ฮุน มาเนตประกาศกร้าว กัมพูชาไม่ใช่ที่หลบภัยสำหรับอาชญากรรมสแกมเมอร์

นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวในการประชุมสุดยอดต่อต้านการฉ้อโกงว่า ประเทศของเขาจะไม่มีวันเป็นที่หลบภัยสำหรับการหลอกลวงทางไซเบอร์ ขณะที่พันธมิตรนานาชาติชื่นชมความสำเร็จในการบังคับใช้กฎหมาย แต่เตือนว่าต้องดำเนินการเพิ่มเติมอีก

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 23 กันยายน (Photo by AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน 2569 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ในฐานะเจ้าภาพการประชุมสุดยอดต่อต้านการฉ้อโกง ใช้โอกาสนี้ในการยืนยันว่าประเทศของเขาจะไม่มีวันเป็น "ที่หลบภัย" สำหรับการหลอกลวงทางไซเบอร์และอาชญากรรมเกี่ยวข้อง

พื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกัมพูชาและเมียนมาได้กลายเป็นศูนย์กลางของแก๊งอาชญากรที่ดำเนินกิจการศูนย์ต่างๆ ที่เต็มไปด้วยมิจฉาชีพหลอกลวงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านความสัมพันธ์โรแมนติกปลอมๆ หรือโครงการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลปลอม

"กัมพูชาจะไม่เป็นที่หลบภัยสำหรับมิจฉาชีพออนไลน์" ฮุน มาเนตกล่าวในการประชุมต่อต้านมิจฉาชีพออนไลน์ที่จัดโดยรัฐบาลของเขาในกรุงพนมเปญ

เขากล่าวว่าทางการกัมพูชาได้ทำลายเครือข่ายมิจฉาชีพขนาดเล็กทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง ในการปราบปรามครั้งใหญ่ที่เริ่มขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

เขาปฏิเสธว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงแค่ฉากหน้าของการประชาสัมพันธ์ แต่กัมพูชามุ่งเน้นไปที่การกำจัดเครือข่ายอาชญากรอย่างถาวรและป้องกันการกลับมาของกลุ่มคนเหล่านั้น

รัฐบาลพนมเปญดำเนินการภายใต้แรงกดดันจากพันธมิตรสำคัญอย่างจีนและสหรัฐอเมริกา หลังจากถูกกล่าวหามานานหลายปีว่าปล่อยให้ศูนย์มิจฉาชีพเหล่านี้เฟื่องฟู จนสร้างผลกำไรที่ผิดกฎหมายหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี

แต่ทีมนักวิจัยกล่าวว่า กลุ่มมิจฉาชีพได้กระจายตัวไปยังสถานที่ขนาดเล็กและไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ขณะที่ในหลายกรณี ศูนย์ต่างๆ ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับการบุกจับกุมของทางการ

เดลฟีน ชานซ์ ผู้แทนประจำภูมิภาคของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ชื่นชมความพยายามของกัมพูชา แต่ย้ำเตือนว่ารัฐบาลยังสามารถทำได้มากกว่านี้ และจำเป็นต้องทำมากกว่านี้ทั้งในระดับชาติ, ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ

หยาง เว่ยหลิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ก็ได้ยกย่องความร่วมมือของกัมพูชากับรัฐบาลปักกิ่ง โดยระบุว่าไม่มีประเทศใดสามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขปัญหาได้เพียงลำพัง

"อย่างไรก็ตาม ต้องตระหนักว่าแหล่งเพาะพันธุ์ของการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมยังไม่ถูกกำจัดออกไปอย่างสิ้นเชิง" เขากล่าวในการประชุม

สตีเฟน ฟลอเรส เจ้าหน้าที่ FBI กล่าวว่า ความร่วมมือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจและการเสียสละร่วมกัน

สหรัฐอเมริกาประเมินว่า ในปี 2025 เพียงปีเดียว องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ฉ้อโกงชาวอเมริกันไปอย่างน้อย 18,200 ล้านดอลลาร์ ผ่านการหลอกลวงทางไซเบอร์

ในระหว่างการเยือนพนมเปญช่วงเดือนกรกฎาคม แคช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI กล่าวว่า การหลอกลวงทางออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ และเรียกร้องให้เพิ่มความพยายามในการดำเนินคดีกับหัวหน้าแก๊งหลอกลวงระดับสูง รวมทั้งแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ที่สมรู้ร่วมคิดให้มากขึ้น

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เครือข่ายการคุ้มครองระดับสูง และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและทางกายภาพของอุตสาหกรรมการหลอกลวงยังคงอยู่ ทำให้เกิดความกังวลว่าผู้ดำเนินการอาจกลับมารวมตัวกันใหม่เมื่อไหร่ก็ได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สาววัย 21-30 ปีเช็กด่วน! เหยื่อโกงออนไลน์เสี่ยงสูงสุด สัปดาห์เดียวสูญ 297 ล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) ชวนเช็กด่วน สาววัย 21-30 เสี่ยงสูงสุด เผยสถิติหลอกขายของ-อ้างชื่อเจ้าหน้าที่ สัปดาห์เดียวสูญ 297 ล้าน

'นายกฯหนู' ดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' ย้ำจุดยืนไทย เจรจาได้แต่ห้ามบังคับ

'อนุทิน' เผยดึงข้อศอก 'ฮุน มาเนต' คุยปมชายแดน ย้ำไม่ต้องการขัดแย้งกัน พร้อมเจรจาตามกรอบ แต่บังคับเมื่อไหร่หยุดทันที ลั่นไม่พูดเรื่องเปิดด่าน คำต้องห้ามเดี๋ยวคนไทยโกรธตาย

ไม่มีอะไรในกอไผ่! โฆษกรัฐบาล แจงภาพอนุทินจับมือฮุนมาเนต แค่ทักทายกันตามมารยาท

โฆษกรัฐบาล โพสต์ชี้แจงภาพนายกฯอนุทินจับมือฮุน มาเนต ว่า “ไม่มีอะไรในกอไผ่นะคะ ตรงไปตรงมา ไม่มีการประชุม นายกฯอนุทินมาร่วมประชุม ASEAN Future Forum ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อช่วงเช้า มีผู้นำหลายประเทศอาเซียนเข้าร่วม ก่อนงานเริ่มได้มีการทักทายตามมารยาท ไม่มีการประชุมระหว่างไทยกับกัมพูชาแต่อย่างใด มีแต่การนั่งสนทนาระหว่างผู้นำขณะรอเวลาเปิดงานและกล่าวสปีช”

รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย

กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข

'ปกป้องอธิปไตย'ตัวช่วย'สีน้ำเงิน' 'ดีลใหม่'ที่ต้องข้ามพ้น'การเมือง'

องค์ประกอบทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลภายใต้แกนนำของ “พรรคภูมิใจไทย” ยังมีเสถียรภาพ ไม่ใช่การตอบโจทย์ “พูดแล้วทำ” แต่ยังมีเรื่อง “ความชอบธรรม” ในการบริหารอำนาจรัฐเป็นตัวกำหนดด้วย