
28 ม.ค. 2569- เพจ ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความ เรื่อง ใครคือไอ้โม่งสั่งปลด หมอสุภัทร???? มีเนื้่อหาดังนี้
กรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติ 4 ต่อ 3 ปลดนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในข้อหาจัดซื้อเอทีเคสำหรับตรวจโควิด-19 ในโครงการแพทย์ชนบทบุกกรุง เมื่อ พ.ศ. 2564 ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง นั้น กรณีดังกล่าว นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะประธาน อ.ก.พ. สาธารณสุข ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาเรื่องนี้ ชี้แจงว่า เป็นการประชุมประจำเดือนตามปกติ ไม่มีการกลั่นแกล้ง เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนวินัย และตนไม่ทราบมาก่อนว่า นายแพทย์สุภัทร ลาออกไปสมัครรับเลือกตั้ง สส.สงขลา
เรืองนี้ จริงเท็จ ประการใด??
ข่าววงในจากกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นคำสั่งตรงจากผู้มีอำนาจเหนือนายพัฒนา
พร้อมพัฒน์ ให้เร่งประชุมพิจารณาเรื่องนี้ โดยมีธงให้ต้องลงโทษวินัยร้ายแรงโดยเร็วในช่วงนี้สถานเดียว
เรื่องนี้พิจารณาไม่ยาก!!!
ประการแรก เป็นไปได้หรือที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีสาธารณสุข จะไม่รู้ว่านายแพทย์สุภัทร ลาออก ไปสมัคร สส. ที่สงขลา โดยพรรคของนายพัฒนา ก็ส่งผู้สมัครคนสำคัญลงแข่งที่นั่น อีกทั้งนายพัฒนา สังกัดพรรคภูมิใจไทย
ประการที่สอง ข้อเท็จจริงเรื่องการเร่งรัดประชุมพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องตรวจสอบได้ไม่ยาก เพราะก่อนประชุมวันเดียว เรื่องนี้ยังไม่ได้จัดเป็นวาระเข้าพิจารณา แต่มีการบรรจุวาระในบ่ายวันนั้นเอง หากนายพัฒนา ยอมให้มีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานอย่างโปร่งใส ความจริงย่อมจะปรากฏ
ประการที่สาม มติของ อ.ก.พ. สาธารณสุขในเรื่องนี้ ออกมา 4 ต่อ 3 โดยเสียงข้างมาก 4 เสียง
มาจากผู้ที่ถูกสั่งได้ทั้งสิ้น ตามภาพที่ 2 ที่ทำเนียบ ได้แก่ (1) นายพัฒนาเอง (2) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (3) นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต (4) พญ.อัมพร เบญจพรพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย คนใกล้ชิดของเจ้านายนายพัฒนา ซึ่งวันนั้นติดประชุมอยู่ที่จังหวัดตรัง ต้องใช้วิธีประชุมผ่านซูมเข้ามาลงคะแนนให้ได้เป็น “เสียงข้างมาก” ขณะที่ 3 เสียงเห็นแย้ง เป็นบุคคลภายนอก ที่ไม่ยอมถูกสั่งซ้ายหันขวาหัน ซึ่งหนึ่งในนั้น เป็นผู้แทนจาก สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นองค์กรกลางบริหารข้าราชการพลเรือนของประเทศ มีหน้าที่ในการรักษาระบบคุณธรรมของระบบราชการโดยตรง
ประการที่สี่ กรณีสอบสวนวินัยร้ายแรงนายแพทย์สุภัทร เกิดจากนายแพทย์สุภัทร ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบทออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐมนตรีสาธารณสุขในขณะนั้น คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หลายเรื่อง ได้แก่ (1) คัดค้านนโยบายกัญชาเสรี (2) วิจารณ์การจัดซื้อเอทีเคของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งแพงเกินเหตุ (3) วิจารณ์การจัดซื้อวัคซีนประสิทธิภาพต่ำจำนวนมากเกินความจำเป็น ซึ่งสภาพัฒน์ก็คัดค้านด้วย ทำให้วัคซีนเหล่านั้นถูกส่งไปให้หมดอายุ และต้องทำลายทิ้งที่โรงพยาบาลอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวนมาก ผลทำให้ นพ.สุภัทร ถูกสั่งย้ายลดฐานะจาก ผอ.โรงพยาบาลจะนะ ไปเป็น ผอ.โรงพยาบาล สะบ้าย้อย ซึ่งผู้ตรวจราชการกระทรวงที่ถูกบังคับให้ออกคำสั่งย้าย พยายามทัดทาน ก็ถูกข่มขู่ว่า ถ้าไม่ย้าย นพ.สุภัทร ก็จะถูกย้ายเอง และก็ถูกย้ายจริงๆ โดยผู้ตรวจคนใหม่มาเป็นผู้ออกคำสั่งย้าย นพ.สุภัทร
ประการที่สี่ นายแพทย์สุภัทร ได้ต่อสู้ว่าการจัดซื้อเอทีเค ถูกต้องตามหนังสือสั่งการของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ตามหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2 / ว 115 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 ซึ่งเป็นการปลดล็อคการจัดซื้อพัสดุเพื่อแก้ปัญหาการระบาดใหญ่ของโควิด-19 โดยกรมบัญชีกลางได้ออกข่าวด่วน ฉบับที่ 50/2563 วันที่ 27 มีนาคม 2563 เรื่อง “กรมบัญชีกลางปลดล็อคแนวทางการจัดซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อป้องกัน ควบคุมรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019”
