
ม็อบต้านกฎหมายการรวมกลุ่มประชาชน ปักหลักหน้ายูเอ็นร่วมสิบวัน เดินหน้าเรียกร้องรัฐบาลยุติกฎหมายทำลายสิทธิ เสรีภาพ จี้ ผบ.ตร.สั่งการลูกน้องหยุดคุกคาม เคารพสิทธิ์กลุ่มผู้ชุมนุม
29 พ.ค.2565 – ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การชุมนุมที่หน้าองค์การสหประชาชาติ ของประชาชนในนาม ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน ซึ่งได้มีการปักหลักชุมนุมเป็นวันที่ 7 โดยวันนี้ได้มีการยื่นจดหมายผ่าน พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.นางเลิ้ง เพื่อส่งไปยัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมทั้งได้ทำเสาเนาหนังสือถึง พรประไพ กาญจนรินท์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ ชินเทียร์ เวรีโอ ตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยเคารพและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชนของบุคคลทุกคน และอำนวยความสะดวกให้มีการใช้พื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ปราศจากการคุกคามใดๆ เพื่อให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มและชุมนุมโดยสันติและปราศอาวุธตามรัฐธรรมนูญได้อย่างปลอดภัยตลอดการชุมนุม
โดยมีการระบุว่า บริเวณในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ได้มีการถ่ายรูปจากด้านนอกโดยการหันกล้องเข้ามาในพื้นที่การชุมนุม รวมถึงการเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตั้งกล้องขนาดเล็กไว้ที่บริเวณหน้าอกจำนวนมาก ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถทราบได้เลยว่ามีการถ่ายรูปผู้ชุมนุมใครบ้าง หรือมีการบันทึกวิดีโอหรือไม่ หรือการที่เจ้าหน้าที่ใช้กล้องถ่ายรูปเลนส์ซูมขนาดใหญ่ อยู่ในป้อมจราจรใกล้กับบริเวณที่มีการชุมนุม แล้วถ่ายออกมา หรือการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแฝงตัวเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมเพื่อสอบถามหาคนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการจะพบหรือติดตามตัว
วันเดียวกัน คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกแถลงการณ์ สามัคคีประชาชน หยุดกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน โดยระบุใจความว่า สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ผลักดันร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน เพื่อรอนสิทธิ์ของประชาชนในการชุมนุม รวมกลุ่ม สมาคม ชมรม มูลนิธิ หรือองค์การต่างๆ เพื่อเข้าควบคุม จำกัด แบ่งแยกและปกครอง เพื่อยึดอำนาจรัฐราชการรวมศูนย์ตามแนวทางอำนาจนิยม โดยไม่ฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง และต้องการทำลายสิทธิเสรีภาพของพลเมือง โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแทบทุกฉบับ และขัดกับกติการะหว่างประเทศด้านต่างๆ ที่ไทยมีพันธกรณีอยู่แต่อย่างใด แม้จะมีเสียงคัดค้านจากประชาชนไทยและประชาคมโลกอย่างกว้างขวาง
ทำให้เครือข่ายภาคประชาชนในนาม “ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน” จัดการชุมนุมทางการมืองหน้าสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (Un-ESCAP) ประเทศไทย โดยมีข้อเรียกร้องรัฐบาลยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ความเห็นชอบในหลักการต่อร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. …. ที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยุติการเสนอกฎหมายควบคุมเสรีภาพการรวมกลุ่มของประชาชนทุกฉบับ
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จึงขอแถลงการณ์เรียกร้องมายังรัฐบาล ดังต่อไปนี้ 1.ขอเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี ยุติและยกเลิกร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. …. และกฎหมายควบคุมเสรีภาพการรวมกลุ่มของประชาชนทุกฉบับในทันที โดยทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับประชาชน
2.ขอเรียกร้องให้รัฐบาล ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และทั่วประเทศตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ยุติการใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าวควบคุมและตั้งข้อหาทางการเมืองแก่ประชาชน เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวไม่ได้แก้ไขปัญหาโควิดระบาด และเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำลังดำเนินการให้โรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่นในเดือนมิถุนายน 2565 นี้
3.ขอสนับสนุนการชุมนุมของประชาชนเพื่อต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน ขอให้ทุกเครือข่ายภาคประชาชนและพี่น้องทุกสาขาอาชีพ ร่วมกันสามัคคีประชาชน เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการผลักดันกฎหมายควบคุมเสรีภาพการรวมกลุ่มของประชาชนทุกฉบับโดยทันที และร่วมกันต่อต้านรัฐบาลอำนาจนิยมที่ต้องการผูกขาดอำนาจ รอนสิทธิ์ประชาชน เพื่อต้องการรวบอำนาจไว้ที่รัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.นพดล แพร่บทความ 'สแกมเมอร์ยุคใหม่' เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย
เมื่อเด็กจำนวนมากกำลังถูกบังคับให้เป็นคนร้าย ผู้ใหญ่จะปกป้องพวกเขา หรือจะผลักพวกเขาออกไปจากอนาคต เราอาจกำลังเห็นเด็กและเยาวชนจำนวนมาก ยืนอยู่ในฐานะผู้ต้องหา
ผบ.ตร.สั่งฟันโทษวินัยและอาญาเด็ดขาด ตร.พัทยาเมายิงดับ 1
ผบ.ตร.สั่งดำเนินการทางวินัยและอาญาเด็ดขาด ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เมายิงกลางวอลล์คกิ้งสตรีทเสียชีวิต 1 ราย
'พ.ต.อ.ภาคภูมิ' อดีตลูกน้องบิ๊กโจ๊ก จี้ ผบ.ตร. แถลงคืบหน้าคดีสินบนทอง 246 บาท
พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 (รอง ผบก.สส.ภ.4) พยานปากสำคัญในคดีสินบนทองน้ำหนัก 246 บาท และอดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก"
โฆษก ตร. เตือนคุกคามทางเพศ โทษหนักสุด คุก 5 ปี ปรับ 1 แสน
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงภาพรวมการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะจุดจัดงานขนาดใหญ่ อาทิ ถนนสีลม ถนนข้าวสาร สยามสแควร์ และงาน S2O Festival พบว่าระหว่างวันที่ 10-15 เม.ย.2569 มียอดรับแจ้งคดีอนาจารรวมทั้งสิ้น 6 คดี
รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่งานสงกรานต์สีลม-ข้าวสาร ภาพรวมเรียบร้อย
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ บริเวณถนนข้าวสารและถนนสีลม กรุงเทพมหานคร

