ม็อบต้านกม.รวมกลุ่มปชช. จี้ 'ผบ.ตร.' สั่งการลูกน้องหยุดคุกคาม ละเมิดสิทธิ์

ภาพจากเฟซบุ๊ก No NPO Bill

ม็อบต้านกฎหมายการรวมกลุ่มประชาชน ปักหลักหน้ายูเอ็นร่วมสิบวัน เดินหน้าเรียกร้องรัฐบาลยุติกฎหมายทำลายสิทธิ เสรีภาพ จี้ ผบ.ตร.สั่งการลูกน้องหยุดคุกคาม เคารพสิทธิ์กลุ่มผู้ชุมนุม

29 พ.ค.2565 –  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การชุมนุมที่หน้าองค์การสหประชาชาติ  ของประชาชนในนาม ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน ซึ่งได้มีการปักหลักชุมนุมเป็นวันที่ 7 โดยวันนี้ได้มีการยื่นจดหมายผ่าน พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.นางเลิ้ง   เพื่อส่งไปยัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมทั้งได้ทำเสาเนาหนังสือถึง พรประไพ  กาญจนรินท์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ ชินเทียร์  เวรีโอ  ตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ  เรียกร้องให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยเคารพและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของบุคคลทุกคน และอำนวยความสะดวกให้มีการใช้พื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ปราศจากการคุกคามใดๆ เพื่อให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและชุมนุมโดยสันติและปราศอาวุธตามรัฐธรรมนูญได้อย่างปลอดภัยตลอดการชุมนุม

โดยมีการระบุว่า  บริเวณในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ได้มีการถ่ายรูปจากด้านนอกโดยการหันกล้องเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม รวมถึงการเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตั้งกล้องขนาดเล็กไว้ที่บริเวณหน้าอกจำนวนมาก ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถทราบได้เลยว่ามีการถ่ายรูปผู้ชุมนุมใครบ้าง หรือมีการบันทึกวิดีโอหรือไม่ หรือการที่เจ้าหน้าที่ใช้กล้องถ่ายรูปเลนส์ซูมขนาดใหญ่ อยู่ในป้อมจราจรใกล้กับบริเวณที่มีการชุมนุม แล้วถ่ายออกมา หรือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแฝงตัวเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมเพื่อสอบถามหาคนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการจะพบหรือติดตามตัว

วันเดียวกัน   คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์ สามัคคีประชาชน หยุดกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน โดยระบุใจความว่า  สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ผลักดันร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน เพื่อรอนสิทธิ์ของประชาชนในการชุมนุม รวมกลุ่ม สมาคม ชมรม มูลนิธิ หรือองค์การต่างๆ เพื่อเข้าควบคุม จำกัด แบ่งแยกและปกครอง เพื่อยึดอำนาจรัฐราชการรวมศูนย์ตามแนวทางอำนาจนิยม โดยไม่ฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง และต้องการทำลายสิทธิเสรีภาพของพลเมือง โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแทบทุกฉบับ และขัดกับกติการะหว่างประเทศด้านต่างๆ ที่ไทยมีพันธกรณีอยู่แต่อย่างใด แม้จะมีเสียงคัดค้านจากประชาชนไทยและประชาคมโลกอย่างกว้างขวาง

ทำให้เครือข่ายภาคประชาชนในนาม “ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน” จัดการชุมนุมทางการมืองหน้าสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (Un-ESCAP) ประเทศไทย โดยมีข้อเรียกร้องรัฐบาลยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ความเห็นชอบในหลักการต่อร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. …. ที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยุติการเสนอกฎหมายควบคุมเสรีภาพการรวมกลุ่มของประชาชนทุกฉบับ

 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จึงขอแถลงการณ์เรียกร้องมายังรัฐบาล ดังต่อไปนี้ 1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี ยุติและยกเลิกร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. …. และกฎหมายควบคุมเสรีภาพการรวมกลุ่มของประชาชนทุกฉบับในทันที โดยทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับประชาชน

 2.ขอเรียกร้องให้รัฐบาล ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และทั่วประเทศตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548  ยุติการใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าวควบคุมและตั้งข้อหาทางการเมืองแก่ประชาชน เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวไม่ได้แก้ไขปัญหาโควิดระบาด และเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำลังดำเนินการให้โรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่นในเดือนมิถุนายน 2565 นี้

3.ขอสนับสนุนการชุมนุมของประชาชนเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน ขอให้ทุกเครือข่ายภาคประชาชนและพี่น้องทุกสาขาอาชีพ ร่วมกันสามัคคีประชาชน เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการผลักดันกฎหมายควบคุมเสรีภาพการรวมกลุ่มของประชาชนทุกฉบับโดยทันที และร่วมกันต่อต้านรัฐบาลอำนาจนิยมที่ต้องการผูกขาดอำนาจ รอนสิทธิ์ประชาชน เพื่อต้องการรวบอำนาจไว้ที่รัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขยับ 'พล.ต.อ.รุ่งโรจน์' จากบัญชีสำรอง นั่ง ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ แทน 'เอก อังสนานนท์'

จากกรณี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี ทั้งนี้ ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 มาตรา 29 บัญญัติ ว่า ในกรณีที่ก.ตร.ผู้คุณวุฒิตามมาตรา 22 (4) (ก) หรือ (ข) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีสำรองในประเภทนั้นผู้ที่เลื่อนลำดับขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน

ผบ.ตร. สั่งจับตา 'กลุ่มเสี่ยง' ปลุกระดมมวลชนก่อเหตุวุ่นวายหลังเลือกตั้ง เตรียมจัดกำลังชุด คฝ. รับมือ

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศลต.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง โดยมีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศร่วมประชุม ณ

'ภูมิธรรม' รับไม่ได้ การเลือกตั้งผิดปกติ ฝ่ายปกครอง ตร. ทหาร อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทำให้เกิดข้อกังขา

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai ระบุว่าการเลือกตั้งที่ผิดปกติต้องมีคนรับผิดชอ

'นายกฯหนู' สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบ ขอบคุณได้มากกว่าขอ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 12.09 น. นายอนุทิน เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า

ผบ.ตร. สั่งดูแลการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง ห่วงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำชับเพิ่มความเข้มงวด

‘ผบ.ตร.’ ประชุมติดตามผลการดูแลความปลอดภัยการเลือกตั้ง ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พบผิดกฎหมายเลือกตั้ง 7 คดี

สุดทน! 'ไตรรงค์' ฟ้องศาลพวกโจมตีการทำงานต่อเนื่อง ลั่นเป็นตร. 40ปี โดนด่าไม่เคยเอาผิดใคร

รองเจรตำรวจแห่งชาติ ฟ้องศาลเอาผิดพวกใส่ร้าย บอกเป็นตำรวจมากว่า 30–40 ปี ถูกด่ามานับไม่ถ้วน ไม่เคยคิดใช้สิทธิทางกฎหมาย