'อ.อัจฉราวดี' แฉ 'แลนด์บริดจ์' แค่ฉากหน้า นิคมอุตฯ คือแผนจริง ถอยก่อนปชช.ลุกฮือทั้งแผ่นดิน

6 พ.ค.2569 - อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง แลนด์บริดจ์แค่ฉากหน้า นิคมอุตสาหกรรมคือแผนจริง มีเนื้อหาดังนี้

โปรดอ่านให้จบแล้วจะตาสว่าง
..
ยุทธการเร่งรัดเมกะโปรเจคแลนด์บริดจ์ เกิดขึ้นในจังหวะที่โลกเผชิญสงครามที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้คนในชาติพุ่งเป้าไปที่ หมุดหมายการเป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจของฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทย
แต่เนื้อแท้ที่น่าวิตกคือ โครงการระเบียงเศรษฐกิจ โดยมีกม.SEC หนุนเปิดทางให้ต่างชาติยึดภาคใต้ได้
..
จริงๆ แล้วเฉพาะส่วนโครงการแลนด์บริดจ์มีข้อดี ตรงเรื่องการสร้างรถรางคู่และทางหลวงพิเศษ นอกนั้นจะมีแต่ความเสียหายใหญ่หลวง
ใครที่ยังไม่ชัดว่า แลนด์บริดจ์คืออะไร อ่านตรงนี้ให้ชัดๆ นะคะ คัดลอกมาจากเพจ Landbridge ของรัฐ
แลนด์บริดจ์คือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อ ***พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้***
..
เงื่อนงำมันอยู่ตรงที่ เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ SEC ใครที่มาเถียงในเพจนี้ว่า ไม่เกี่ยวกับ SEC ชิดซ้ายไปได้
..
สภาพัฒน์และหน่วยงานต้นทางของแผน SEC ย่อมรู้ดีว่าแลนด์บริดจ์ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง แต่มีแผนพัฒนาอุตสาหกรรมร่วมด้วย การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้โครงการมีความเป็นไปได้ทางธุรกิจ
.
ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ มีร่างพ.ร.บ.SEC ที่เอื้อทุนต่างชาติที่เข้ามาตั้งนิคมอุตสาหกรรมให้สามารถพื้นที่ภาคใต้ได้ด้วยการเข้ามาลงทุนและได้รับสัมปทาน 99 ปี เฉพาะเฟสแรกกินพื้นที่ถึง 70,000 ไร่ เฉพาะระนองและชุมพรอย่างเดียว ยังไม่รวมกับสุราษฏร์ กับนครศรีธรรมราช เพื่อให้เกิดรายได้ 4.5 ล้านล้านบาท
.
ข้อมูลสภาพัฒน์ระบุไว้ว่า การจะทำให้แลนด์บริดจ์คุ้มค่าคือการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยข้อมูลนี้มาจากวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาเอกเรื่อง “Politcal economy of the landbridge project with a focus on Ranon Development” เผยแพร่เมื่อปี 2567 โดย วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย ที่ศึกษาเรื่องแลนด์บริดจ์ อ่าวอ่าง จ.ระนอง และชุมพร
.
วิภาวดีกล่าวไว้แสบมากว่า "พอไปอ่านรายงานความก้าวหน้าในเวบไซด์ สนข. ข้อมูลที่สำคัญมากอย่างการทำอุตสาหกรรม 70,000 ไร่ คุณเอาข้อมูลไว้ในหน้า 689 จากเอกสารทั้งหมดที่มี 1,200 กว่าหน้า ลองจินตนาการว่า เป็นภาระขนาดไหนสำหรับขาวบ้านหรือแม้กระทั่งคนที่ศึกษา มันไม่มีทางที่เราจะเจ้าใจมันได้ง่ายๆ ว่า สุดท้ายมันจะทำอะไร"
.
กม. SEC มีอำนาจคับฟ้า สามารถยกเลิกกฎหมายแม่บทสำคัญกระทั่งกรรมสิทธิ์ถือครองที่ดินโดยคนต่างชาติ นลท.โครงการนี้ สามารถซื้อที่ดินเท่าไหร่ก็ได้ จะแก้ผังเมืองยังไงก็ได้ จะเข้ามาอยู่นานแค่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง Work Permit และที่สาหัสคือได้สิทธิสัมปทานเช่าที่ได้ 99 ปี
ที่ภายหลังมาแก้ว่า 50 ปี + 49 ปี ที่ก็คือ 99 ปีอยู่ดี
.
แลนด์บริดจ์นั้นในภาษาชาวบ้านคือ เป็นเพียงโครงการตัวล่อเพื่อให้เกิดการยอมรับ เพราะเข้าใจง่ายภาพลักษณ์ดี แต่มันไม่ใช่โครงการด้านคมนาคมขนส่งทั่วไป มันคือโครงสร้างที่รองรับระเบียงเศรษฐกิจพที่มีกฏหมายขายชาติ SEC รองรับ
หากชำแหละไส้ SEC ออกมาดูจะเห็นว่ามันคือหายนะทุกๆ ด้าน 1.ด้านอธิปไตย 2.ด้านการลงทุน 3.ด้านสิ่งแวดล้อม 4. ด้านการท่องเที่ยว 5.และการเพิ่มมลพิษขยะ
..
1. กระทบอธิปไตย
พรบ. SEC มีลักษณะเป็น Super Law ที่ให้อำนาจคณะกรรมการพ.ร.บ. SEC ล้นฟ้า ทั้งการยกเว้นบังคับกฎหมายผังเมือง กฏหมายเวรคืนที่ดิน
อำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง ซื้อที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ก็ได้ด้วย โดย “มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยไม่ต้องรับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน”
ได้สัมปทานเช่าที่ดิน 99 ปี ยกเว้นกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ตามม.54 ถ้าคนที่จะขอเข้ามาทำงานมีทักษะพิเศษ ก็ปักหลักได้ยาวไม่ต้องขออนุญาตบ่อยๆ**
..
การปล่อยให้ชุมชนขนาดมหึมารวมตัวอยู่ในพี้นที่ 200,000 ไร่ ประมาณการจาก 4 จังหวัดที่จะไปทำนิคมอุตสาหกรรม ปักหลักตั้งรกรากอยู่ได้ 99 ปี โดยกฎหมายหลักของแผ่นดินแทบจะเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้เลย มันจะเกิดอะไรขึ้น เพียงไม่ถึง 30 ปีเชื่อได้เลยว่า นิคมอุตสาหกรรมที่กินพื้นที่ติดกันถึง 4 จังหวัดที่เต็มไปด้วยชุมชนคนต่างชาติ จะลุกฮือขึ้นยึดอำนาจแผ่นดินไทยที่ได้สิทธิ์ปกครองตัวเองเพราะกฏหมายแบบ "รัฐซ้อนรัฐ"
..
2. ไม่คุ้มค่าการลงทุน
ในการประชาสัมพันธ์ว่า จากเดิมเรือเดินสมุทรใช้เส้นทางช่องแคบมะลากาใช้เวลา 9 วัน โครงการแลนด์บริดจ์นี้จะทำให้เหลือ 5 วัน ด้วยการนำสินค้าจากเรือมาขึ้นรถบรรทุกหรือรถไฟแล้วขนไปลงเรือที่ท่าเรืออีกฝั่งหนึ่ง
.
ดูรายงานการศึกษาแลนด์บริดจ์แรกระบุไว้ชัดว่า “การขนส่งสินค้าผ่านสะพานเศรษฐกิจจำเป็นต้องแวะเทียบท่าเรือทั้งสองฝั่ง และมีการขนถ่ายสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 2 ครั้ง รวมถึงมีการขนส่งทางบกเป็นระยะทาง 200 กม. จากเหตุผลดังกล่าวการขนส่งสินค้าผ่านแลนด์บริดจ์ จึงไม่สามารถแข่งขันกับเส้นทางขนส่งรวดเดียวทางทะเลที่มีอยู่ในปัจจุบันได้”
.
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนสารคดีได้สัมภาษณ์เจ้าของบริษัทขนส่งทางเรือที่ชี้ว่า ไม่คุ้มค่า
“ลองคิดดูสิ หากเรือสินค้ามาจอดที่ท่าเรือชุมพร ต้องยกตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือที่ชุมพร แล้วยกขึ้นรถไฟไประนอง แล้วยกลงจากรถไฟเพื่อยกไปขึ้นเรือที่ระนองอีก ยกตู้ 4 ครั้ง โดนไป 4,000-5,000 บาท/ตู้ ไหนจะค่าภาระท่าเรือ 2 แห่ง ค่าขนส่งทางรถไฟอีกประมาณ 100 กม. รวมแล้วค่าใช้จ่ายเยอะมาก ประมาณ 10,000-12,000 บาท/ตู้..ถ้ามีเรือเทียบท่าเรือระนองวันละ 10 ลำ หมายความว่ามีตู้ต้องยกขึ้นรถไฟ 100,000 ตู้ ขณะที่รถไฟแต่ละขบวนขนได้ประมาณ 500 ตู้คอนเทนเนอร์ **ลองคิดดูสิว่าจะเสียเวลากี่วันกว่าจะขนขึ้นขนลง**
..
ขณะที่เรือไปถ่ายลำที่สิงคโปร์หรือมาเลเซีย ค่าใช้จ่ายถูกกว่ากันลำละหลายสิบล้านบาท และกว่าจะขนถ่ายตู้นับหมื่นขึ้นลงรถไฟ และขนส่งตู้ระหว่างชุมพร-ระนองคงใช้เวลาประมาณ 5-10 วัน ไม่ได้ประหยัดเวลาเลย”
..
สิ่งที่รัฐพยายาม PR ตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริง
หากสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ลงทุนมหาศาล ต้องถมทะเล 7,000 ไร่ก็จะไม่คุ้มค่าการลงทุนเพราะจะไม่มีใครมาใช้ สภาพัฒน์เองก็รู้ว่ามันไม่คุ้มทุนจึงพ่วงแผนตั้งนิมคมมาจูงใจนักลงทุน
การศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ว่าจ้างโดยสภาพัฒน์ก็ได้ผลสรุปว่า แลนด์บริดจ์ ไม่คุ้มค่าทางเศรษศาสตร์และไม่เหมาะที่จะลงทุน
3. มีเรื่องสะพานขนส่งน้ำมันเพิ่มขึ้นมาด้วย หากมีน้ำมันรั่วไหลจะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวอย่างหนัก การจะทำได้ต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบที่สุด
4. เปิดช่องให้มีการสร้างชุมชนต่างชาติขนาดรัฐย่อยๆ
ที่รัฐอ้างว่า เส้นทางการค้าทางทะเลและเขตศก.พิเศษ (นิคมอุตสาหากรรม) จะสร้างงานในพื้นที่กว่า 2.8 แสนตำแหน่ง จีดีพีขยาย 5.6% วิภาวดีกล่าวว่า “ตัวเลขคนตกงานของระนองมีไม่ถึงพันคน อัตราการว่าจ้างกับการว่างงานไม่สัมพันธ์กัน
ถ้าเช่นนั้น 200,000 คนคือใคร คือการเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานกลายเป็นจังหวัดย่อยๆไปเลย
..
5. ผลกระทบด้านการท่องเที่ยว
ดร.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล “เเนวภูเขาใต้น้ำที่มีระบบนิเวศปะการังที่สำคัญของโลก "ริเชอริวร็อค" คือจุดดำน้ำที่ติด 1 ใน 5 ของโลก รวมถึงเกาะเต่า.. จากเส้นทางเดินเรือภายใต้โครงการเเลนด์บริดจ์ ซึ่งละเลยการศึกษาในส่วนนี้ไป มีพูดถึงพื้นที่ตั้งโครงการเพียง 5 กิโลเมตร..
เเนวปะการังในพื้นที่เกาะสุรินทร์ ริเชอริวร็อค เกาะสุรินทร์ เป็นทะเลน้ำลึก ธาตุอาหารตะกอนต่ำ เเละไกลจากการรบกวนของมนุษย์ ซึ่งหากมีเรือเดินสมุทรจำนวนมาก ขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่เเนวปะการังที่อุดมบูรณ์เเละมีความเฉพาะก็อาจจะได้รับผลกระทบได้ ...หากเส้นทางเดินเรือผ่านเกาะเต่า หินใบ เเละกองหินชุมพร ซึ่งเป็นจุดดำน้ำของโลก มีมูลค่าจากการท่องเที่ยวเเละการสอนดำน้ำเป็นหมื่นล้านต่อปี หากเส้นทางเดินเรือผ่านเเนวนี้มันจะกระทบมากขนาดไหน ?
.
6. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาชน
พรบ.SEC ลอกมาจาก EEC ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก 3 จังหวัด ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ที่ถูกใช้เป็นนิมคมอุตสาหกรรม ที่กำเนิดมาสมัยคสช. ตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นกับนิคมใน EEC คือ
-น้ำมันรั่วลงทะเลถึง 106 ครั้ง ตลอดแนวชายฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน หากจำได้ มีเหตุน้ำมันดิบของบริษัท สตาร์ปิโตรเลี่ยม รีไฟนนิ่ง รั่วที่จุดขนถ่ายน้ำมันที่มาบตาพุด ระยอง เมื่อวันที่ 25 ม.ค.'65 กระทบกับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์อย่างหนัก
- กระทบกับประมง พื้นที่ประมงถูกทำลายไปมาก
- ก่อเกิดมลพิษทั้งในน้ำ ในดินและในอากาศ
- สารพิษรั่วไหล กลิ่นเผาไหม้ของการกำจัดขยะ
- การปล่อยควันพิษ
- ปัญหาการขาดแหล่งน้ำ แย่งกันใช้แหล่งน้ำ แต่ได้ขยะมาเพิ่ม
ส่งผลกระทบทั้งในเรื่องที่ดินทำกิน ผลกระทบทางด้านสุขภาพ มีการขีดสีตีเส้น เปลี่ยนผังเมืองจากพื้นที่กสิกรรม ที่อยู่อาศัย มาเป็นพื้นที่สีม่วง เพื่อเอื้อต่อลงทุนในภาคอุตสาหกรรม
..
แม้ผลกระทบของ EEC จะก่อปัญหามากมาย รัฐก็ยังคงเดินหน้าจะพัฒนา SEC ทั้งๆที่พื้นที่ภาคใต้เหมาะแก่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นำรายได้มหาศาลอันดับ 1 มาสู่ประเทศ
..
นายกอนุทิน รัฐบาลภูมิใจไทยต้องฟังเสียงคัดค้าน ไม่ดันทุรังจะทำโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เต็มไปด้วย Hidden Agenda โดยเฉพาะร่างกม. SEC ที่เอื้อนายทุนต่างชาติอย่างน่าอดสู
.
ทางออกที่ขอเสนอคือ
1. เลือกทำในโครงการที่ประโยชน์ ผลกระทบน้อยคือ ทางหลวงพิเศษ และรถไฟทางคู่ ส่วนท่อส่งพลังงานต้องไปศึกษาให้ดี เทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาไปมาก หากไม่เสี่ยงน้ำมันรั่วลงทะเลก็เป็นไปได้
2. ยกเลิกร่างพ.ร.บ. SEC ส่วนที่เป็นกฎหมายขายชาติ อย่าเลี่ยงบาลีแบบดูถูกประชาชนด้วยการพลิกคำจาก 99 ปีเป็น 50 + 49 มันทุเรศ
การให้สัมปทานสูงสุดในทุกสัญญาของรัฐไม่ควรมีอายุเกิน 30 ปีเท่านั้น
.
3. ยกเลิกนิคมอุตสากรรมจากแผนระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้
แต่ละภูมิศาตร์ของประเทศมีจุดดีและด้อยต่างกัน ภาคใต้คือขุมทรัพย์ทางการท่องเที่ยวที่ทำรายได้อันดับ 1
อย่าทำลายขุมทรัพย์เพื่อเมกะโปรเจคที่ไม่คุ้มค่าการลงทุน เพียงเพราะมันเป็นการลงทุนมหึมาที่เปิดช่องจ้องทุจริต ประชาชนเขาดูออก
..
บทเรียนโลกมีชัดเจน ที่ใดที่ปล่อยให้ชุมชนต่างชาติมาอาศัยอย่างหนาแน่น ทั้งยังได้สิทธิ์อยู่ถึง 99 ปี มันคือการยกดินแดนให้ต่างชาติเข้ามาตั้งรัฐใหม่ในแผ่นดินไทย ตัวอย่างหมู่บ้านหนองจาน ปล่อยให้เขมรอพยพอยู่กันไม่เท่าไหร่ก็ยึดเป็นของตัวเอง กว่าจะไล่ออกไปได้ต้องเสียเลือดเนื้อ
..
อย่าทิ้งมรกดบาปไว้ให้ลูกหลานรับกรรม
ร่าง SEC เป็นกฎหมายบาป เปิดช่องให้ประเทศไทยส่วนที่เป็นด้ามขวานหายไปในอนาคตข้างหน้า
..
ถอย..ก่อนที่ประชาชนจะลุกขึ้นมาค้านทั้งแผ่นดิน
หากดันต่อด้วยข้ออ้างข้างๆ คูๆ
แลนด์บริดจ์จะเป็นสะพานดับอนาคตนายกอนุทินและพรรคภูมิใจไทย
แจ้งเกิดได้ไม่เท่าไหร่ตกสะพานตายซะแล้ว
..
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล
5 พฤษภาคม 2569

