กองทัพภาค 2 รายงานสถานการณ์ 'เนิน 350' ไทยระดมยิงหนัก ทหารเขมรอ่อนล้าอาจต้านไม่ไหว

18 ธันวาคม 2568 - ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 น. ดังนี้

สถานการณ์ พื้นที่ช่องอานม้า : ฝ่ายเราปฏิบัติการเชิงรุกตามแผน ฝ่ายกัมพูชาละทิ้งพื้นที่ ปัจจุบันทำการเสริมความมั่นคง และจัดระเบียบใหม่ ณ ที่หมาย บริเวณขอบหน้าผา

พื้นที่โดนตรวล – ซำแต – สัตตะโสม – พนมประสิทธิโส – ช่องตาเฒ่า : ฝ่ายกัมพูชา ใช้เครื่องยิงลูกระเบิด และปืนใหญ่ตลอดทั้งวัน ฝ่ายเราทำการยิงตอบโต้ด้วยปืนเล็ก และใช้ปืนใหญ่ยิงต่อต้านปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชา

พื้นที่ผามออีแดง – ห้วยตามาเรีย : มีการปะทะเป็นระยะๆ ฝ่ายกัมพูชาใช้ปืนเล็กยาว เครื่องยิงลูกระเบิด รถถัง โดรนทิ้งระเบิด และโดรนพลีชีพ FPV โจมตีฝ่ายเรา โดยฝ่ายเราได้ใช้เครื่องยิงลูกระเบิด ปืนใหญ่ ยิงทำลายเป้าหมาย และปฏิบัติตามแผนอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่ภูมะเขือ – ช่องโดนเอาว์ – พลาญยาว - พลาญหินแปดก้อน : มีการปะทะกันอย่างหนาแน่น ฝ่ายกัมพูชาพยายามเข้าตี เพื่อยึดคืนพื้นที่ มีการใช้โดรนทิ้งระเบิด โดรนพลีชีพ FPV ต่อกำลังฝ่ายเรา กำลังพลฝ่ายเราปลอดภัย

พื้นที่ช่องคลาคะมุม : ฝ่ายเราทำการยึดครองพื้นที่ได้เพิ่มเติม และกำลังปฏิบัติตามแผน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่

พื้นที่ช่องกร่าง – ตาเมือน – ตาควาย - บริเวณเนิน 350 : มีรบปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายเราระดมยิงอย่างหนัก ทำให้กำลังพลฝ่ายกัมพูชาที่เพิ่มเติมเข้ามา กว่า 160 คน ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ในส่วนกำลังพลที่ประจำการอยู่เดิม มีความอ่อนล้า ขาดน้ำ และมีการรายงานว่า อาจต้านทานไม่ไหว ขอให้หน่วยเหนือยิงสนับสนุนในทันที และบางจุดได้สั่งให้กำลังพลถอนตัวไปด้านล่าง ทำให้การต่อต้านฝ่ายเราในห้วงเวลาเบาบาง ส่วนหน่วยรถถังของกัมพูชา มีการสั่งการว่า “ห้ามเคลื่อนย้ายหากไม่มีคำสั่ง” ฝ่ายกัมพูชาอาจต้องการใช้เพื่อยิงสกัดกั้น ในภารกิจคุ้มครองกำลังที่กำลังถอนตัว

หน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ปิดล้อมตรวจค้นชุมชนบริเวณพื้นที่ตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ เนื่องจากที่มีคำสั่งของอำเภอภูสิงห์ ให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวฯ แต่ยังคงมีประชาชนพักอาศัยอยู่บริเวณชุมชนตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ และคาดว่าจะมีประชาชนชาวกัมพูชาอาศัยอยู่ จึงร่วมกันเข้าตรวจค้นโกดังสินค้า ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พบชายสัญชาติไทย กับภรรยาสัญชาติกัมพูชาเป็นเจ้าของ

ผลจากการตรวจค้น พบเงินสดจำนวน 11,031,150 บาท และทองรูปพรรณ 33 รายการ โดยเจ้าตัวอ้างว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการค้าขายสินค้าในพื้นที่ตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ เจ้าพนักงานได้ทำการอายัดเงินเพื่อตรวจสอบ และให้เจ้าตัวนำหลักฐานการค้าขายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

ขอแจ้งเตือนประชาชน และทหารทุกนาย งดการไลฟ์สด งดโพสต์ และงดแชร์ข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ การทางทหาร รวมถึงสถานการณ์ในพื้นที่การรบ ทั้งที่เป็นภาพ คลิปวิดีโอ บทสนทนา หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ยังไม่ผ่านการกลั่นกรองจากหน่วยงาน เพื่อความปลอดภัยของกำลังพล และเพื่อไม่เปิดช่องให้ข้อมูลด้านยุทธการรั่วไหล การปฏิบัติตามมาตรการนี้ คือการปกป้องชีวิตของเพื่อนทหารในแนวหน้า และรักษาความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ของชาติ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษก ทบ. ลั่นไทยยึดข้อตกลงหยุดยิงเป็นหลัก ตอกกัมพูชาอ้าง MOU 43 บังหน้าทั้งที่เป็นฝ่ายละเมิดมาตลอด

กองทัพบกโต้กลับกัมพูชา ย้ำไทยยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง ชี้การปรับปรุงพื้นที่และการก่อสร้างอยู่ในเขตอธิปไตยไทย มุ่งแก้ไขปัญหาชายแดนผ่านกลไกทวิภาคี

กองทัพภาคที่ 1 ผนึกทุกส่วนราชการ เร่งรังวัดที่ดิน ออกเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านหนองจาน กว่า 70 ไร่

กกล.บูรพา ร่วมกับกรมป่าไม้และกรมที่ดิน จ.สระแก้ว เร่งดำเนินการรังวัดและตรวจสิทธิที่ทำกินให้ชาวบ้าน บ.หนองจาน กว่า 70 ไร่ พร้อมเดินหน้าเร่งสร้างหลุมหลบภัย ล่าสุด ดำเนินการแล้วเสร็จ 38 หลุม

ไม่ตั้งตู้คอนเทนเนอร์! ทบ. ชี้สภาพภูมิประเทศพื้นที่ซำแต วางแนวรั้วลวดหนามเหมาะสมกว่า

ทบ. ชี้แนวป้องกันพื้นที่ซำแต พิจารณาเครื่องกีดขวางตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศ ปัจจุบันมีการวางลวดหนามตลอดแนว พร้อมจัดกำลังทหารดูแลอย่างต่อเนื่อง

กองทัพบก แจงปรับลดกำลังทหารไทยในบางพื้นที่ชายแดน เป็นไปตามสถานการณ์และวงรอบปกติ

ทบ. แจงปรับกำลังชายแดนตามสถานการณ์ พร้อมวางกำลังทหารดูแล และเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิดย้ำสถานการณ์ไทย–กัมพูชายังไม่น่ากังวล ยังไม่พบสัญญาณยกระดับความขัดแย้ง

สดุดีทหารกล้า! ครอบครัวจัดขบวนแห่รูปปั้น 'ร.ต.ธีรยุทธ กระจ่างทอง' ตั้งบ้านหลังใหม่

ผู้นำชุมชน ครอบครัวและชาวบ้าน ร่วมจัดขบวนแห่รูปปั้น “ร้อยตรีธีรยุทธ กระจ่างทอง” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา นำไปตั้งที่บ้านเกิด ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เพื่อยกย่อง รำลึก สดุดีความกล้าหาญ และเป็นสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจของครอบครัว