25 มี.ค.2569 - นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “หยุดทริปศึกษาดูงานต่างประเทศที่แฝงท่องเที่ยว” ระบุว่า ทราบหรือไม่!! เมื่อค้นข้อมูลใน ACT Ai โดยพิมพ์คำว่า “ศึกษาดูงานต่างประเทศ” จะพบว่าตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2568 หน่วยงานของรัฐจัดทริปดูงานต่างประเทศมากถึง 928 โครงการ หมดเงินไม่น้อยกว่า 2,500 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 250 ล้านบาท (ช่วงปี 2563 – 2565 ไม่มีการเดินทางเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด) โดยพบว่าเคยมีโครงการที่ใช้งบสูงสุดถึง 20.8 ล้านบาทในการไปดูงานคณะเดียว
จุดหมายปลายทางยอดนิยมเช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย ญี่ปุ่น (ฮอกไกโด) เกาหลี ฯลฯ
จากการสืบค้นยังพบว่า กิจกรรมประเภทนี้ถูกจัดโดยหน่วยงานของรัฐทุกประเภททั้งรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรม หน่วยราชการ ทหารตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ แต่ละแห่งใช้งบมากน้อยต่างกัน
และอาจเป็นเพราะมีการ “ใช้ชื่อโครงการแตกต่างกัน” จึงทำให้ระบบตรวจไม่เจอโครงการทั้งหมด เช่น ศึกษาดูงาน การฝึกอบรมและดูงานนอกสถานที่ การพัฒนาศักยภาพ การเข้าร่วมการประชุมนานาชาติ โครงการแลกเปลี่ยน เป็นต้น
ขอชื่นชมในความกล้าหาญ ยึดมั่นธรรมาภิบาลและแสดงตนเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้บริหารสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม ที่ประกาศยกเลิกทริปเดินทางไปดูงานแถบประเทศยุโรปของคณะผู้พิพากษาศาลฎีกา ตามที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อยู่ขณะนี้
ขอสนับสนุนให้ศาลยุติธรรมได้ต่อยอดการตัดสินใจเฉพาะกิจครั้งนี้ ด้วยการทบทวนนโยบาย แนวปฏิบัติเรื่องการเดินทางดูงานหรือการประชุมให้เกิดความรัดกุม เคร่งครัด คำนึงถึงความคุ้มค่าเงินของประชาชน ยึดหลักธรรมมาภิบาลที่เข้มแข็ง อันจะกลายเป็นต้นแบบสำคัญให้หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ นำไปเป็นแนวปฏิบัติต่อไปได้
ถือว่าเป็นการแสดงความเป็นผู้นำและแสดงบทบาทของศาลที่เป็นสถาบันที่พึ่งของประชาชนได้ในอีกมิติหนึ่ง
ขอตั้งข้อสังเกตที่สำคัญ ดังนี้ ..
1. ประเด็นสำคัญที่ประชาชนคัดค้านไม่ได้อยู่ที่ “การเดินทางในช่วงนี้” แต่เป็นเรื่องความไม่เหมาะของ “เนื้อหาในการไปดูงานแบบนี้” ต่างหาก เพราะหัวข้อหลักของการไปดูงานตลอดโปรแกรมนี้คือไป “ศึกษาสภาพภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม” ของเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งแสดงเจตนาชัดเจนจนคนธรรมดาก็พิพากษาได้ว่าไปทำไม
ดังนั้นในการศึกษาดูงานต่างประเทศของหน่วยงานใดก็ตาม หากตลอดการเดินทางมีการไปดูงานแบบมีเนื้อหาสาระที่จะเป็นประโยชน์จริงๆ เป็นหลักก่อน แล้ววันหยุดจะไปท่องเที่ยวบ้าง เช่นนี้ก็คงยอมรับกันได้
2. เสียงทักท้วงเรื่องการจัดทริปดูงานต่างประเทศ “มีมาหลายปีแล้ว” ทำอย่างไรว่าจะมั่นใจได้ว่า เหตุการณ์เยี่ยงนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในปีต่อๆ ไป...ใครคือผู้รับผิดชอบ
3. การเรียนรู้ประสบการณ์จากต่างประเทศคือเรื่องจำเป็น แต่การศึกษาดูงานที่แฝงการท่องเที่ยว คือ “คอร์รัปชัน” จากการใช้เงินและเวลาของหลวงไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน เอาเปรียบคนส่วนใหญ่ที่เขาไม่ทำเช่นนั้น ทั้งเป็นการละเมิดมาตรฐานจริยธรรมที่ว่า
“ต้องถือประโยชน์ของบ้านเมืองเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน” การจัดทริปอย่างต่อเนื่องของทุกหน่วยงาน กำลังสะท้อนสำนึกเก่าที่มองว่าเป็น “สวัสดิการ” หรือ “รางวัล” อย่างเห็นแก่ตัว รังแต่จะถูกต่อต้านจากสังคม
4. มีวิธีที่ใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าได้ด้วยทางเลือกอื่น เช่น เชิญผู้เชี่ยวชาญให้เดินทางมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จัดประชุมออนไลน์ หรือสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรในระยะยาว ส่งผู้เกี่ยวข้องโดยตรงจำนวนหนึ่งเดินทางไปศึกษางานแล้วกลับมาถ่ายทอดอย่างครบถ้วน เป็นต้น
บทสรุป...
ข้อมูลทริปของศาลฎีกาที่เป็นข่าวออกมาสู่สาธารณะครั้งนี้ คงไม่ใช่เอกสารที่หน่วยงานเผยแพร่ออกมาเอง แต่เป็นผลงานของ Active Citizen ที่ไม่เปิดเผยตัวตน เขาเห็นเหตุการณ์แล้วทนไม่ได้ ดังนั้นเสาหลักของประเทศทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ควรจะทำอะไรโดยคำนึงถึงการสร้างบรรทัดฐานที่ดีที่เหมาะให้กับหน่วยงานต่างๆ ในเรื่องการใช้ “เงินของแผ่นดิน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ธรรมาภิบาลมีชีวิต : เมื่อบทเรียนไม่ได้อยู่แค่ในตำรา'
ในโลกที่คำว่า “ธรรมาภิบาล” ไม่ได้เป็นเพียงหลักการเชิงทฤษฎีที่เห็นอยู่ในเอกสารเท่านั้น แต่จากประสบการณ์ที่ดิฉันได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรการบริหารองค์กรไม่แสวงหากำไรตามหลักธรรมาภิบาล สิ่งที่ได้สัมผัสกลับแตกต่างจากสิ่งที่เคยเข้าใจ ธรรมาภิบาลในห้องเรียนครั้งนี้ “มีชีวิต” และจับต้องได้จริง
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันชง 5 ข้อเสนอปราบโกงให้ 'อนุทิน' บรรจุในนโยบายรัฐบาลใหม่
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธาน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ทำจดหมายเปิดผนึก
'อดีต สว.' ปลุกต้านโกงเลือกตั้ง หวั่นทุ่มซื้อเสียงถอนทุนคืน
นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า หากเรายึดถือ "ความสุจริตเที่ยงธรรม" เป็นที่ตั้งเหนือสิ่งอื่นใด
ACT จับมือ กทม. เอาจริงปิดช่องโกง ตั้งเป้า 'กรุงเทพฯ เมืองโปร่งใส'
ACT จับมือ กทม. เอาจริงปิดช่องโกง ตั้งเป้า 'กรุงเทพฯ เมืองโปร่งใส' กทม. เดินหน้าเข้ม ใช้เทคโนโลยี–เปิดข้อมูล–ร่วมมือภาคี ตอกย้ำระบบป้องกันโกงก่อนเกิด
ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันออกบทความเรื่องอำนาจมืดและเส้นสายที่ทำให้ปราบสแกมเมอร์ล้มเหลว!
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

