'เทพไท' ชำแหละสันดานนักการเมือง 3 กลุ่ม!

04 ก.พ.2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ชำแหละ สันดานนักการเมือง” ระบุว่า จะขออนุญาตพูดถึงปรากฏการณ์ทางการเมืองของนักการเมืองในยุคนี้ ที่มีการแข่งขันทางการเมืองสูง ต่างฝ่ายต่างหวังจะเอาชัยชนะ และเป็นการเลือกตั้งที่มีกลุ่มทุนสีเทา กลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ หรือกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมากที่สุด จึงทำให้เห็นปรากฏการณ์หรือภาพลักษณ์ของนักการเมืองเปลี่ยนไป จนหลายคนกล่าวถึงตัวนักการเมืองยุคนี้ว่า ไม่ใช่นักการเมืองมืออาชีพ ไม่ใช่นักการเมืองที่แท้จริง แต่เป็นนักเลือกตั้งต่างหาก ที่ฉวยโอกาสทางการเมืองในฤดูกาลการเลือกตั้ง จึงทำให้เห็นภาพของนักการเมือง หรือนักเลือกตั้งใน 3 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มนักการเมือง หรือที่เรียกกันว่านักเลือกตั้ง เป็นกลุ่มนักการเมืองที่ไม่ได้คิดถึงอุดมการณ์ และไม่มีอุดมการณ์ทางการเมือง ต้องการจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งไปสมัครสังกัดพรรคการเมืองที่เห็นว่ามีโอกาสที่จะได้รับเลือกตั้ง มีความพร้อมทั้งกระสุนดินดำและอำนาจรัฐ ก็อยากจะลงสมัครในนามพรรคนั้น แต่เมื่อที่นั่งของผู้สมัครเต็ม หรือพรรคนั้นไม่ต้องการ หรือมีบุคคลอื่นที่เหมาะสมกว่า นักการเมืองกลุ่มนี้ก็ไปหาพรรคการเมืองอื่นอีก ซึ่งอาจจะอยู่ในกลุ่มการเมืองขั้วเดียวกัน หรือกลุ่มการเมืองคนละขั้ว คนละอุดมการณ์ก็ไม่เกี่ยง ขอให้ตัวเองได้ลงสมัคร จึงเห็นนักการเมืองกลุ่มหนึ่งเร่หาพรรคลงสมัคร จากพรรคนี้ไปพรรคนั้น แล้วก็ไปพรรคโน้นทในที่สุดจนหาพรรคที่สังกัดจนได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง จะเห็นนักการเมืองบางคน เปลี่ยน 3-4 พรรค ก่อนจะถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง แบบนี้เขาจะไม่เรียกว่านักการเมืองอาชีพ หรือนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ เป็นได้แค่นักเลือกตั้งเท่านั้น

2.กลุ่มนักการเมืองที่ไม่คิดถึงอุดมการณ์ คิดถึงแต่โอกาสที่จะได้รับเลือกตั้งเป็น สส.เท่านั้น นักการเมืองกลุ่มนี้หรือนักเลือกตั้งกลุ่มนี้ จะหาพรรคสังกัดที่มีเงินทุนสูง ถ้ามีเงินทุนมากก็จะไปสมัครในนามพรรคนั้น เพราะการเลือกตั้งในครั้งนี้มีการใช้เงินที่สูงมาก ตั้งแต่เรื่องการซื้อคะแนนเสียง จนมาถึงการบริหารจัดการพื้นที่ หรือรวมไปถึงการจัดเวทีปราศรัยล้วนแล้วแต่ต้องใช้เงินทุนทั้งนั้น การจัดเวทีปราศรัยต้องใช้เงินทุนครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทถึง 3 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหาเสียงด้วยซ้ำไป การจัดพิธีปราศรัยฟอร์มใหญ่ 1 ครั้ง ใช้เงินสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ผู้สมัคร สส.ได้ใช้ จึงทำให้นักการเมืองกลุ่มนี้เร่หาพรรคการเมืองที่พร้อมสนับสนุนหรือซัพพอร์ตเงินทุน และจะใช้ทุนเป็นหลักในการหาเสียง

3.กลุ่มนักการเมืองที่เคยเป็นอดีต สส.ที่ต้องการย้ายพรรค นักการเมืองกลุ่มนี้ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีมูลค่ามีค่าตัวราคาสูง สามารถเล่นตัวโก่งค่าตัวได้ จะเห็นนักการเมืองกลุ่มนี้ ย้ายพรรคจากพรรคเล็กไปพรรคใหญ่ โดยไม่เกี่ยงเรื่องอุดมการณ์ ไม่เคยเห็นนักการเมืองที่ย้ายจากพรรคใหญ่ไปพรรคเล็กเลย หรือย้ายจากพรรคที่มีทุนสนับสนุนจำนวนมากไปอยู่พรรคเล็กที่เน้นอุดมการณ์ จะเห็นนักการเมืองกลุ่มนี้ เป็นนักการเมืองที่ได้มาโดยการใช้ทุน ใช้เงินจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องหาพรรคการเมืองสนับสนุนเงินทุนในการเลือกตั้งให้มากกว่าครั้งที่ผ่านมา และจะหาพรรคการเมืองสนับสนุนเงินทุนที่มากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ต่างอะไรกับหมาล่าเนื้อ เพราะนักการเมืองกลุ่มนี้เคยใช้เงินเป็นบันไดไปสู่ตำแหน่ง สส. จำเป็นต้องใช้ต่อ หยุดไม่ได้ เมื่อเคยใช้แล้วถ้าหยุดใช้เงิน กลับมาเน้นเรื่องอุดมการณ์ ประชาชนจะตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมาเคยซื้อเสียง แต่ทำไมครั้งนี้ไม่ซื้อเสียง ในที่สุดก็จะไม่ได้รับการเลือกตั้ง

จากภาพลักษณ์ของนักการเมือง 3 กลุ่มนี้ เป็นภาพของนักการเมืองในยุคปัจจุบัน ที่เรียกกันว่า เป็นนักเลือกตั้ง ไม่สามารถเรียกว่า “นักการเมืองมืออาชีพ” หรือ “นักการเมืองอุดมการณ์”ได้ และตราบใดที่เงินยังเป็นปัจจัยชี้ขาด และกลุ่มทุนสีเทาเข้ามามีบทบาททางการเมือง เราจะหานักการเมืองอุดมการณ์ นักการเมืองที่ต่อสู้ด้วยจุดยืนทางการเมือง ปราศจากเงินทุนไม่ได้เลย และประเทศไทยก็จะมีแค่นักเลือกตั้ง จะไม่มีนักการเมืองอาชีพ หรือนักการเมืองอุดมการณ์อีกต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เทพไท ชำแหละคลิปหลุด 'นักการเมืองระดับชาติ' คุย 'นักการเมืองท้องถิ่น' มีผลกระทบคะแนนเลือกตั้งแน่

เทพไท ชี้เนื้อหา3ข้อในคลิปหลุดเป็นประเด็นทางการเมือง ที่ฝ่ายมีส่วนได้เสียนำมาขยายผลในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง