08 เม.ย.2569 - รศ.ดร.เสรี พงศ์พิศ อธิการบดีสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ปรับยุทธศาสตร์พลังงาน” ระบุว่า ในภาวะวิกฤติน้ำมัน บราซิล คือ โมเดลพลังงานทดแทน พลังงานสะอาด ที่ไทยก็มีศักยภาพที่ทำได้เช่นเดียวกัน ปัญหาไม่ใช่ “พืช” แต่เป็น “ระบบ” ที่รัฐไม่มีนโยบายแบบบราซิล
ไทยปลูกอ้อย 11 ล้านไร่ ส่งออกน้ำตาลอันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล ปลูกมันสำปะหลัง 10 ล้านไร่ ส่งออกอันดับ 1 ของโลก แต่เกษตรกรไทยยากจน เป็นหนี้
นอกจากนโยบายการใช้พืชเพื่อพลังงาน ไทยเรามีปัญหาเรื่อง “ผลผลิต” ที่ “ไม่พัฒนา” ใช้พื้นที่เพื่อการเกษตรอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ปลูกข้าว 64-73 ล้านไร่ ได้ข้าวปีละ 31-35 ล้านตัน ไร่ละ ประมาณ 500 กิโล ขณะที่เวียดนามใช้พื้นที่ 45 ล้านไร่ ได้ผลผลิต 35 ล้านตัน ไร่ละ 900 กิโล
ไทยมีพื้นทีทำการเกษตร 143 ล้านไร่ ถ้ามีวิสัยทัศน์ มียุทธศาสตร์ ก็จะไม่ปล่อยให้การเกษตรและพลังงานของไทยเป็นอยู่อย่างในปัจจุบัน ที่บริหารจัดการด้วย “อำนาจรัฐ” ที่หูหนวกตาบอด ไม่รับรู้และไม่เห็นอะไรนอกจากผลประโยชน์ร่วมกับ “อำนาจทุน”
บราซิลพัฒนาเอทานอลจากอ้อย 100% เติมรถยนต์วิ่งเต็มถนน ราคาถูก ไม่ต้องเข้าแถวรอเป็นชั่วโมง มีไบโอดีเซลจากถั่วเหลือง จากมันสำปะหลัง
หัวใจไม่ใช่พืช แต่คือ “ระบบนิเวศพลังงานชีวภาพ (bioeconomy ecosystem)”
ประเมินศักยภาพไทยแล้ว ดีกว่าบราซิลบางด้านด้วยซ้ำ นอกจากไทยมีอ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน เศษชีวมวลมหาศาล (ฟางข้าว ซังข้าวโพด ฯลฯ)
และมีรากฐานจากแนวคิดของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เรื่องพลังงานทดแทน ที่ทรงพัฒนาในสวนจิตลดาตั้งแต่ปี 2513 และเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งแต่ปี 2517
ปัญหาไม่ใช่ “ศักยภาพ” แต่คือ การแยกส่วน (เกษตร พลังงาน อุตสาหกรรม) ไม่บูรณาการเสริมพลังกัน (synergy) และนโยบายไม่ต่อเนื่อง
ไทยไม่มียุทธศาสตร์แนวคิดหลักเรื่อง “อธิปไตยอาหารและพลังงาน” (Food & Energy Sovereignty) คือการพึ่งตนเองด้านอาหารและพลังงาน แปลงเป็นกรอบนโยบาย “ระบบความมั่นคงคู่” (Dual Security System) โดยความมั่นคงอาหารและความมั่นคงพลังงาน ต้อง “ออกแบบพร้อมกัน” ไม่ใช่แข่งกันใช้ที่ดิน
การปรับ โครงสร้างใหม่ของการใช้ที่ดิน (Land Use Reform) ในบ้านเราทำไม่ได้ถ้าไม่ใช้ “กระบวนทัศน์” ใหม่ ต้องคิดใหม่ทำใหม่ทั้งระบบ ไม่เช่นนั้นก็คิดเป็นเรื่องๆ อย่างๆ เช่น เปลี่ยน สปก.เป็นโฉนด เข้าทางใครก็ไม่รู้ อาจจะช่วยเกษตรกร แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผู้คนสงสัยว่าเพื่อใครจริงๆ
ไทยไม่กล้าลดพื้นที่ปลูกข้าว เพราะเรื่องใหญ่เช่นนี้รัฐบาลทั้งหมดต้อง “คิดร่วมกัน” แบบบูรณาการ แต่รัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนก็ไม่ทำ เพราะ “แบ่งเค้ก” กันแล้วก็ไม่ต้องการคิดอย่างอื่น
ถ้าจริงใจก็คิดได้ ทำได้ ปรับพื้นที่การเกษตรภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ ให้ “อาหารและพลังงาน” ตอบสนองประชาชนคนไทยมากที่สุด จน “พึ่งตนเองได้ด้านอาหารและพลังงาน” ได้มากกว่าวันนี้
สิ่งที่ควรทำนอกจาก เรียกร้องให้รัฐบาลปรับวิสัยทัศน์ ปฏิรูปโครงสร้างการเกษตรและพลังงาน (ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน) มี 2 เรื่อง คือ การวิจัยและพัฒนา ที่กระทรวงอว. ควรทำอย่างจริงจัง ภายใต้การนำของ “ศาสตราจารย์ ดร.” ที่ผันตัวเองมาเป็นนักการเมือง
อีกเรื่อง คือ การพัฒนาชุมชนให้พึ่งตนเองด้านอาหารและพลังงาน อะไรที่ไม่อยากเขียน ไม่อยากบอก เพราะรู้ๆ กันอยู่แต่ไม่ทำ ปล่อยให้เมื่อไรพร้อมก็จะมีคนทำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รศ.ดร.เสรี' โพสต์บทความเรื่องสติและปัญญาในปัญหาความขัดแย้ง!
รศ.ดร.เสรี พงศ์พิศ อดีตอธิการบดีสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน