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อดีตรมว.คลัง' ร่อน จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน อาจฝ่าฝืน รธน.

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเรื่องพรก.กู้เงิน ๔ แสนล้านอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีใจความว่า

'อ.อัจฉราวดี' ค้านสุดตัว! แลนด์บริดจ์ให้เกิดไม่ได้ เตือน 'อนุทิน' ดับไม่ตื่น ฟื้นไม่ได้

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า แลนด์บริดจ์ให้เกิดไม่ได้ค่ะ หายนะมากมายไว้ชำแหละในโพสต์ต่อไ

'จตุพร' แนะ 'อนุทิน' กางแลนด์บริดจ์สื่อสารให้ชัด หวั่นจะเสียค่าโง่แบบตอม่อโฮปเวลล์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ (LIVE) รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชา

'อนุทิน' ลั่นไม่เคยเอื้อประโยชน์พวกพ้อง เข้ามา 7-8 ปี ไม่เอื้อใคร มีแต่ขัดใจ จนไม่เหลือเพื่อนแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมพรรคถึงโครงการแลนด์บริด หลังสื่อซักถามว่ามีข้อห่วงใยในเรื่องของการดําเนินการว่าอาจจะไปเอื้อประโยชน์ให้คนในหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้ว

'อ.อัจฉราวดี' ฟันธง! ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ที่จะชนะพรรคส้มได้ต้องมาจากการส่งของ 'หมอวรงค์'

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความถึงการเลือกผู้ว่ากทม.ว่าเพราะผลการเลือกตั้งใหญ่ที่พรรคประชาชนกวาดที่