
23 ม.ค. 2569- รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง พรรคใด...ทำเพื่อทหารชั้นผู้น้อย?! มีเนื้อหาดังนี้
ใกล้วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 พรรคการเมืองน้อยใหญ่พร้อมใจชูหลากหลายนโยบายเพื่อประชาชน แต่ยังไม่ปรากฎว่า มีพรรคการเมืองใดแสดงวิสัยทัศน์เพื่อสร้างวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีการใช้งบประมาณเกินตัวมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ มีความไม่สมดุลระหว่างการใช้จ่ายกับการจัดเก็บรายได้ของรัฐ เรียกทางวิชาการว่าการขาดดุลงบประมาณ
การชูนโยบายของพรรคการเมืองในลักษณะลดแลกแจกแถม ท้ายที่สุดจะเป็นภาระของคนไทยทุกคน เนื่องจากต้องมีการจัดเก็บภาษีอากรเพื่อนำมาเป็นงบประมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มที่นักการเมืองหลายพรรคมีแนวคิดจะดำเนินการ แต่มิได้ประกาศเป็นนโยบายเพื่อให้ประชาชนรับทราบในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
การจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการทะยานสูงขึ้น ส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง
เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น พรรคการเมืองที่เสนอตัวมาบริหารประเทศควรชูนโยบายลดการใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดภาระทางการคลัง ซึ่งส่วนที่สามารถดำเนินการได้เลย ไม่ต้องเกรงว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบ คือ การลดเงินเดือนของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา ลดเบี้ยประชุมของกรรมาธิการและคณะกรรมการอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันได้รับเงินค่าตอบแทนในระดับสูงหลายทาง ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับบุคคลที่ทำหน้าที่อันสำคัญให้กับประเทศชาติ เช่น ทหารแนวหน้าซึ่งเสี่ยงตายเพื่อทำหน้าที่พิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ
เมื่อพิจารณาระเบียบปัจจุบันของพลทหารพบว่า ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ 1,630 - 4,870 บาท (ขึ้นอยู่กับระดับชั้นปีของทหารกองประจำการ) โดยพลทหารที่ปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพื่อป้องกันประเทศจะได้รับเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติมวันละ 240 บาท
อย่างไรก็ดี ระเบียบกำหนดให้มีการหักเงินจากเบี้ยเลี้ยงเพื่อไปทำอาหาร เรียกว่า ค่าประกอบเลี้ยงในอัตรา 70 บาทต่อวัน (ประมาณ 23 บาทต่อมื้อ) ดังนั้น พลทหารที่อยู่หน้าแนวชายแดนไทย-กัมพูชาจึงมีเงินเบี้ยเลี้ยงเหลือสูงสุดเพียงวันละ 170 บาท เท่านั้น
ในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบันมีรายได้รวมเดือนละ 113,560 บาท แบ่งเป็นเงินเดือนประจำตำแหน่ง 71,230 บาท เงินเพิ่ม 42,330 บาท นอกจากนี้ การปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมาธิการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ยังได้รับเบี้ยประชุมเพิ่มเติมครั้งละ 1,500 บาท สูงสุดจำนวน 3,000 บาทต่อวัน อีกทั้งยังมีการใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อเป็นค่าอาหารให้กับบุคคลเหล่านี้อีกจำนวน 300 บาทต่อมื้อต่อคน และค่าอาหารว่าง 50 บาทต่อมื้อต่อคน
นอกจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังสามารถเบิกค่าเดินทางโดยเครื่องบิน Taxi ฯลฯ ในการมาประชุมกรรมาธิการหรือประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่การเดินทางของทหารชั้นผู้น้อยจากภูมิลำเนามายังฐานปฏิบัติการหน้าแนวไทย-กัมพูชา ต้องจ่ายด้วยเงินส่วนตัว แม้เป็นรถไฟชั้น 3 รถตู้ หรือมอเตอร์ไซค์
น่าสนใจว่า เมื่อปี 2568 ยังมีการแก้ไขระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา เพื่อเพิ่มเงินเดือนผู้ช่วยและคณะทำงานฯ มีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. 69 ซึ่งส่งผลให้งบประมาณแผ่นดินต้องทะยานสูงขึ้น
อาทิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คน จะมีผู้เชี่ยวชาญประจำตัวจำนวน 1 อัตรา ได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ 28,800 บาท ผู้ชำนาญการประจำตัวจำนวน 2 อัตรา ได้รับค่าตอบแทนในอัตราคนละ 18,000 บาทต่อเดือน และผู้ช่วยดำเนินงานจำนวน 5 อัตรา ได้รับค่าตอบแทนในอัตราคนละ 18,000 บาทต่อเดือน
นั่นคือ สภาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 1 ราย จะใช้เงินงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชนในการมีผู้ช่วยทำงานคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 154,800 บาทต่อเดือน รวมสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินเฉพาะในส่วนนี้เกือบ 1,400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งยังไม่นับรวมเงินค่าตอบแทนของคณะทำงานทางการเมือง
แท้จริงแล้วในยุคกรีกเริ่มต้น งานการเมืองคืองานอาสา เป็นการทำหน้าที่โดยไม่มีค่าตอบแทน ในภาวะที่ประเทศมีความอ่อนแอทางการคลัง จึงเป็นโอกาสดีที่พรรคการเมืองซึ่งส่งสมาชิกลงสมัครเพื่อเป็นผู้แทนปวงชน จะได้แสดงจุดยืนโดยการชูนโยบายตัดค่าอาหารกลางวัน ค่าอาหารว่าง ของสมาชิกรัฐสภา รวมถึงยกเลิกหรือลดเบี้ยประชุมกรรมาธิการฯ ของตนเอง ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ทหารชั้นผู้น้อยได้รับ ซึ่งนอกจากจะทำให้มีงบประมาณเหลือในการจัดสรรให้เป็นค่าอาหารสำหรับพลทหาร ยังเป็นแบบอย่างให้กับข้าราชการประจำทุกระดับว่า การเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหมายถึง ผู้ที่ต้องเสียสละเพื่อประเทศชาติและประชาชน หาใช่การเข้ามาเพื่อแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ หรือออกนโยบาย/แก้กฎหมายเพื่อให้ตนเองและพวกพ้องได้รับประโยชน์แต่อย่างใด!
***ภาพประกอบน้ำใจของคนไทยที่แม้เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่ก็ยังทุ่มโถมแรงกายแรงใจจัดส่งเสบียงอาหารให้ทหารหน้าแนวที่เสียสละความสุขส่วนตน และท้ายที่สุดเสียสละได้แม้ชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้ให้คนไทยทุกคน***
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นโยบาย 'เพี้ยน' ขัดรัฐธรรมนูญ ขัดกฎหมายระหว่างประเทศ กับความเงียบงันของ กกต.
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง นโยบาย “เพี้ยน” กับความเงียบงันของ กกต. มีเนื้อหาดังนี้
ยังไม่เข้าตา! 'กษิต' ชี้ 'หน.พรรค-แกนนำ' ดีเบตหาเสียง ขาดความแหลมคม ไม่รู้ปัญหาสังคมไทยจริง
อดีตรมว.ต่างประเทศ บอกเท่าที่ได้ติดตามสดับตรับฟังการรณรงค์หาเสียง การร่วมอภิปราย ของบรรดาหัวหน้าพรรคและแกนนำแล้ว ยังไม่มีความประทับใจ
กกต. ขึงขัง! สกัดขายฝัน 'ประชานิยม' ตั้ง คกก.คุมเข้มนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง 69
กกต.ลั่นคุมเข้มนโยบายประชานิยมหาเสียง ตั้ง คกก.ตรวจสอบเงินที่ใช้-วิเคราะห์ผลกระทบ ชี้ชัดอินฟลู-ยูทูปเบอร์ สมัคร สส.ไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ไม่เป็นเจ้าของ-ถือหุ้นสื่อ เป็นผู้ใช้สื่อ
'อดีตสว.' เสนอทำประชามติทางอ้อม พรรคการเมืองชูนโยบาย ควรคงไว้หรือยกเลิก MOUทั้ง 2 ฉบับ
'คำนูณ' เสนอพรรคการเมือง ประกาศเป็นนโยบายหลักในการรณรงค์หาเสียงว่าควรให้คงไว้หรือยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ อาจพอพูดได้ว่าเป็นการออกเสียงประขามติทางอ้อมผ่านการเลือกตั้ง

