่แน่ชัด พอส่งสัญญาณให้ประชาชนอพยพไปยังที่ปลอดภัย ประชาชนก็ถามว่าที่ไหนคือที่ปลอดภัย โดยจุดที่เป็นจุดบกพร่องเราก็ต้องถอดบทเรียน หรืออย่างเช่นประชาชนบางคนไม่อพยพ เพราะกลัวทรัพย์สินในบ้านหาย ดังนั้นต้องทำให้เขามั่นใจว่าทรัพย์สินจะไม่หาย ต้องดูทั้งสิ่งที่สำเร็จและเป็นปัญหา

เมื่อถามว่า อะไรคือโจทย์ใหญ่ที่สุดจากการถอดบทเรียนครั้งนี้ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ทั้ง 5 คณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้น คือ โจทย์ใหญ่ เพราะไม่มีสูตรสำเร็จ ซึ่งปัญหามีหลายเรื่องและคนในพื้นที่ และข้าราชการทำอย่างเต็มที่ โดยวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค.นี้ จะขอพบกับผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และขอประชุมกับเจ้าหน้าที่ สตง. ภาคใต้ ว่าช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ความบกพร่องของท่าน ต้องไม่ให้เป็นงานของเรา ทั้งนี้หากไม่ได้เป็นเรื่องของการทุจริตแต่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ก็ควรจะเข้าใจสถานการณ์

เมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาหน้างานที่ดีขึ้นหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ก็อยู่ในข้อเสนอเหล่านี้

เมื่อถามว่าจะต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะอย่างคลอง ร.1 ก็ใช้มานานแล้ว โดย นายเสรี ศุภราทิตย์ กรรมการถอดบทเรียนฯ กล่าวว่า ในอนุกรรมการทุกชุดที่ตั้งขึ้นมาต้องไปตรวจสอบดูว่าในแต่ละแผนไม่คิดกิจกรรมอะไรที่สำเร็จหรือเป็นช่องว่าง เช่นปัญหาเรื่องคลอง ร.1 ก็อยู่ในอนุกรรมการ ชุดที่สอง ที่ต้องไปดูว่าสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานรับได้หรือไม่ ก็จะมีคำตอบอยู่ในนั้น

จากนั้นนายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการอาจจะพิจารณาจัดทำเป็นคู่มือสำหรับประชาชน เพื่อให้คำแนะนำว่าหากเกิดสถานการณ์ระดับเบื้องต้น ระดับกลาง หรือระดับอพยพ ประชาชนต้องเตรียมตัวอย่างไร หรือจะต้องอพยพไปที่ไหน เช่น จะต้องเตรียมเสื้อชูชีพหรือของยังชีพที่อยู่ได้ 3 วัน รวมถึงต้องมีโซล่าเซลล์เพื่อสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ในบ้านด้วย

นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า จะต้องบูรณาการแก้ไขกฎหมาย เช่น รู้ว่าเหตุน่าจะเกิด แต่ประกาศไม่ได้ แบบนี้ก็ควรจะต้องแก้กฎหมาย หรือ ควรจะมีกฎหมายที่หากเกิดเหตุความจำเป็นในลักษณะแบบนี้ ก็ควรจะมีกฎหมายที่ยกเว้นระเบียบได้ เช่นในเรื่องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะให้คณะอนุกรรมการแต่ละชุดรายงานการทำงานทุก 2 สัปดาห์

เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดนี้ จะลงพื้นที่ในจังหวัดอื่นด้วยหรือไม่ เพราะยังมีพื้นที่อื่นที่ เกิดปัญหาน้ำท่วมขังมา 5-6 เดือนแล้ว นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ประสบภัยทั่วประเทศมีหลายแห่ง ลักษณะภัยอาจจะคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกัน เพราะน้ำท่วมในบางพื้นที่ชาวบ้านก็รู้ และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต แต่จะกระทบต่อการทำมาหากิน เช่น ทุ่งนา ไร่ หรือสัตว์เลี้ยง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องดูแล แต่ในกรณีหาดใหญ่ถือเป็นภัยที่ผิดปกติ จึงต้องถอดบทเรียนไว้ใช้ในอนาคต เพราะหากเกิดภัยขึ้นอีก ก็สามารถหยิบคู่มือมาทำตามได้

