ผู้ต้องหาพิการทางสมอง ถูกตัดสินแขวนคอในสิงคโปร์

กระบวนการทางกฏหมายของสิงคโปร์ กลับมาเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนอีกครั้ง หลังศาลตัดสินคดีชายชาวมาเลเซียคนหนึ่งซึ่งมีภาวะบกพร่องทางสมอง ในความผิดฐานลักลอบนำยาเสพติดเข้าประเทศ และพิพากษาประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ 

แฟ้มภาพ นักเคลื่อนไหวประท้วงการประหารชีวิตนาเกนทราน เค. ธรรมลิงกัม ชายชาวมาเลเซียที่มีความบกพร่องทางสมองซึ่งถูกตัดสินประหารชีวิตในข้อหาลักลอบนำเฮโรอีนเข้าสิงคโปร์ในปี 2552 นอกสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิงคโปร์ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 23 เมษายน (Photo by Arif Kartono / AFP)

เอเอฟพีรายงานจากสิงคโปร์ ในกรณีศาลพิพากษาประหารชีวิตนักโทษชายรายหนึ่งด้วยการแขวนคอ ในข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติด เมื่อวันพุธที่ 27 เมษายน 2565 กล่าวว่า หลังอุทธรณ์สู้คดีกันยาวนานกว่า 10 ปี ในที่สุด นาเกนทราน เค. ธรรมลิงกัม นักโทษชายชาวมาเลเซียในคดีลักลอบนำเฮโรอีนหนัก 43 กรัม (ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ) เข้าสิงคโปร์ ถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในช่วงเช้าตรู่ของวันพุธ

ประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันมานานกว่าทศวรรษ คือ นาเกนทราน เป็นผู้ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความบกพร่องทางสมอง เขาถูกจับกุมในปี 2552 ในข้อหาลักลอบนำเฮโรอีนจำนวนเล็กน้อยเข้าสิงคโปร์ ซึ่งมีกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดที่เข้มงวดที่สุดในโลก และได้รับการพิพากษาโทษประหารชีวิตในปีถัดมา ขณะถูกจับกุม เขามีอายุเพียง 21 ปี และมีไอคิวแค่ระดับ 69 เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าระดับสติปัญญาคนปกติ

ครอบครัวของนาเกนทรานพยามยามอย่างหนักในการต่อสู้ทางกฏหมายและยื้ออุทธรณ์มาได้นานกว่า 10 ปี จากประเด็นที่นาเกนทรานเป็นผู้มีความบกพร่องทางสมองและสมควรได้รับการผ่อนปรนจากโทษประหาร ทั้งยังเคยร้องขอไปยังประธานาธิบดีสิงคโปร์ให้ยับยั้งและผ่อนปรนคดีให้เป็นกรณีพิเศษ โดยอ้างว่าการประหารชีวิตบุคคลที่มีความบกพร่องทางสมองนั้น ขัดต่อหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ

ท่ามกลางการร้องขอจากสาธารณชนให้เห็นแก่มนุษยธรรม ทั้งจากในสิงคโปร์และนานาชาติ แต่ท้ายที่สุด นาเกนทรานก็ถูกแขวนคอตามคำพิพากษา ท่ามกลางความเศร้าโศกของครอบครัวที่แม้จะพยายามอุทธรณ์อีกครั้ง แต่ไม่เป็นผล

สาธารณชนออกมาประณามและแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด จากทั้งในประเทศและนานาชาติ เพราะไม่สนับสนุนให้มีการประหารชีวิตอีกแล้วในยุคปัจจุบัน แต่การประหารชีวิตด้วยการแขวนคอต่อบุคคลที่มีภาวะสมองบกพร่อง ยิ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้, โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม

เดิมทีนาเกนทรานมีกำหนดจะถูกแขวนคอในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ก็ล่าช้าออกไปเนื่องจากครอบครัวของเขาพยายามยื้ออุทธรณ์ โดยหลังจากนี้ ร่างของนาเกนทรานจะถูกส่งกลับไปยังเมืองอิโปห์ ในมาเลเซียเพื่อทำพิธีทางศาสนาต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอรียา'ขยับตาม1สโตรค หลังผ่านครึ่งทาง 'HSBC วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ'สิงคโปร์

เอรียา จุฑานุกาล โปรสาวมืออันดับ 21 ของโลก หวดเพิ่มอีก 5 อันเดอร์พาร์ 67 ขยับขึ้นมาอยู่ที่สองร่วมด้วยสกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 136 หลังผ่านครึ่งทางกอล์ฟ เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ที่สนามเซนโตซา กอล์ฟ คลับ ตันจง คอร์ส ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีตามหลัง ออสตัน คิม มือ 39 ของโลกจากสหรัฐฯ เพียงสโตรคเดียว

'อาฒยา'นำสาวไทยล่าแชมป์ 'HSBCวีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ' 26ก.พ.-1มี.ค.ที่สิงคโปร์

“จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก ลุยต่อล่าแชมป์เอชเอสบีซี วีเมนส์ เวิลด์ แชมเปียนชิพ ที่ประเทศสิงคโปร์ สัปดาห์นี้ หลังเพิ่งคว้าแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่ประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมด้วย “เม” เอรียา จุฑานุกาล, “พราว” ชเนตตี วรรณแสน และ “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ประชันกับยอดโปรสาวระดับโลกอีกมากมาย รวมทั้ง ลิเดีย โค แชมป์เมื่อปีที่แล้ว

ประหาร 'แอม ไซยาไนด์' ฆ่าสารวัตรปู ก่อนลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

คดีที่สอง 'แอม ไซยาไนด์' ศาลพิพากษาประหารชีวิต ก่อนลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิต วางยาฆ่า 'สารวัตปู' ชี้เจตนาฆ่าโดยไตรตรองไว้ก่อน ครอบครัวเหยื่อขอบคุณศาล แม้อยากให้ลงโทษประหารเหมือนคดีแรก

ไทยจับมือ สปป.ลาว-มาเลเซีย ผนึกกำลังลงนาม LTMS-PIP ระยะที่ 2 ขยายการซื้อขายและส่งผ่านไฟฟ้าข้ามพรมแดน ก้าวสำคัญสู่ ASEAN Power Grid

สปป.ลาว ไทย และมาเลเซีย จับมือเดินหน้าผสานพลังความร่วมมือด้านพลังงานระดับภูมิภาค ลงนามสัญญา EWA ภายใต้โครงการบูรณาการพลังงานไฟฟ้าระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ระยะที่ 2 (LTMS-PIP 2.0) ต่อยอดความสำเร็จจากระยะที่ 1 เพิ่มขีดความสามารถการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภูมิภาคอาเซียน