เตือนภัยชอปออนไลน์! เสื้อผ้า-รถยนต์-ท่องเที่ยว ถูกหลอกซื้อขายมากสุด

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์เปิดสถิติ 7 วัน พบแจ้งความผ่านระบบตำรวจออนไลน์กว่า 6 พันคดี เสียหาย 273 ล้านบาท ขณะที่คดีผ่านศูนย์ ACSC แม้จำนวนลดลง แต่ยอดเสียหายเพิ่ม 21.2% เผย Facebook เป็นช่องทางมิจฉาชีพใช้หลอกมากที่สุดถึง 74.3% กลุ่มอายุ 20–29 ปีตกเป็นเหยื่อสูงสุด เตือนระวังโอนเงินซื้อสินค้านอกระบบ

19 ตุลาคม 2569 - ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตฉอ.ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 11–17 ตุลาคม 2569 ภายหลังดำเนินการสืบสวนจับกุมและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวง

จากข้อมูลพบว่า มีคดีรับแจ้งผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวน 6,033 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 273 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 4–10 ตุลาคม 2569 จำนวนคดีลดลง 230 คดี และมูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 10 ล้านบาท

สำหรับข้อมูลคดีที่รับแจ้งผ่านศูนย์ ACSC ในรอบสัปดาห์เดียวกัน มีจำนวนทั้งสิ้น 4,542 คดี เฉลี่ยวันละประมาณ 649 คดี ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 3.1% แต่มูลค่าความเสียหายรวมกลับเพิ่มขึ้นเป็น 76.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 13.34 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21.2%

ทั้งนี้ ค่ากลางของมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 2,800 บาทต่อคดี โดยพบว่าคดีที่มีมูลค่าความเสียหายเกิน 20,000 บาท มีจำนวน 407 คดี คิดเป็น 9% ของคดีทั้งหมด แต่กลับสร้างความเสียหายรวมกันสูงถึง 79.8% ของยอดความเสียหายภาพรวมในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะคดีหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ แม้จำนวนคดีโดยรวมลดลง แต่มูลค่าความเสียหายยังเพิ่มสูงขึ้น

ศูนย์ ACSC ระบุว่า ช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงผู้เสียหายมากที่สุดในรอบสัปดาห์ ได้แก่ Facebook คิดเป็น 74.3% รองลงมาคือ LINE 6.5% และ TikTok 6.1%

ส่วนประเภทสินค้าและบริการที่ถูกนำมาใช้หลอกลวงมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เสื้อผ้า มีการแจ้งความ 549 คดี รถยนต์และยานพาหนะ 525 คดี และสินค้าและบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวประมาณ 505 คดี

สำหรับข้อมูลผู้เสียหาย ทีมวิเคราะห์พบว่าเป็นเพศหญิง 55.8% อายุเฉลี่ย 34 ปี และเพศชาย 44.2% อายุเฉลี่ย 37 ปี โดยกลุ่มอายุที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุดคือช่วง 20–29 ปี คิดเป็น 28%

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลบัญชีม้าที่ถูกใช้รับโอนเงินซ้ำตั้งแต่ 2 คดีขึ้นไป จำนวน 804 บัญชี ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีรวมกันสูงถึง 1,923 คดี

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์จึงขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยควรหลีกเลี่ยงการตกลงซื้อขายนอกระบบหรือโอนเงินให้ผู้ขายโดยตรง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะการซื้อขายผ่าน Facebook, Instagram (IG) และ X (Twitter) ซึ่งเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวง และการโอนเงินตรงให้ผู้ขายอาจทำให้ผู้ซื้อไม่ได้รับความคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ ขอให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขายอย่างละเอียด ระมัดระวังสินค้าที่เสนอขายในราคาถูกเกินจริง โดยเฉพาะเสื้อผ้าแฟชั่น รถยนต์มือสอง ที่พักราคาถูก รวมถึงของสะสมหายาก ซึ่งมักถูกนำมาใช้ดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อให้ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลสั่งจำคุก 20 ปี แก๊งคดีหลอกเด็กนักเรียนสแกนหน้า เปิดซิมผีส่งสแกมเมอร์

ตำรวจสอบสวนกลาง เผยศาลพาพกษายกแก๊ง ขบวนการหลอกเด็ก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้เรื่องภัยออนไลน์ แจกซิมอินเตอร์เน็ตเพื่อการศึกษา แต่นำข้อมูลประชาขนใบหน้าเด็กไปเปิดซิมโทรศัพท์ให้แก๊งสแกมเมอร์ โทษสูงสุดถึง 20 ปี

ตำรวจบุกช่วยนักศึกษาปี 4 เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินกว่า 7 แสน

ตำรวจเมืองย่าโมมือถึงบุกช่วยนักศึกษาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ หลังถูกหลอกพัวพันคดีฟอกเงิน ก่อนขอเงินพ่อโอนไปให้มิจฉาชีพกว่า 7 แสนบาท โดยผู้กำกับเตือนภัยสแกมเมอร์ระบาดหนัก นักศึกษาปี 4 สูญเงินกว่า 8 แสนบาท พบเอกสารปลอมหลอกผู้ปกครอง ตำรวจเร่งตรวจสอบบัญชีม้า

สาววัย 21-30 ปีเช็กด่วน! เหยื่อโกงออนไลน์เสี่ยงสูงสุด สัปดาห์เดียวสูญ 297 ล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) ชวนเช็กด่วน สาววัย 21-30 เสี่ยงสูงสุด เผยสถิติหลอกขายของ-อ้างชื่อเจ้าหน้าที่ สัปดาห์เดียวสูญ 297 ล้าน

รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย

กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข