6 พ.ค.2569 - นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้านอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มีใจความว่า
ด่วนที่สุด
วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙
เรื่อง ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ
กราบเรียน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙ อนุมัติร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยอ้างว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยอ้างว่าเป็นการตราพระราชกำหนดตามมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสอดคล้องกับมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ นั้น
ข้าพเจ้ามีความห่วงใยว่าร่างพระราชกำหนดดังกล่าวอาจจะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ จึงขอเรียนข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ มีรายละเอียด ดังนี้
๑. หลายแผนงานไม่เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้
“แผนงานที่ ๒ : มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม วงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
๒.๑ กิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล การใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต
๒.๒ ...
๒.๓ การพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมสำหรับรองรับการปรับโครงสร้างพลังงานและการสร้างเศรษฐกิจใหม่”
ข้าพเจ้าขอเรียนว่า :
ก) งานด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ และงานด้านการพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรม การพัฒนาทักษะของประชาชนและนวัตกรรมสำหรับรองรับการปรับโครงสร้างพลังงานและการสร้างเศรษฐกิจใหม่ ตลอดจนงานด้านแนะนำการปฏิบัติเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และงานด้านสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตนั้น ล้วนเป็นงานประจำด้านการฝึกอบรมบ่มความรู้ที่ดำเนินการมาต่อเนื่องหลายรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่
ข) ในสถานการณ์วิกฤตพลังงานเช่นนี้ ไม่มีทางที่รัฐบาลจะสามารถเร่งรัดให้เกิดความฉลาดเฉลียวขึ้นในหมู่ผู้ใช้พลังงานได้เป็นพิเศษถึงขั้นจะถือได้เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ และไม่ใช่งานที่จำเป็นต้องตั้งค่าใช้จ่ายมากมายมหาศาลจนถึงขั้นต้องกู้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นโดยการตราพระราชกำหนด
“๒.๒ การใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงานฟอสซิล ทำให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ หรือส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานทางเลือก รวมทั้งสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้า”
ข้าพเจ้าขอเรียนว่า :
ก) การสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนจากยานพาหนะที่ใช้พลังงงานฟอสซิลไปเป็นพลังงานไฟฟ้านั้น รัฐบาลไม่ควรจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือในการซื้อเปลี่ยนยานพาหนะคันใหม่ แต่สามารถใช้วิธีอนุญาตให้ผู้ซื้อยานพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าสามารถหักค่าซื้อจากภาษีเงินได้ ด้วยวิธีนี้ รัฐบาลสามารถช่วยเหลือประชาชนได้โดยไม่มีความจำเป็นจะต้องกู้หนี้สาธารณะโดยการตราพระราชกำหนดแต่ประการใด
ข) การสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟทอปนั้น ควรดำเนินการโดยจัดให้สถาบันการเงินของรัฐและสถาบันการเงินเอกชนให้กู้ยืมแก่ครัวเรือนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยรัฐอาจจะให้บรรษัทประกันสินเชื่อขนาดย่อมรับประกันหนี้ต่อสถาบันการเงินเอกชนเป็นกรณีพิเศษ และให้นโยบายกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระให้ยาวนานขึ้น โดยครัวเรือนจะสามารถนำเอาค่าไฟฟ้าที่ประหยัดส่วนหนึ่งไปชำระคืนหนี้พร้อมดอกเบี้ย และอีกส่วนหนึ่งครัวเรือนได้ประโยชน์จากชำระค่าไฟฟ้าในจำนวนที่ลดลง ด้วยวิธีนี้ รัฐบาลสามารถช่วยเหลือประชาชนได้โดยไม่มีความจำเป็นจะต้องกู้หนี้สาธารณะโดยการตราพระราชกำหนดแต่ประการใด
ค) การสนับสนุนการติดตั้งสถานีบรรจุไฟฟ้าหรือแบตเตอรีสำหรับโซลาร์รูฟทอปนั้น รัฐบาลให้การสนับสนุนได้ง่ายโดยอนุญาตให้หักภาษีเงินได้เช่นกัน ด้วยวิธีนี้ รัฐบาลสามารถช่วยเหลือประชาชนได้โดยไม่มีความจำเป็นจะต้องกู้หนี้สาธารณะโดยการตราพระราชกำหนดแต่ประการใด
ง) อนึ่ง รัฐบาลควรจัดโครงการ “หนึ่งชุมชน-หนึ่งโซลาร์” โดยให้สถาบันการเงินของรัฐให้เงินกู้สำหรับการสร้างโซลาร์ฟาร์ม ไม่ว่าโดยใช้ที่ดินของเอกชนเองในชุมชนนั้น หรือถ้าหากมีที่ดินราชพัสดุ หรือที่ดินของหน่วยราชการในบริเวณใกล้เคียง รัฐบาลก็สามารถสนับสนุนให้ชุมชนสามารถใช้ที่ดินดัวกล่าวได้ด้วย
๒. รัฐบาลต้องไม่ยินยอมให้บางแผนงานตกเป็นภาระหนี้แก่รัฐบาล
“แผนงานที่ ๑ : มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานวงเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก
โดยมุ่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการ SMEs รวมทั้งลดต้นทุนให้กับภาคการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพต่อไปได้โดยไม่ถูกผลกระทบซํ้าจากต้นทุนที่สูงขึ้น และช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง”
ข้าพเจ้าขอเรียนว่า :
ก) การให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงาน รัฐบาลจะต้องช่วยเหลือแต่เฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเท่านั้น ทั้งนี้ แหล่งเงินที่จะใช้สำหรับดูแลประชาชนกลุ่มนี้ไม่ควรต้องกู้หนี้สาธารณะเพิ่มโดยการตราพระราชกำหนด แต่ให้รัฐบาลเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากบรรดาโรงกลั่นน้ำมันที่คิดค่าการกลั่นสูงเกินเหตุอันเป็นการฉวยโอกาสหากำไรลาภลอยในสถานการณ์ที่มีการโจมตีทำลายโรงกลั่นทั่วโลก เรียกเก็บจากผู้ค้าน้ำมันทุกระดับที่ได้กำไรจากสต๊อค รวมทั้งเรียกเก็บจากประชาชนกลุ่มที่ใช้น้ำมัน โดยวิธีบวกอัตรานำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการเฉพาะ
ข) รัฐบาลไม่ควรให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการธุรกิจ เพราะถึงแม้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้นจากราคาพลังงาน แต่ผู้ประกอบการย่อมอยู่ในฐานะที่จะบวกเข้าไปในค่าสินค้าหรือบริการส่งผ่านไปให้แก่ผู้ซื้อได้ โดยรัฐบาลช่วยโดยตรงไปที่ฝั่งผู้ซื้อที่เป็นผู้มีรายได้น้อยและปานกลางอยู่แล้ว
ค) รัฐบาลสมควรช่วยเหลือลดต้นทุนให้กับภาคการเกษตร แต่ควรทบทวนวงเงินที่จะต้องใช้ เพราะอาจจะสามารถโยกงบประมาณเพื่อการนี้ได้อยู่แล้ว แทนที่จะกู้หนี้สาธารณะโดยการตราพระราชกำหนด
๓. วิธีช่วยประชาชนดีที่สุดคือการลดค่าครองชีพ
ข้าพเจ้าขอเรียนว่า เพื่อให้เป็นไปตามหลักการวินัยการเงินการคลัง รัฐบาลจะต้องหาวิธีบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนด้วยการลดค่าครองชีพก่อนที่จะคิดตราพระราชกำหนดเพื่อกู้หนี้สาธารณะ ซึ่งเป้าหมายที่สำคัญและจะทำให้การลดค่าครองชีพกระจายไปยังประชาชนได้กว้างขวางที่สุดและดำเนินการได้เร็วที่สุด ก็คือการลดราคาพลังงาน ซึ่งจะต้องดำเนินการโดยปฏิรูปโครงสร้างกำไรธุรกิจพลังงาน
เรื่องราคาน้ำมัน จะต้องยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก แต่เปลี่ยนเป็นการอ้างอิงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกแทน เพื่อจะตัดค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติออกไป พร้อมทั้งตัดค่าใช้จ่ายพรีเมี่ยม เช่น การขนส่ง ประกันภัย จากสิงคโปร์มาไทย ซึ่งมิได้มีการจ่ายออกไปจริง
เรื่องราคาก๊าซหุงต้ม จะต้องเปลี่ยนลำดับคิว (Queue) ในการใช้ก๊าซที่ผลิตจากอ่าวไทยที่มีราคาต่ำที่สุดให้ครัวเรือนยืนอยู่ต้นหัวแถวเหมือนดังในห้วงเวลาโชติช่วงชัชวาล เพื่อจะให้ครัวเรือนได้ใช้ก๊าซหุงต้มในราคาต่ำที่สุดก่อน ต่อเมื่อครัวเรือนมีก๊าซหุงต้มใช้จนเต็มความต้องการแล้ว จึงจะเสนอขายให้แก่ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในราคาตลาดโลก
เรื่องราคาค่าไฟฟ้า จะต้องให้เชื้อเพลิงที่ได้จากการแยกก๊าซที่ผลิตจากอ่าวไทยซึ่งมีราคาต่ำที่สุด ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อขายให้แก่ประชาชนในราคาต่ำจนกระทั่งเต็มกำลังผลิตของโรงงานเสียก่อน ถ้ายังเหลือจึงจะเสนอขายให้แก่โรงไฟฟ้าเอกชนในราคาตลาดโลก และให้การไฟฟ้าทุกองค์กรรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนไล่ตามผู้เสนอเรียงตามราคาต่ำสุดขึ้นไปหาราคาสูงสุด
เรื่องสิทธิการรับซื้อก๊าซจากปากหลุมผลิตในอ่าวไทย จะต้องย้ายสิทธินี้กลับคืนให้แก่ประชาชน โดยจัดตั้งองค์กรก๊าซแห่งชาติเพื่อให้เป็นผู้ทรงสิทธินี้แต่ผู้เดียว
ข้าพเจ้าจึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาประกอบการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของท่านต่อไป และเพื่อโปรดพิจารณาว่าการกระทำที่เกี่ยวข้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลหรือไม่
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศิริกัญญา' ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบรัฐบาลถังแตก ใช้เงินกู้แก้วิกฤตพลังงานโปะรายจ่ายประจำ ชี้ผิดวินัยการคลัง-ละเมิดรธน.
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน เข้ายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบรัฐบาลในกสรใช้เงินกู้ไปกับงบรายจ่ายประจำส่อผิดกฎหมาย ว่า ตนมายื่นเรื่องร้องเรียนกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ยื่นเรื่องไปที่ศาลปกครอง ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ครม.อนุมัติ โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนที่อนุมัติเงิน 18,800 ล้านบาท เพื่อใช้ในสวัสดิการตามปีงบประมาณ 2569 ตลอดปี
แจ้งเลื่อนประชุม ครม. เป็นพุธที่ 10 มิ.ย. หลัง 'นายกฯ-รมต.หลายคน' บินภารกิจเวียดนาม
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้แจ้งให้รัฐมนตรี และหน่วยงานรับทราบ ถึงการเลื่อนประชุมคณะรัฐมนตรี
อ.อัจฉราวดี ฝากถึง 'เอกนัฏ' อย่าล้มมวยแก้ราคาน้ำมัน
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ต่อการแก้ปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน การดำเนินคดีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โดย อ.อัจฉราวดี ระบุว่า หากปล่อยให้การแก้ปัญหาบ้านเมือง
'อนุทิน' บอกอย่ากังวลรัฐบาลจะอยู่ใต้อิทธิพลของใคร พวกเราฟังประชาชนเท่านั้น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ได้พบปะพูดกันแล้วหรือไม่ ว่า ยังไม่ได้มีการเจอและพูดกัน และอย่างที่ตนบอกคือแสดงความยินดี รู้สึกโอเค
นายกฯสั่งสำนักงานปลัดฯแจ้ง 'วัชระ' เรื่องเก็บภาษี 'ทักษิณ' 17,000 ล้านให้กรมสรรพากรแล้ว
'วัชระ' เผย 'อนุทิน' สั่งสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ แจ้งเรื่องเร่งรัดเก็บภาษีทักษิณ 17,000 ล้าน ให้กรมสรรพากรพิจารณาแล้ว บี้ 'ทักษิณ' ทำตามคำพิพากษาคนจะชื่นชมว่ามีเกียรติเคารพกฎหมาย
นายกฯ อารมณ์ดี ส่งจูบ แจกหัวใจ ให้สื่อฯ ก่อนเคลียร์งานต่อบนตึกไทยคู่ฟ้า
หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เสร็จสิ้นภารกิจ ที่นายแร็มโก โยฮันเนิส ฟัน ไวน์คาร์เดิน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย และนางสาวแอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสอำลาตำแหน่งก่อนพ้นหน้าที่ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

