
7 มี.ค.2569-ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า ภาพรวมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่อาจเรียกว่า “วิกฤตพลังงาน” แต่เป็นเพียงช่วงเวลาที่รัฐบาลต้องใช้มาตรการบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อประคองสถานการณ์ไม่ให้กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมากเกินไป
ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากสถานการณ์โลก เนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น หลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญแรงกดดันด้านพลังงานเหมือนกัน ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาสถานการณ์ภายในประเทศ ยังไม่พบสัญญาณของภาวะขาดแคลนพลังงานที่รุนแรง เช่น การหยุดชะงักของระบบขนส่ง หรือการจำกัดการใช้น้ำมันในวงกว้าง โดยยังเห็นการใช้ชีวิตของประชาชนเป็นไปตามปกติ รถยนต์ยังวิ่งเต็มท้องถนน ระบบเศรษฐกิจยังเดินหน้าได้ เพียงแต่มีบางกลุ่มที่เริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจำเป็นต้องเข้าไปดูแล
นักรัฐศาสตร์ผู้นี้มองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังใช้เครื่องมือเชิงนโยบายหลายด้านเข้ามาบริหารสถานการณ์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อประคองไม่ให้ราคาพลังงานในประเทศพุ่งขึ้นตามตลาดโลกอย่างรวดเร็ว
มาตรการที่เห็นได้ชัดในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ การสั่งการให้บริหารจัดการสต๊อกน้ำมันภายในประเทศอย่างใกล้ชิด การใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยดูแลเสถียรภาพราคา การขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันให้ช่วยชะลอการปรับราคา รวมถึงการบริหารจัดการการส่งออกน้ำมันบางประเภท เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือด้านนโยบายอีกหลายมาตรการที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้เพิ่มเติมได้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ เช่น การปรับลดภาษีน้ำมัน การจัดหาแหล่งพลังงานจากภูมิภาคอื่น การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน ไปจนถึงการบริหารคลังสำรองพลังงานของประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นกลไกที่ช่วยให้รัฐบาลยังมีพื้นที่ในการบริหารสถานการณ์
“จากภาพรวมที่เห็น รัฐบาลไม่ได้ปล่อยให้สถานการณ์เดินไปเอง แต่กำลังใช้เครื่องมือหลายอย่างทยอยเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อประคองประเทศในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกผันผวน และรอให้สถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว
สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผศ.ดร.เชษฐา มองว่า เริ่มมีสัญญาณบางอย่างที่อาจช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดพลังงานโลก เช่น รายงานข่าวที่ระบุว่า อิหร่านเริ่มปล่อยให้เรือสินค้าของจีนเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
สัญญาณดังกล่าวอาจทำให้เรือบรรทุกน้ำมันของประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ สามารถกลับมาใช้เส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งพลังงานเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และช่วยลดความตึงตัวของตลาดน้ำมันโลก
ในอีกมิติหนึ่ง นักรัฐศาสตร์ยังเชื่อว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางเองก็ไม่อาจปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อจนกระทบต่อส่วนแบ่งตลาดของตน เพราะในช่วงที่เกิดความตึงเครียด หลายประเทศผู้บริโภคพลังงานเริ่มหันไปนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา รัสเซีย หรือประเทศในอเมริกาใต้และแอฟริกา
หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินไป ประเทศผู้ผลิตน้ำมันดั้งเดิมอาจต้องเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาดพลังงานโลก ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญที่จะทำให้หลายฝ่ายพยายามรักษาเสถียรภาพของเส้นทางพลังงานระหว่างประเทศ
ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงเวลาที่ตลาดพลังงานโลกยังมีความผันผวน การบริหารสถานการณ์ของรัฐบาลถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจและชีวิตของประชาชน ซึ่งจากภาพรวมที่เห็นในขณะนี้ รัฐบาลยังคงเดินหน้าใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประคองประเทศให้ผ่านช่วงความผันผวนของพลังงานโลกไปได้อย่างมั่นคง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ แพร่คำสั่งนายกฯ มาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒/๒๕๖๙ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้อ
'รมว.อรรถพล' ยันปริมาณน้ำมันสำรองจัดหาเพิ่มได้เป็น 95 วัน
‘รมว.อรรถพล’ ยืนยันปริมาณน้ำมันสำรองหาเพิ่มได้เป็น 95 วันแล้ว และยังคงจัดหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้กลไกกองทุนฯ ตรึงดีเซล วอนประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน
พายุสงครามโลกกำลังก่อตัว แต่อ่างบาร์โค้ดยังวนไม่จบ!
ในขณะที่โลกกำลังจับตามองเส้นแสงของขีปนาวุธบนน่านฟ้าตะวันออกกลาง ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนต่อเสถียรภาพสากลอย่างไม่อาจมองข้าม