นอกจากนี้ นพ.สุภัทร ยืนยันว่า เอทีเค ที่จัดซื้อมีคุณภาพสูง ราคาน่าจะถูกกว่าที่กระทรวงจัดซื้อ โดยขอให้คณะกรรมการสอบสวนเปิดเผยราคาที่กระทรวงจัดซื้อ แต่คณะกรรมการก็ไม่ยอมเปิดเผย มุ่งเอาผิด เพื่อจะลงโทษให้ได้
ประการที่ห้า ตามปกติ เรื่องวินัยร้ายแรง ของข้าราชการ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของ อ.ก.พ.กระทรวง จะผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน คณะกรรมการกลั่นกรองได้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว มีความเห็นให้สอบสวนเพิ่มเติม แต่คณะกรรมการสอบสวนยังไม่มีการสอบสวนเพิ่มเติม เรื่องก็ถูกสั่งให้เข้าสู่การพิจารณาของ อ.ก.พ. กระทรวง และมีมติออกมาดังกล่าว
ประการที่หก มติ 4 ต่อ 3 นี้ ผู้แทน ก.พ. ใน อ.ก.พ. กระทรวง ได้ขอนำไปพิจารณาดำเนินการตามมาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนซึ่งเขียนไว้ว่า “ในการดำเนินการของ อ.ก.พ. กระทรวง ....หากผู้แทน ก.พ. ซึ่งเป็นกรรมการใน อ.ก.พ. กระทรวงดังกล่าวเห็นว่าการดำเนินการของผู้บังคับบัญชา หรือ อ.ก.พ.กระทรวงเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือปฏิบัติไม่เหมาะสม ให้รายงาน ก.พ.เพื่อพิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณีต่อไป และเมื่อ ก.พ.มีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามที่ ก.พ.มีมติ...”
เรื่องนี้ น่าจะต้องพาดพิงไปยังผู้สั่งการเหนือนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ซึ่งการเข้ามา “ยุ่งเกี่ยว” กับเรื่องนี้ เข้าข่ายเป็นการละเมิด “ประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2564” ในข้อ 9 ซึ่งกำหนดว่า “ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ โดยอย่างน้อยต้องดำรงตน ดังต่อไปนี้ .... (3) ไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมือง เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ การดำเนินงาน การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน และการดำเนินการทางวินัย หรือการให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ...”
เรื่องนี้คงไม่จบแค่รัฐมนตรีสาธารณสุขเท่านั้น
รอติดตามต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แก้วตา' ซัดพรรคส้มส่ง 'เท้ง' ชิงนายกฯ เล่นละครการเมือง รู้เต็มอกไม่มีทางชนะ แค่หวังปั่นอารมณ์มวลชน
น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การที่พรรคประชาชนส่ง “เท้ง” ลงชิงโหวตนายกฯ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางชนะ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพว่า “ฉันได้สู้แล้ว” และหวังเก็บกระแส
'นางแบก' ตอกพรรคส้มวิปริต ลั่นเพื่อไทย 'ขาน' ชื่ออนุทิน ไม่ใช่ 'คราง'
น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือ “แขก คำผกา” พิธีกรชื่อดัง ซึ่งสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ทำไมพรรคส้มถูกล้อ เรื่อง ’คราง‘ ชื่ออนุทิน ?
มติพรรคประชาชน ส่ง 'เท้ง' ชิงเก้าอี้นายกฯ
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชนกล่าวถึงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติส่งรายชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ส่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นการยืนยันว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1
เรื่องใหญ่มาก! ผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร์ แนะสมาชิกพรรคส้ม ลงบันทึกประจำวัน ทำบัตรปชช.ใหม่ด้วย
นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain โพสต์ข้อความว่า
'ลอรี่ 'จี้ 'พรรคส้ม' รับผิดชอบทำข้อมูลสมาชิกรั่ว ยุ 8 หมื่นราย รวมตัวฟ้องคดีแบบกลุ่ม
นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ หรือ ลอรี่ อดีตผู้สมัครสส.กทม.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
สุดอึ้ง! พรรคประชาชน เพิ่งขออภัย ข้อมูลส่วนตัวสมาชิกรั่วไหลมาแล้ว 17 วัน
เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า เรียนแจ้งสมาชิกพรรคประชาชนถึงความพยายามของบุคคลภายนอกในการเข้าถึงฐานข้อมูลของพรรคโดยไม่ได้รับอนุญาต แนวทางการยกระดับความปลอดภัยของระบบที่พรรคดำเนินการไปแล้ว และมาตรการแก้ไขเยียวยาเพื่อป้องกันความเสี่ยง

