ความจริงที่อยู่เบื้องหลังสงครามไทย-กัมพูชา สงครามหมากล้อมระหว่างจีนและลุงแซม

19ธ.ค.2568- ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เรื่อง ความจริงที่อยู่เบื้องหลังสงครามไทย-กัมพูชา มีเนื้อหาดังนี้

ถ้ามองสถานการณ์แบบผิวเผิน ก็อาจดูเป็นเพียงแค่ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเท่านั้น แต่ถ้ามองอย่างลึกซึ้ง จะเห็นถึงปัจจัยทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผิวเผินดูเป็นแค่สงครามไทย-กัมพูชาธรรมดาในปัญหาเรื่องการกระทบกระทั่งรุกรานดินแดน แต่ความจริงเกี่ยวข้องกับมหาอำนาจและผลประโยชน์ในท้องทะเล

เมื่อมองลึกซึ้งระดับราก จะเห็นสงครามหมากล้อมระหว่างจีนและลุงแซม ลุงแซมพยายามทุกวิถีทางในการปิดล้อมจีน หลายปีก่อนลุงแซมหวังให้ทั้งอาเซียนเป็นหมากปิดล้อมจีน แต่ทว่าอาเซียนก็ไม่ได้เป็นเอกภาพขนาดนั้น และความสัมพันธ์ของแต่ละประเทศที่มีต่อจีนและลุงแซมก็ต่างกันไป การแทรกแซงทั้งอาเซียนจึงไม่เป็นผล ทำให้ลุงแซมต้องแทรกแซงทีละประเทศให้ยืนข้างลุงแซม
นอกจากฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักที่แนบแน่นของลุงแซมมาโดยตลอด ในห้วงสงครามไทย-กัมพูชาครั้งนี้ ถึงได้เห็นว่าทางมาเลเซียก็ทำตัวเป็นลูกไล่ของลุงแซมอย่างชัดเจน ออกหน้าออกตาช่วยลุงแซมบีบไทย แล้วก็มุ่งที่จะบีบไทยมากกว่ากัมพูชาเสียด้วย ทั้งๆ ที่กัมพูชาเป็นฝ่ายรุกรานไทยก่อน ราวกับว่าลึกๆ ทางลุงแซมและมาเลเซียต่างก็เข้าข้างกัมพูชาอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนจีนก็พยายามผูกมิตรกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนเหมือนกัน ถ้าย้อนไปในห้วงเวลาก่อนหน้านี้ จะพบว่าสำหรับกัมพูชา จีนถึงขนาดเข้าไปลงทุนมากมาย แต่ทว่ากัมพูชาก็มีจังหวะพลิกไปเข้ากับลุงแซมด้วย โดยทางกัมพูชาจงใจให้มหาอำนาจหนึ่งเข้ามาแทรกแซงช่วยตนในความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่มีกับไทย หวังเส้นเขตแดนที่จะแย่งชิงขุมทรัพย์ในทะเล แล้วทางลุงแซมก็โผล่มา

ทีนี้มาดูปัจจัยระดับภูมิภาคที่ยังคงเกี่ยวเนื่องกับปัจจัยระดับโลก ซึ่งจะอธิบายทุกอย่างได้ชัดเจนที่สุด นอกจากลุงแซมจะต้องการปิดล้อมจีน ก็ยังต้องการทรัพยากรธรรมชาติในอ่าวไทยด้วย เพราะปิโตรเลียมทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในสงครามใหญ่ หากลุงแซมเกิดจะรบกับจีนขึ้นมาจริงๆ อ่าวไทยจึงเป็นภูมิรัฐศาสตร์ชั้นดีทั้งในการปิดล้อมและสูบพลังงาน

ดังนั้น ลุงแซมจำต้องได้สามประเทศที่รายล้อมอ่าวไทยถึงจะแผ่อำนาจเหนืออ่าวไทยสำเร็จ ปัจจุบันดูเหมือนว่ามาเลเซียและกัมพูชาจะไปทางลุงแซมแล้ว เหลือแต่ไทยที่ฝ่ายความมั่นคงยังขวางเพื่อรักษาเขตแดนและอธิปไตยทั้งบนบกและในทะเล รวมถึงรักษาความเป็นกลางโลก ทำให้แผนแบ่งเค้กกับกัมพูชาครึ่งๆ ผ่านนักการเมืองฉ้อฉลล้มไป ในหนนี้ลุงแซมจึงใช้พรรคสุนัขรับใช้และเครือข่ายสามนิ้วขี้ข้าบีบไทยจากภายใน

ดร.ศุภณัฐ
18 ธันวาคม พ.ศ. 2568
#ประชาธิปไตยTheseries by ดร.ศุภณัฐ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทนายนกเขา' กระทุ้งรบ.จัดการชาวยิวกว่า 4 แสนคนอยู่ในไทย หวั่นขยายพื้นที่ชิงชังอิสลาม

'นิติธร' จับตายิวกว่า 4 แสนคนอยู่ในไทย ยึดพื้นที่ ครอบครองเกาะส่อตั้งรกรากยาว จี้ รบ.อย่าอ้ำอึ้งรีบแจ้งให้กระจ่าง หวั่นระยะยาวลากไทยเข้าพัวพันสงครามอิหร่าน หวั่นสถานการณ์ภาคใต้จะรุนแรงขึ้น เพื่อขยายพื้นที่ชิงชังอิสลาม

'พรรคส้ม' อ้างถูกแฮ็กฐานข้อมูลสมาชิก แต่ไม่ไปแจ้งตำรวจ สงสัยกุเรื่องกลบเกลื่อนความผิด

สืบเนื่องจาก พรรคประชาชน ทำข้อมูลสมาชิกพรรคกว่า 8 หมื่นรายหลุดสู่สาธารณะ โดยโพสต์ข้อความแจ้งสมาชิกพรรคประชาชนถึงความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาต

'ดร.สุวิทย์' แนะจัดทัพ ครม. อนุทิน 2.0 ฝ่าโลกระส่ำ ต้องจัดตาม 4 คลัสเตอร์เชิงยุทธศาสตร์

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง จัดทัพ ครม. อนุทิน 2.0 ฝ่าโลกระส่ำ มีเนื้อหาดังนี้

'ยุทธพร' วิเคราะห์ยุทธศาสตร์อนุทิน รับมือวิกฤตตะวันออก-กลาง เน้นเป็นกลาง รักษาดุลการทูต

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์บทบาทของนายกรัฐมนตรีไทย ต่อสถานการณ์ความขั

ถาม 'พรรคส้ม' เหตุไม่ยอมร่วมรัฐบาลกับภท.ไม่ได้รับ 'ใบอนุญาตที่ 2' จาก 'ธนาธร' ใช่หรือไม่

ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ “ดร.นิว” นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า