ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เรียกร้องการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์

ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเรียกร้องให้มีการเจรจาสันติภาพแบบตัวต่อตัวกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในประเทศ ขณะที่กองทัพเริ่มเหนื่อยกับการไล่ล่าและสู้รบกับกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารกลุ่มใหม่ที่ก่อตั้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา (Getty Images)

เอเอฟพีรายงานจากกรุงเนปยีดอ เมื่อวันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2565 กล่าวว่า พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาและผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวแถลงการณ์กับสื่อทางการของรัฐว่า เขาต้องการเชิญผู้นำของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์มาพบปะกับเขาเป็นการส่วนตัว ในการเจรจาหาทางออกอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย เพื่อสันติภาพของประชาชนและการพัฒนาประเทศ โดยขอให้ตัวแทนกลุ่มที่ต้องการเจรจา ลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ทางการภายในวันที่ 9 พฤษภาคม แต่วันเวลาที่ชัดเจนในการเจรจายังไม่ได้รับการยืนยัน

เมียนมามีกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์อยู่ประมาณ 20 กลุ่ม ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งฐานอยู่บริเวณเขตชายแดนอันห่างไกล ทั้งที่สู้รบกันเองและกับกองทัพ มาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ในประเด็นการค้ายาเสพติด, ทรัพยากรธรรมชาติ และอิสรภาพในการปกครองตนเอง

กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์บางกลุ่มประณามการทำรัฐประหารต่อรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี และเสนอให้ที่พักพิงรวมทั้งฝึกอาวุธให้แก่กองกำลังพิทักษ์ประชาชน (พีดีเอฟ) ที่รวมตัวจัดตั้งกองกำลังกันขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร และนักวิเคราะห์กล่าวว่า กองทัพเมียนมาประหลาดใจอย่างมากกับความสามารถในการสู้รบของกลุ่มติดอาวุธเหล่านั้น

การปะทะกันทุกวันระหว่างกองกำลังของรัฐบาลทหารและกองกำลังพิทักษ์ประชาชน, กองทัพเอกราชคะฉิ่น, กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง, กลุ่มต่อต้านการรัฐประหาร, กลุ่มผู้ภักดีต่อนางอองซาน ซูจี และอีกมากมายหลายกลุ่มที่นับวันจะมากขึ้นๆ แม้กองกำลังของรัฐบาลทหารจะสามารถขับไล่หรือทำลายล้างมาได้หลายต่อหลายครั้ง แต่ดูเหมือนจะหาบทสรุปของการสู้รบอย่างไม่มีวันสิ้นสุดนี้ไม่ได้ แม้เดือนที่แล้ว มิน อ่อง หล่าย กล่าวสุนทรพจน์ไว้ในพิธีสวนสนามของทหารในวันกองทัพที่ว่า กองทัพจะไม่ยอมแพ้และจะไม่เจรจาอีกต่อไป รวมถึงจะทำลายล้างจนกว่าจะสิ้นสุด ต่อทุกกลุ่มที่ต้องการล้มล้างการปกครอง ทว่าในความเป็นจริง กองกำลังของรัฐบาลทหารเริ่มเหนื่อยล้ากับการทุ่มเทสรรพกำลังในการสู้รบ และรัฐบาลจากการรัฐประหารเองก็ตระหนักดีในประเด็นดังกล่าว จนเป็นที่มาของกลยุทธ์เปลี่ยนสนามรบสู่โต๊ะเจรจาในครั้งนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีตบิ๊กข่าวกรอง อัดสส.พรรคส้มต้าน 'มิน ออง ไลง์' แต่กลับชอบ 'ฮุน เซน'

“นันทิวัฒน์” ซัดนักการเมืองตะโกนต้าน “มิน ออง ไลง์” กลางรัฐสภา ชี้ผู้นำต่างประเทศมาเยือนไทยต้องให้เกียรติในฐานะแขก เหน็บนักสิทธิ-สส. “คลั่งประชาธิปไตย” จงเกลียดจงชังผู้นำเมียนมาตามตะวันตก แต่กลับเสนอเปิดด่านเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับ “ฮุน เซน”

'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ

รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

ไทย-เมียนมาออกแถลงการณ์ร่วม ยกระดับความร่วมมือทุกมิติ

นายกรัฐมนตรีไทยและประธานาธิบดีเมียนมาออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังการหารือทวิภาคี ยืนยันเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้าชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชา

'สีหศักดิ์' แถลงผลเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ 'มิน ออง หล่าย' ผลักดันเมียนมากลับสู่อาเซียน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมา ซึ่งไทยมองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการผลักดันความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค