‘แช้ตไลน์’มัดแม่ค้าหวย 6พ.ย.ยังไม่รู้ใครถูกแน่!


   

 

ทนายตั้มตอกฝาโลง "เจ๊บ้าบิ่น" แฉคุยไลน์กับลูกวันที่ 6 พ.ย. ไม่รู้ใครถูกรางวัลที่ 1 แต่กลับให้สัมภาษณ์ว่ารู้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. เป็นของครูปรีชา เปิดหลักฐานพยานปากเอกใกล้ชิดฝ่ายครู หักล้างพยานรวดเดียว 40 ปาก ด้านเจ๊ขายหวยล่องหนแล้ว 3 วัน ส่วนครูปรีชายังอมพระยืนยันเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ 30 ล้าน

    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายษิทรา เบี้ยบังเกิด   เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ทนายความของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ เจ้าของลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท ซึ่งเพิ่งจะเดินทางกลับจากพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์รูปการแชตระหว่างแม่ค้าหวยกับลูก ในเฟซบุ๊กแฟนเพจษิทรา เบี้ยบังเกิด  เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ  
    ซึ่งนายษิทราระบุว่า "วันนี้เอาหลักฐานสำคัญว่าป้าบ้าบิ่นโกหกว่าวันที่ 1 พ.ย. รู้แล้วว่าหวยเป็นของครูปรีชา มายื่นต่อกองปราบปราม"
    หลักฐานการสนทนาดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้           ฝ่ายลูก  "ใครได้ไปแม่"
    บุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นป้าบ้าบิ่นตอบว่า "ยังไม่รู้" 
    ทั้งนี้ การสนทนาดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน แสดงให้เห็นว่าที่เจ๊บ้าบิ่นบอกว่ารู้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ว่าครูปรีชาถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 นั้น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
    นอกจากนี้ นายสิทธา ทีมทนายความพร้อมลูกความ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.เพื่อมอบพยานหลักฐาน 2 ส่วนให้เพิ่มเติมเพื่อใช้ตรวจสอบหาเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่า 30 ล้านตัวจริง หลักฐานที่ว่าคือพยานบุคคลที่หามาได้เพิ่มเติมอีก 2 ปาก หนึ่งในนั้นเป็นคนใกล้ชิดนายปรีชา ใคร่ครวญ  หรือครูปรีชา มั่นใจสามารถหักล้างพยานบุคคลทั้ง 40 ปากของครูปรีชาได้ อีกส่วนคือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่สามารถยืนยันได้ว่าใครพูดความจริง 
    เขากล่าวว่า กรณีสื่อเปิดเผยคลิปเสียงคุยกันระหว่างชายและหญิงที่คล้ายเสียงครูปรีชาในวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 1 พ.ย.60 หากตำรวจมีคลิปน่าจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และทราบว่าตำรวจกู้ได้จากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าของโทรศัพท์มือถือแล้ว  
    ด้าน พล.ต.ต.ไมตรีเปิดเผยว่า ล่าสุดทราบข้อมูลจากกองบัญชาการสอบสวนกลางว่ามีหนังสืออย่างเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้โอนคดีสลากกินแบ่งรัฐบาลมูลค่า 30 ล้านบาทจาก บช.ภ.7 แล้ว  โดยจะไปรับสำนวนการสอบสวนจากชุดสืบสวนสอบสวนที่ บช.ภ.7 ทันที โดยหลังจากได้ข้อมูลและสำนวนการสอบสวน จะนำมาตรวจสอบกับคำให้การของพยานทั้ง 40 ปาก ว่าข้อมูลที่ชุดสืบสวนของกองปราบปราม ลงพื้นที่และสืบสวนมาได้นั้น ตรงกับคำให้การของพยานทั้งหมดหรือไม่ ส่วนจะการเรียกสอบสวนพยานทั้ง 40 ปากใหม่หรือไม่นั้น รอความชัดเจนจากสำนวนทั้งหมดก่อน
    วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักเลขที่ 143/22 หมู่ 3 ต.ปากแพรก อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี ของครูปรีชา เพื่อสอบถามเกี่ยวกับคลิปเสียงการสนทนา แต่เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบว่าประตูบ้านนั้นล็อกกุญแจจากด้านใน โดยมีรถยนต์กระบะจอดอยู่ที่โรงจอดรถ 1 คัน แม้พยายามกดกริ่งและตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ บรรยากาศภายในนั้นเงียบสนิท ผู้สื่อข่าวได้รออยู่ประมาณ 30 นาที จึงเดินทางกลับออกมา
    จากนั้นเดินทางไปติดตามหานางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ที่แผงขายบริเวณริมฟุตปาธด้านหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขากาญจนบุรี แต่เมื่อไปถึงก็ไม่พบตัวเช่นกัน และเมื่อเดินทางไปหาที่บ้านพักภายในชุมชนเตาปูน 3 เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี พบรถจักรยานยนต์จอดอยู่ภายในบ้าน 1 คัน รวมทั้งรถเข็นขายของที่ใช้สำหรับขายขนมบ้าบิ่นอีก 1 คัน 
    เมื่อตะโกนเรียก ไม่มีเสียงตอบรับ แต่มีชาย 1 คนกำลังป้อนอาหารให้กับเด็กอยู่บริเวณประตูบ้าน และเมื่อสอบถามทราบว่าเป็นลูกชายของป้าบ้าบิ่น ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าแม่ไม่อยู่บ้าน เนื่องจากไปนอนค้างบ้านญาติตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้บอกว่าบ้านญาตินั้นอยู่ที่ไหน จากนั้นก็ปิดประตูบ้านทันที
    ต่อมาเวลาประมาณ 09.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนเทพมงคลรังสี ต.บ้านเหนือ อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี ซึ่งพบว่าครูปรีชาพยายามเลี่ยงที่จะตอบคำถามของผู้สื่อข่าว และมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเจน 
    ทั้งนี้ นายปรีชาได้สวมเชิ้ตลายสก็อตสีครีม-น้ำตาล ซึ่งเป็นตัวที่อ้างว่าสวมใส่ในวันเกิดเหตุ โดยนายปรีชา กล่าวถึงคลิปเสียงว่า ได้ยินคลิปเสียงแล้ว รู้สึกเฉยๆ ไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ เรื่องคลิปเสียงดังกล่าว ใครมีหลักฐานอะไรก็ไปแสดงกันในศาล ซึ่งศาลเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสิน และขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น
    "ใครที่มีหลักฐานอะไรก็ควรจะนำไปแสดงในศาล การนำเอาหลักฐานมาโต้กันไปมาผ่านสื่อแบบนี้ จะยิ่งสร้างความสับสนให้กับสังคมมากยิ่งขึ้น โดยส่วนตัวในขณะนี้ไม่มีความกังวลใดๆ เพราะยังเชื่อในความเป็นจริงและความบริสุทธิ์ของตนเอง ทั้งนี้ เรื่องที่ว่าใครเป็นคนพูดจริง ใครพูดโกหกนั้น ก็ขอให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์ว่าใครเป็นของจริงของปลอม 
    เขายังบอกว่า คลิปเสียงที่สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์นั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเสียงของตนหรือไม่ เพราะเสียงแหลมเกิน ต้องผ่านกระบวนการตรวจพิสูจน์ก่อน ส่วนพยานหลักฐานต่างๆ ของตนก็ได้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้วเช่นกัน
    “ยังยืนยันว่าลอตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัลนั้นเป็นของผมอย่างแน่นอน และไม่หวั่นวิตกว่าหากถึงที่สุดแล้วจะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งที่จะต้องติดคุก เพราะความจริงคือความจริง และไม่มีใครหลีกหนีความจริงไปได้พ้น” นายปรีชากล่าว
        ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับนายสมพงษ์ เตชรัตนวรกุล ผอ.โรงเรียนเทพมงคลรังสี จึงได้เข้าไปสอบถามกรณีเรื่องคลิปเสียงดังกล่าว นายสมพงษ์ตอบว่า คงต้องรอทางกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้พิจารณา และขณะนี้ยังไม่มีการภาคทัณฑ์ใดๆ กับครูปรีชา คดีดังกล่าวเป็นเรื่องของบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับทางโรงเรียน
    นายสมพงษ์กล่าวว่า หากผลการตรวจสอบออกมาว่าลอตเตอรี่ไม่ใช่ของนายปรีชา ทางโรงเรียนจะต้องดำเนินการทางวินัย แต่จะต้องถึงขั้นสั่งย้ายหรือไม่ เรื่องนี้ทางผู้บังคับบัญชาจะแจ้งมาเองว่าให้ดำเนินการอย่างไรต่อไป สำหรับนายปรีชา ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมไม่เหมาะ และมาสอนนักเรียนตามปกติ แต่สุดท้ายหากผลออกมาในทิศทางใด ก็คงต้องว่าไปตามนั้น อย่างไรก็ตาม หากข้าราชการครูถูกดำเนินคดีในคดีอาญาจากการตัดสินของศาลสูงสุด ส่วนของโทษทางวินัย หากไม่ร้ายแรงก็จะต้องถูกภาคทัณฑ์และลดขั้นเงินเดือน หรือถ้าหากขั้นร้ายแรงจริง ก็จะต้องปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ
    เมื่อถามว่า ผอ.ได้ฟังคลิปการสนทนาแล้วหรือยัง  นายสมพงษ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ฟัง ดังนั้นผู้สื่อข่าวจึงเปิดคลิปเสียงให้นายสมพงษ์ฟังจนจบ และขอให้ออกความคิดเห็นกรณีคลิปเสียงที่ได้ยิน ซึ่งนายสมพงษ์ตอบว่า จากการฟังเสียงดังกล่าวก็มีส่วนที่คล้ายและไม่คล้ายเสียงของครูปรีชา
    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บริเวณแผงขายลอตเตอรี่ที่เจ๊บ้าบิ่นมาขายเป็นประจำนั้น เจ้าตัวไม่ได้นำลอตเตอรี่มาขาย จากการสอบถามเพื่อนผู้ค้าลอตเตอรี่ทราบว่าไม่ได้มาขาย 3 วันแล้ว คาดว่ายังอยู่ที่บ้านพัก
    ขณะที่ น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช แม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่อ้างว่าขายลอตเตอรี่ให้กับนางรัตนาพร ได้มาตั้งแผงขายตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย สาขากาญจนบุรี ตามปกติ ภายหลังจากหยุดขายไป 2 วัน โดย น.ส.พัชริดาตอบเพียงสั้นๆ ว่า ไม่ได้ยินคลิปเสียงอะไรทั้งนั้น ไม่ขอตอบคำถามในเรื่องดังกล่าว 
    เมื่อสอบถามได้เจอกับ นางรัตนาพรบ้างหรือไม่ เธอบอกว่า เดี๋ยวแกก็มาขายของ เพราะถึงเวลาที่จะต้องขายลอตเตอรี่แล้ว เขาอาจจะจัดลอตเตอรี่อยู่ก็ได้ และกล่าวต่อว่า ไม่ได้คุยและเจอกับ นางรัตนาพรเลย และไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งนั้น เนื่องจากทนายฝ่ายครูปรีชาสั่งมาว่าห้ามไม่ให้ข่าวอีก เพราะเกรงจะเสียรูปคดี
    ส่วนแม่ค้าขายสลากคนอื่นๆ รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเรดซิตี้ ไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ขณะที่ประชาชนก็มีการแสดงความคิดเห็นแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือมีทั้งเชื่อและไม่เชื่อว่าเป็นคลิปเสียงของบุคคลทั้งสองจริง 
    นอกจากนี้ยังมีการเดิมพันต่อรองราคากันด้วย แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีใครกล้าฟันธงว่าลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลนั้นเป็นของใคร โดยขอให้ศาลเป็นผู้ตัดสินในเรื่องนี้ พร้อมเอาใจช่วยทั้งสองฝ่าย และอยากให้เรื่องนี้จบลงเร็วๆ เพื่อจะได้รู้ว่าใครคือเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง.


 


ถึงกับสะดุ้งเฮือก!"เสี่ยเพ้ง" พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยขัดตาทัพพรรคนี้อาการไม่ค่อยดี เหยียบหัวแม่ตีนกันเป็นว่าเล่น

อย่าเลือกตั้งเพราะอยาก
'สะท้อนกรรมจากอริยสงฆ์'
ปีแห่ง "โชคลางกระถางแตก"
ว่าด้วยกินและเที่ยว 'ตรุษจีน'
'หมอธี...บนทางคิดจริยธรรม'
'ไซด์ไลน์' ภาคสังคมจริยธรรม