'คำนูณ' ยกเหตุผลกต.เพื่อความรอบคอบ เลิก MOU 44 ต้องผ่านรัฐสภา

24 เม.ย.2569 - นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์ข้อความ หัวข้อ เลิก MOU 44 ต้องผ่านสภา ? มีเนื้อหาดังนี้
.
หลังจากสภาความมั่นคงแห่งชาติมีมติให้ยกเลิก MOU 44 และนายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุดแล้ว หากมองข้ามท่าทีของรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยในคณะรัฐมนตรีออกไปก่อน…
.
คำถามต่อมาคือหลังจากมีมติคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิก MOU 44 แล้ว…
.
จะต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 178 วรรคสองก่อนหรือไม่ ?
.
มีประเด็นดังนี้
.
- นี่ไม่ใช่การทำหนังสือสัญญาใหม่เสียหน่อย หากเป็นการบอกเลิกหนังสือสัญญาที่มีอยู่ จะเข้าเกณฑ์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาหรือ ?
.
- ตอนทำเมื่อ 25 ปีก่อนก็ไม่ได้ขอรัฐสภา ทำไมตอนเลิกจะต้องขอรัฐสภาด้วย ?
.
มุมมองของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อ 17 ปีก่อน พิจารณาจากหนังสือ ที่ กต 0803/978 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอความเห็นให้คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิก MOU 44 และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการในการประชุมวันรุ่งขึ้น ตอบข้อสงสัย 2 ประการเบื้องต้นไว้ประมาณว่า…
.
- การบอกเลิกหนังสือสัญญา ไม่ใช่พูดปากเปล่า หากต้องทำเป็นหนังสือจากรัฐขอบอกเลิกข้อผูกพันทางกฎหมาย และกัมพูชาไม่ว่าจะเห็นอย่างไรก็จะไม่ได้ตอบปากเปล่าแน่นอน ต้องตอบกลับมาเป็นหนังสือ จึงน่าจะถือเป็นได้ว่าการบอกเลิกก็เป็นการทำหนังสือสัญญาแบบหนึ่งตามรัฐธรรมนูญ
.
- มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 6-7/2551 ออกมาเพิ่มเงื่อนไขการนำหนังสือเข้าขอความเห็นชอบจากรัฐสภาว่าแค่ “อาจ(มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตรัฐ…)” ก็ต้องนำเข้าแล้ว
.
การวิเคราะห์ข้อกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศอยู่ในข้อ 5 ของหนังสือฉบับที่อ้างถึง
.
“อย่างไรก็ดี การทำหนังสือบอกเลิกของไทยเป็นไปเพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางกฎหมายในการบอกเลิกความผูกพันของไทยตาม MOU และพึงเห็นได้ว่าฝ่ายกัมพูชาอาจมีหนังสือตอบรับเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการบอกเลิกเช่นเดียวกัน ซึ่งเข้าองค์ประกอบของการเป็นหนังสือสัญญา อีกทั้งเมื่อคำนึงว่าสาระของการทำ MOU โดยพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ 2550 ประกอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 6-7/2551 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2551 เรื่อง JCไทย-กัมพูชาวันที่ 18 มิถุนายน 2551 เป็นความตกลงที่อาจมีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขตฯ ซึ่งตามมาตรา 190 วรรคสองระบุว่าต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา โดยที่องค์กรที่ชี้ขาดเกี่ยวกับขอบเขตของมาตรา 190 วรรคสองคือศาลรัฐธรรมนูญ มิใช่กระทรวงการต่างประเทศหรือคณะรัฐมนตรี ดังนั้นเพื่อความรอบคอบจึงเห็นควรให้นำเรื่องการบอกเลิก MOU 44 ขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามนัยมาตรา 190 วรรคสองด้วยเช่นกัน“
.
ชอบคำว่า “ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ…” นะ !
.
จริง ๆ ถ้ายังก้ำกึ่ง
.
คณะรัฐมนตรีเลือกใช้ช่องทางตามมาตรา 178 วรรคห้า ถามศาลรัฐธรรมนูญได้ว่ากรณีนี้ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยตอบมาภายใน 30 วัน เรื่องถามศาลรัฐธรรมนูญกรณีนี้นี่เป็นเอกสิทธิของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น คนอื่นทำแทนไม่ได้
.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' สั่งครม. เตรียมพร้อมยกเลิก 'MOU 44'

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีประกาศว่าจะยกเลิกเอ็มโอยู 44 ว่า วันเดียวกันนี้ (10 ก.พ.) จะสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเพื่อประกาศยกเลิ