
29 มี.ค.2569-เพจไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความเรื่อง “เปิดความจริง “ราคาน้ำมันไทย” ทำไมต้องอิงสิงคโปร์ !?!” เนื้อหาระบุว่า “ราคาน้ำมัน” หน้าปั๊มที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว แต่เป็นราคาที่เกิดจากห่วงโซ่การผลิตของน้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำ – ปลายน้ำ ซึ่งมติ ครม. เมื่อปี 2534 ได้ยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามกลไกการค้าเสรีสะท้อนต้นทุนแท้จริง เพื่อให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันราคาน้ำมันจึงเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามตลาดโลก
โครงสร้างราคาน้ำมัน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1. ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ; ราคา ณ โรงกลั่น ภาษีสรรพาสามิต ภาษีเทศบาล กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และภาษีมูลค่าเพิ่ม 2. ราคาขายปลีก ; ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ค่าการตลาด และภาษีมูลค่าเพิ่ม
ราคา ณ โรงกลั่น หรือ ราคาต้นทุนเนื้อน้ำมัน
แม้ไทยจะมีการกลั่นน้ำมันเองในประเทศ แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงยังต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากถึง 90% และมีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปบางส่วนด้วย ราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทย จึงมีต้นทุนสอดคล้องกับราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยคำนวณอ้างอิงจากตลาดกลางของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งก็คือ “ตลาดสิงคโปร์” หนึ่งในศูนย์กลางการค้าน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของโลก ที่อยู่ใกล้ไทยมากที่สุด ทำให้ต้นทุนเนื้อน้ำมันของไทยต่ำ เพราะค่าขนส่งถูกที่สุด
การอ้างอิงนั้น ใช้ดัชนี “Mean of Platts Singapore หรือ MOPS” ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในการซื้อขาย ไม่ใช่ราคาที่สิงคโปร์ หรือ ประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นผู้กำหนด แต่เป็นราคาซื้อขายน้ำมันในภูมิภาคเอเชียที่ตกลงกันผ่านตลาดกลางที่สิงคโปร์ สะท้อนการซื้อขายของทุกประเทศในภูมิภาค
หากไทยกำหนดราคาโดยไม่อิงตลาด ?
ราคาต่ำกว่าตลาด – ผู้ผลิตจะอยากส่งออก เพราะขายได้ราคาดีกว่า น้ำมันในประเทศจะขาดแคลน แล้วราคาน้ำมันในประเทศก็จะสูงขึ้น เพราะมีความต้องการซื้อมากกว่าความต้องการขาย
ราคาสูงกว่าตลาด – ผู้ค้าจะนำเข้าจากต่างประเทศแทน เพราะต้นทุนต่ำกว่า กระทบผู้ผลิตในประเทศ ขาดดุลการค้า จนอาจส่งผลให้เงินไทยอ่อนค่าลง
การอ้างอิงราคาสิงคโปร์ จะทำให้โรงกลั่นน้ำมันในไทย ต้องพัฒนาศักยภาพและปรับปรุงการบริหารจัดการเสมอ เพื่อ “ลดต้นทุน” ให้แข่งขันกับโรงกลั่นอื่นในภูมิภาคและในโลกได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภค และเศรษฐกิจของประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สงครามพร้อมยกระดับ! ดร.กอบศักดิ์ เตือนจับตาราคาน้ำมันโลกเข้าสู่ Code Yellow อีกครั้ง
ในสัปดาห์นี้ สงครามพร้อมยกระดับขึ้นอีกขั้น คำขู่ของ President Trump ล่าสุด Brent อยู่ที่ 91.2 ดอลล่าร์ต่อบาเรล จากการยิงเรือขนสินค้า เรือบรรทุกน้ำมัน การเริ่มตอบโต้ไปมาของ 2 ฝ่าย
'รสนา' จี้ นายกฯ สั่ง 'เอกนิติ-เอกนัฏ' ลดภาษีสรรพสามิต และดึงกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นมาลดราคาน้ำมัน
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค และอดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกฯอนุทินหยุดบริหารบ้านเมืองแบบชิวๆท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดร่วมกับทุนพลังงาน ในการเอาเปรียบผู้บริโภค ใช่หรือไม่ ?
'เอกนัฏ' ฟุ้งไอเดียนำเงินโรงกลั่น-กองทุนคุมราคาน้ำมัน
'เอกนัฏ' ยันใช้กลไกนำเงินโรงกลั่น-กองทุน มาคุมราคาน้ำมันในประเทศ ไม่ให้ขึ้นแรงตามตลาดโลก ให้ความมั่นใจน้ำมันสำรองไม่ขาด
'อ.อัจฉราวดี' ให้คะแนนรัฐบาลผ่านฉิวเฉียด หากไม่ติดเรื่องปราบทุจริต-ราคาน้ำมัน จะดีกว่านี้
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพราะอาจารย์รณรงค์ให้เลือกพรรคสีน้ำเงิน จึงคอยสอดส่องดูการทำงานของรัฐบาลมาตลอด อาจไปไม่ครบทุกส่วน แต่ผลงานสำคัญและเรื่องที่ประชาชนในชาติท้วงติงก็จะไม่พลาด แต่อาจไม่ยกมาพูดถึงทุกประเด็น

