ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ

ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว

30 มี.ค.2569-พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีการดูแลสิทธิประโยชน์และเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อมอบให้แก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวของวีรบุรุษผู้เสียชีวิต จากสถานการณ์สู้รบบริเวณชายแดนไทย –กัมพูชาว่า กองทัพบกตระหนักถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่และมุ่งมั่นที่จะดูแลตอบแทนอย่างเต็มกำลัง 1. ในส่วนของสิทธิประโยชน์ซึ่งอยู่ในขอบเขตการบริหารจัดการของกองทัพบก ได้ดำเนินการมอบให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสียเรียบร้อยแล้ว อาทิ เงินพระราชทานตามพฤติกรรม สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ

2. สำหรับสิทธิประโยชน์ในส่วนเพิ่มเติมพิเศษจากทางรัฐบาล ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนระบบราชการ ได้แก่ เงินเยียวยาจำนวน 10 ล้านบาท กรณีกำลังพลเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในห้วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 กองทัพบกได้ดำเนินการจัดทำเอกสารหลักฐานประกอบสิทธิ เสนอไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากงบกลาง ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนที่สำนักงบประมาณนำเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติในขั้นสุดท้ายต่อไป

โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า  ผบ.ทบ.มีนโยบายให้ความสำคัญในการดูแลสิทธิและสวัสดิการกำลังพลเป็นลำดับแรก” โดยได้กำชับให้หน่วยต้นสังกัดและผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิดเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่เพียงแต่เรื่องเอกสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าเยี่ยมเยียนเพื่อให้กำลังใจและรับทราบปัญหาความเดือดร้อน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง

“กองทัพบกขอยืนยันว่า จะติดตามความคืบหน้าและประสานงานกับสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบครัวของผู้เสียสละได้รับสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ญาติของ จ.ส.ท.จิระวัฒน์ มุ่งกลาง หรือจ่าโอม วีรบุรุษทหารกล้า สังกัดกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ (ช.พัน.1 รอ.) เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ สมรภูมิช่องอานม้า เนิน 677 ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นการสู้รบในรอบที่2 ออกมาระบุว่า ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา หรือสร้างบ้านหลังใหม่ตามสัญญา โดยปัจจุบันสภาพความเป็นอยู่ยากลำบาก และสมาชิกครอบครัวที่ชราภาพ และพิการ ไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศบก. ชี้กองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้าน ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์

ศบก. แถลงจับเพิ่มผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน สระบุรี 3 ราย อยุธยา 2 ราย ตีปี๊บเริ่มจำหน่าย E20 แล้ว เผยกองทุนน้ำมันติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท ไม่ชัดตรึงราคาช่วงสงกรานต์ ยันพยายามดูแลเต็มที่

นายกฯ จ่อตั้ง 'โบว์ ณัฏฐา' นั่ง 'โฆษก ศบก.'  เจ้าตัวโผล่สังเกตการณ์แถลงข่าวประจำวัน

ภายหลังที่นายเกษมสันต์ วีระกุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประชาสัมพันธ์  ได้กล่าวเสนอแนะแนวทางการสื่อสารของรัฐบาลต่อหน้า นายอนุทิน

'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน

ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น

ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที

ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ

รัฐบาลหนุน B20 เพิ่มทางเลือกพลังงาน ลดต้นทุนขนส่ง

รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มทางเลือกด้านพลังงาน ส่งเสริมใช้น้ำมันดีเซล B20 ลดต้นทุนภาคขนส่ง-อุตสาหกรรม พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยควบคู่กัน