เกาหลีใต้จัดเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่เมื่อวันพุธ โดยเป็นการขับเคี่ยวอย่างสูสีระหว่างตัวแทนพรรครัฐบาลเสรีนิยม กับพรรคหัวอนุรักษนิยมฝ่ายค้าน ที่ต่างไม่เป็นที่ชื่นชอบด้วยกันทั้งคู่ เผยตัวชี้วัดชัยชนะคือการใช้สิทธิของคนหนุ่มสาว ที่มีความวิตกต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการว่างงาน

รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 9 มีนาคม 2565 กล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อวันพุธจัดขึ้นภายใต้สภาพการณ์พิเศษเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันสูงเป็นสถิติที่ 342,446 คนเมื่อวันพุธ และมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1 ล้านคนที่กักตัวอยู่บ้าน โดยคูหาเปิดในเวลา 6 โมงเช้า และปิดในเวลา 6 โมงเย็น หลังจากนั้นจะเปิดให้ผู้ติดเชื้อโควิดได้มาลงคะแนนเป็นเวลา 90 นาที
การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาวและการสาดโคลน ผู้สมัครที่เป็นตัวเต็ง 2 ราย ได้แก่ ลี แจมย็อง จากพรรคประชาธิปไตย พรรครัฐบาลแนวทางเสรีนิยมของประธานาธิบดีมุน แจอิน ซึ่งจะต้องพ้นตำแหน่งหลังครบวาระ 5 ปีในเดือนพฤษภาคม ผู้สมัครอีกคนคือ ยุน ซกยอล จากพรรคพลังประชาชน พรรคฝ่ายค้านหัวอนุรักษนิยม
ผู้สมัครทั้งสองไม่ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนถึงขั้นที่สื่อเกาหลีใต้เรียกการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่พึงประสงค์ กระนั้น ตัวเลขอย่างเป็นทางการของผู้ออกมาใช้สิทธิถึงเวลา 14.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ยังสูงถึงราว 65% จากผู้มีสิทธิ 44 ล้านคน ขณะที่การเลือกตั้งล่วงหน้า 2 วันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็มีผู้ใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์ถึง 37% แม้จะมีปัญหาขลุกขลักในการลงคะแนน
ผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพบว่าคะแนนของทั้งคู่สูสีกัน โดยยุนมีคะแนนนำเล็กน้อย หลังจากได้แรงหนุนอย่างคาดไม่ถึงจากการถอนตัวของผู้สมัครหัวอนุรักษนิยมที่มีคะแนนตามมาห่างๆ ในอันดับที่ 3 แล้วประกาศสนับสนุนเขา อย่างไรก็ดี ช่วงเวลาที่เหลือก่อนวันเลือกตั้งไม่ถึงสัปดาห์นี้ ฝ่ายอนุรักษนิยมคุยว่า คะแนนของยุนทิ้งห่างลีถึง 10% แล้ว ส่วนค่ายของลีทำนายว่าฝ่ายตนจะชนะด้วยผลต่าง 1-2%
นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า คะแนนของกลุ่มคนรุ่นหนุ่มสาวจะเป็นตัวชี้ขาดผลเลือกตั้ง ปัญหาที่ผู้มีสิทธิลงคะแนนกลุ่มนี้ห่วงกังวลมากที่สุดคือเรื่องราคาที่อยู่อาศัยที่สูงลิบลิ่วในกรุงโซล, ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และอัตราการว่างงานสูงในกลุ่มคนหนุ่มสาว
นอกจากปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ผู้ชนะจะต้องแก้ไขแล้ว ประธานาธิบดีคนใหม่ยังต้องรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 และการวางท่าทีของเกาหลีใต้ในสภาวะความเป็นคู่แข่งกันมากขึ้นระหว่างจีน เพื่อนบ้านของเกาหลีใต้ กับสหรัฐ ที่เป็นพันธมิตรสำคัญ
ขณะเดียวกันผู้นำเกาหลีใต้คนใหม่ยังต้องเผชิญหน้ากับเกาหลีเหนือที่มีความดึงดันมากขึ้น โดยปีนี้ได้ทำการทดสอบอาวุธแล้ว 9 ครั้ง รวมถึงการปล่อยขีปนาวุธเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อีกทั้งเมื่อวันอังคารยังเกิดเหตุการณ์ที่กองทัพเรือเกาหลีใต้ต้องยิงเตือนเรือลาดตระเวนของเกาหลีเหนือที่รุกล้ำเขตแดนทางทะเล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บีโอไอผนึกทีมไทยแลนด์ บุกเกาหลีใต้ ดึงลงทุนเทคโนโลยีอนาคต
บีโอไอจับมือพันธมิตรรัฐ – เอกชน โรดโชว์ดึงการลงทุนจากเกาหลีใต้ หารือ 3 บริษัทชั้นนำ “Hyundai – T-Robotics – COSMAX” มุ่งผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และโรงงานอัจฉริยะ อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม
'ทรัมป์' ส่งสัญญาณ อาจมีการติดต่อกับ 'คิม จองอุน' หลังลดขนาดการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ลง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า คิม จองอุน ได้ตอบรับข้อเสนอของเขาเมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากที่เมื่อวันก่อนเขาได้ลดการซ้อมรบทางทหารกับเกาหลีใต้ลง และชื่นชมความสัมพันธ์ของเขากับผู้นำเกาหลีเหนือ
'5สิ่ง' ที่ควรรู้เกี่ยวกับแซมเบีย ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี
ประเทศแซมเบียซึ่งอุดมไปด้วยทองแดง และครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตหนี้สาธารณะ กำลังจะจัดการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบว่าประธานาธิบดีฮาไคนเด ฮิชิเลมา สามารถทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื่อมั่นได้หรือไม่ว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจของเขากำลังได้ผล

