ผอ.รพ.สต.หอบหลักฐานร้อง ป.ป.ช. สอบ ผอ.สังกัด อบจ.ขอนแก่น ปมโยกย้ายไม่เป็นธรรม–เก็บเงินคนละ 1,000 บาทจัดงานเกษียณ
22 มิถุนายน 2569 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดขอนแก่น หรือ ป.ป.ช. ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นางเอ นามสมมุติ อายุ 48 ปี อดีต ผอ.รพ.สต.แห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ปัจจุบันช่วยราชการในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพที่ รพ.สต.ในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น นำเอกสารและหลักฐานเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดกับ ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ อบจ.ขอนแก่น
นางเอ กล่าวว่า ก่อนนำเอกสารและหลักฐานมายื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นมาแล้ว แต่เรื่องไม่มีความคืบหน้า จึงเดินทางไปร้องเรียนต่อ อบจ.ขอนแก่น ซึ่งเรื่องที่ร้องเรียนกลับถูกมองว่าเป็นบัตรสนเท่ห์ ก่อนจะเงียบหายไปเช่นเดียวกัน จึงรวบรวมหลักฐานเข้ายื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ทั้งหมด 3 เรื่อง ประกอบด้วยเรื่องการบริหารงานที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคลากรในบังคับบัญชา ,การออกคำสั่งโยกย้ายบุคลากร ที่ไม่มีการระบุความผิด หรือพฤติการณ์ที่ฝ่าฝืนระเบียบอย่างชัดเจน แต่บุคลากรบางรายกลับถูกโยกย้ายหลายครั้ง และการเรียกเก็บเงินจากเจ้าหน้าที่และข้าราชการใน รพ.สต.เพื่อนำไปจัดงานเลี้ยงเกษียณราชการให้แก่ผู้อำนวยการรายดังกล่าว โดยงานเกษียณจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา
"มีการตั้งกลุ่มไลน์ในลักษณะชมรมชื่อ “ชมรมคนรัก...” ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 60 คน โดยมีการเพิ่มรายชื่อเจ้าหน้าที่และข้าราชการเข้าไปในกลุ่มโดยไม่ได้แจ้งหรือขอความร่วมมือล่วงหน้า หลังจากนั้นจึงแจ้งความประสงค์ให้สมาชิกจ่ายเงินคนละ 1,000 บาท เพื่อนำไปจัดงานเกษียณให้แก่ผู้อำนวยการรายดังกล่าว หากสมาชิกจำนวน 60 คนจ่ายเงินครบทั้งหมด จะมียอดเงินรวมประมาณ 60,000 บาท
จากการตั้งข้อสังเกต การบริหารงานมีลักษณะไม่โปร่งใส โดยเฉพาะการออกคำสั่งโยกย้ายที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม บางกรณีออกหนังสือคำสั่งในวันหนึ่ง และกำหนดให้บุคลากรเดินทางไปรายงานตัวในวันถัดไป ขณะที่บางคำสั่งออกในวันเดียวกันและให้บุคลากรเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้นทันที โดยคำสั่งโยกย้ายในลักษณะดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการประชาชน เนื่องจาก รพ.สต.เป็นหน่วยบริการด่านหน้า มีหน้าที่ดูแลและให้บริการผู้ป่วยจำนวนมาก ขณะที่บุคลากรซึ่งถูกโยกย้ายส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เมื่อถูกสั่งย้ายอย่างฉับพลันจึงทำให้การให้บริการขาดประสิทธิภาพ และอาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง"
นางเอ กล่าวต่อว่า มีบุคลากรหลายรายที่ถูกโยกย้ายโดยเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งตนเองก็ถูกโยกย้ายมาแล้วประมาณ 7–8 ครั้ง แต่ในคำสั่งไม่ได้ระบุสาเหตุของการย้ายอย่างชัดเจน ส่งผลกระทบทั้งต่อการดูแลผู้ป่วยและการดำเนินชีวิตของครอบครัว ซึ่งการเข้าร้องเรียนครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว และหวาดกลัวต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น แต่หากไม่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตนเองและเพื่อนร่วมงาน ปัญหาความเดือดร้อนอาจขยายวงกว้างและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตนเป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และพยาบาลวิชาชีพอีกหลายคน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการบริหารงานของผู้อำนวยการรายดังกล่าว โดยตั้งแต่เดือนเม.ย. 2569 เป็นต้นมา มีบุคลากรหลายรายได้รับความเดือดร้อน จนต้องร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ หลายแห่ง แต่เรื่องร้องเรียนกลับไม่มีความคืบหน้า
"ปัจจุบัน รพ.สต.อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อบจ.ขอนแก่นมี ซึ่งทั้งหมด 248 แห่ง และมีบุคลากรในทุกส่วนรวมเกือบ 3,000 คน การโยกย้ายบุคลากรไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ซึ่งอยู่ห่างไกลจากครอบครัว รวมถึงการนำพยาบาลวิชาชีพที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยและประชาชนไปทำงานด้านเอกสาร เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากภารกิจหลักของบุคลากรเหล่านี้คือการดูแลสุขภาพประชาชน จึงต้องการให้การบริหารจัดการบุคลากรเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างยุติธรรม โปร่งใส และยึดหลักนิติธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ออกหมายเรียก 'ป้าดา' พร้อมพวก ปิดทางเข้า-ออกวัดป่าอดุลยาราม ภาพวงจรปิด-พยานยืนยันชัดเจน
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ส่งหมายเรียก "ป้าดา" พร้อมพวกรวม 5 คน มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ยืนยันภาพวงจรปิดและพยานยืนยันว่า "ป้าดา" ปรากฏอยู่ในจุดเกิดเหตุ พร้อมเร่งสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมวางกำลังเข้มรอบวัดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
กมธ.ศาสนาฯ จ่อลงพื้นที่ 'วัดป่าอดุลฯ' หย่าศึกวัด-ฆราวาส
ประธานกมธ.ศาสนาฯ จ่อหอบคณะลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม 19 ส.ค. ดึงทุกฝ่ายเคลียร์ข้อเท็จจริง เร่งหาทางออก ก่อนศึกวัด-ฆราวาสบานปลายกระทบศรัทธาชาวพุทธ
'เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลฯ' ลั่นไม่กลัวตาย แต่ผวาแบล็กเมล์เรื่องผู้หญิง
'เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม' ลั่นไม่กลัวตาย แต่ผวาแบล็กเมล์เรื่องผู้หญิง เผยเคยมีสาวลึกลับมาเคาะประตูเรียกตอนตี 4 ยันจะไม่ย้ายไปไหนเด็ดขาด
ลูกสาว 'นายเฮียง' เผยพ่อมีเจตนาสร้างวัด แต่ไม่ได้ยกที่ดินให้ อ้างมีขบวนการฮุบที่ดินอยู่เบื้องหลัง
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปบ้านของนางบัวเรียน พิมพ์ศรี หรือแม่ตุ๋ย ลูกสาวคนที่ 3 ของนายเฮียง และนางนาง หรือนางน้อย และเป็นคนที่ยื่นฟ้องร่วมกับภรรยานายเฮียง
‘วัฒนา’ ประกาศชิงนายก อบจ.ขอนแก่นอีกสมัย หลังศาลคืนความบริสุทธิ์
10 สิงหาคม พ.ศ.2569 - ที่จังหวัดขอนแก่น นายวัฒนา ช่างเหลา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งให้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น ใหม่ ว่า ในคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ในคดีนี้ไม่มีพยานหลักฐานที่รับฟังได้ว่า