ด้านนายแก้วสรร อติโพธิ กรรมการ ถอดบทเรียนฯ กล่าวยกตัวอย่างว่า กรณีของประเทศญี่ปุ่นเกิดอุบัติภัยในลักษณะนี้ ต้องมีการประเมินผลถอดบทเรียน และนำไปปรับปรุงทำให้บ้านเมืองมีความเจริญและเดินไปได้ อย่าไปมองเพียงว่ารัฐบาลหาเสียงหรือแก้ตัว เพราะหากใครเป็นรัฐบาลก็ต้องทำเรื่องนี้ ซึ่งญี่ปุ่นจะออกเป็นปกขาวทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสึนามิ โรงไฟฟ้าปรมาณู หรืออุทกภัยก็ต้องทำหมด ซึ่งงานนี้ตนยินดีจะช่วยและทุกคนก็พร้อมจะช่วย ขณะที่ประชาชนก็ต้องเตรียมตัวด้วย เช่น ประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ต้องมีเสื้อชูชีพติดบ้าน

นายแก้วสรร กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ขอให้เลิกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องของจำนวนผู้เสียชีวิต แต่ควรมาคิดว่าเราจะแก้ไขปัญหาได้ดีกว่านี้หรือไม่ เช่น การเตือนภัยล่วงหน้าก่อน 5 ชั่วโมง สามารถทำได้หรือไม่ เป็นเพราะข้อมูลไม่เพียงพอหรือว่าฮาร์ดแวร์ไม่มีหรือไม่ หรือขาดการประสานงาน เราควรจะไปดูในเรื่องของเนื้องาน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ.บุญส่ง' แพร่บทความ Political accountability : แค่ 'ผายลมมารดาเจ้า' ของนักการเมือง

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง Political accountability: แค่“ผายลมมารดาเจ้า”ของนักการเมือง มีเนื้อหาดังนี้

'ประชาคมแพทย์' จัดหนัก 7 อันดับ ความล้มเหลวเรื่อง 'ความรับผิดชอบ' ของการเมืองไทย

ทีมการเมือง ประชาคมแพทย์ เผยแพร่การจัดอันดับ Worst Political Accountability เคสการเมืองไทย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ ระบุว่า

ฝนเริ่มซา เทศบาลหาดใหญ่ขึ้นธงเขียว สถานการณ์น้ำเข้าสู่ภาวะปกติ

ภายหลังเมื่อวานนี้ (18 ธ.ค. 68) มีฝนตกลงมาต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่งผลให้เทศบาลนครหาดใหญ่ต้องประกาศระดับการแจ้งเตือน “ยกธงเหลือง” ในหลายจุดเสี่ยงน้ำท่วม อาทิ ถนนสามสิบเมตร ถนนศุภสารรังสรรค์ ถนนธรรมนูญวิถี ถนนประชาธิปัตย์

เรื่องราวทีมงานด่านหน้าของทรู ที่ทุ่มเททำงานด้วยหัวใจ เพื่อให้ทุกสัญญาณเชื่อมต่อกันในวิกฤตอุทกภัยภาคใต้

วิกฤตน้ำท่วมภาคใต้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและชีวิตผู้คน แต่ยังตัดขาดการสื่อสารในหลายพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ยังมีทีมงานด่านหน้าของทรูที่ทุ่มเททำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ไม่เพียงดูแลเครือข่าย แต่ยังทำให้ทุกสัญญาณยังสามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกันได้ เพื่อให้ทุกคนสามารถติดต่อ รับข่าวสาร และส่งความห่วงใยถึงกันได้ในช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุด

'อนุทิน' ระวัง! ติดกับดักตัวเอง ปมคำถามประชามติ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี วางกับดักตัวเอง ในการส่งคำถามประชามติของคณะรัฐมนตรี