บันทึกหน้า4


   

    ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net "ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้" ถือได้ว่าเป็นประโยคที่ใกล้กับสิ่งที่สังคมอยากได้ยิน เพราะดูเหมือน "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เริ่มจะสนใจกระแสสังคมบ้าง นับตั้งแต่ประกายแหวนเพชรกับนาฬิกาหรูส่องกระทบกับแสงแดดในวันที่ท่านยกมือขึ้นบังสายตา ระหว่างการถ่ายรูปหมู่ ครม.ประยุทธ์ 5 ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อ 4 ธ.ค.60 จนแสบตาแทงใจคนไทยทั้งประเทศ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็กระหึ่มมาตลอด แต่ท่าทีที่ออกมาเกือบ 2 เดือน คือได้ยินแต่ไม่ฟัง อย่างต้นเดือน ม.ค. เจ้าตัวบอกว่า "ที่โซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์นั้นก็เป็นเรื่องของโซเชียลมีเดีย จะไปฟังทำไม" หรือที่เคยพูดเรื่องลุกจากเก้าอี้ก็ต่อเมื่อป.ป.ช.ชี้ว่าผิด ทั้งที่ความน่าเชื่อถือขององค์กรนี้ภายใต้ "บิ๊กกุ้ย" ก็ดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ 
    ๐ หลังจากรอคอยมานาน ทันทีที่คำประกาศ "บิ๊กป้อม" แพร่สะพัด สังคมโซเชียลมีเดียก็โดดรับทันที "ป้ามล" ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก เปิดแคมเปญล่ารายชื่อประชาชน ผ่านเว็บไซต์ www.change.org ในหัวข้อ “อยากให้รองนายกประวิตรลาออก ตามที่ท่านได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 31 ม.ค.61 ที่กระทรวงกลาโหม” โดยให้เหตุผลว่า "เพื่อให้สถานการณ์ที่อึมครึมทางการเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดี พวกเราทุกคนขอให้ท่านทำตามที่พูดไว้ด้วยค่ะ" ปรากฏว่าถึงช่วงค่ำวันพฤหัสฯ มีคนร่วมลงชื่อสนับสนุนแตะกว่า 3 หมื่นคนแล้ว หรืออย่างเพจเฟซบุ๊ก “ที่นี่ ThaiPBS” ก็ชวนคนร่วมแสดงความคิดเห็น ตอบคำถามบิ๊กป้อม "อยากให้อยู่ หรืออยากให้ไป" โดยเปิดให้โหวต 7 วันแล้วจะสรุปผล ส่วน CSI LA เพจที่ออกมาแฉนาฬิกาหรูจำนวน 25 เรือน ก็ออกมาทำโพลด้วย "คุณต้องการให้พล.อ.ประวิตรลาออกจากตำแหน่งในกรณีนาฬิกาหรูหรือไม่" ผลโหวตที่ออกมาถึง 90% อยากให้ไป!
    ๐ สุดท้ายจะอยู่ต่อหรือไป ขึ้นอยู่กับสปิริตของ "บิ๊กป้อม" (ถ้ายังมี) เพราะหลังคำพูดเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ก็มีเสียงแว่วออกมาจากแวดวงเหล่าทัพว่า อาจมีข่าวดีภายใน 2 สัปดาห์ เพราะห่วงจะลาก "บิ๊กตู่" รวมถึงรัฐบาลที่ขาลงอยู่แล้วล้มลงไปด้วย ขณะที่อีกกระแสหนึ่งก็ยังยืนยันว่าไม่ออก ก็เป็นเรื่องเกินคาดเดา แต่ถ้าพูดเพื่อโยนหินถามทาง หวังเช็กกระแส คำตอบที่ออกมาเวลานี้ก็น่าจะชัดพอหรือดังพอที่จะได้ยิน เพียงแต่ประชาชนที่ท่านพูดถึงน่ะ หมายถึงคนส่วนใหญ่ หรือคนเพียงหยิบมือที่มาชูป้ายเชลียร์ที่หน้ากระทรวงกลาโหมกันล่ะ
    ๐ ยังดิ้นกระแด่วๆ ไม่เลิก ขนาดหนีไปครึ่งโลก มุดรูปูไปโผล่กลางเมืองลอนดอน แถมยังมีกะใจช็อปปิ้งห้างหรู ทั้งที่เบี้ยวชดใช้จำนำข้าว 3.5 หมื่นล้าน ส่งทนายยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีเป็นระลอกๆ ล่าสุด "นพดล หลาวทอง" หนึ่งในทีมทนายความยิ่งลักษณ์ อ้างเหตุผลความจำเป็น โดยเฉพาะบ้านพักในซอยโยธินพัฒนา 3 ที่สามีและลูกชายของยิ่งลักษณ์ยังพักอาศัยอยู่ ถึงขั้นนี้ยังกลัวว่าจะถูกขายทอดตลาดแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้ ถ้าเทียบมูลค่าบ้าน 110 ล้าน ยังไม่ถึง 1% ของจำนวนเงินที่ต้องชดใช้ด้วยซ้ำ รู้กันอยู่ว่าเงินส่วนใหญ่ที่พอจะถ่ายโอนได้ก็ยักย้ายไปนานแล้ว ส่วนจะถึงขั้นตอนขายทอดตลาดคงยังอีกไกล เอาแค่เดินหน้ายึดแต่ละอย่างก็ใช้เวลาไม่น้อย ฝ่ายรัฐบาลก็บอกเองว่ายังมีเวลาเป็น 10 ปี เวลานี้กรมบังคับคดีก็ทำหน้าที่แค่ยึดไว้เท่านั้นแหละ
    ๐ เป็นข่าวช็อกพี่น้องเพื่อนๆ ในแวดวงสื่อมวลชนสายการเมือง กับการจากไปอย่างน่าสลดของ "น้องทราย" เหมือนแพร ศรีสุวรรณ อดีตผู้สื่อข่าวสายการเมืองไทยโพสต์ ขอให้น้องไปสู่สุคติ สู่ภพภูมิที่ดี โดยจะมีพิธีรดน้ำศพวันศุกร์ที่ 2 ก.พ. เวลา 16.00 น. ที่วัดนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม สวดอภิธรรมในเวลา 19.00 น. ถึงวันอาทิตย์ที่ 4 ก.พ. และพิธีฌาปนกิจในวันจันทร์ที่ 5 ก.พ. เวลา 16.00 น.