'พปชร.' เรียกร้องให้ไชยชนก เปิดเผยรายชื่อ 10 สส. ที่เอี่ยวสแกมเมอร์ วอนสังคมช่วยตีแผ่ขจัดคนเลวให้สิ้น
21 ม.ค. 2569 - พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พี่น้องประชาชนเรียกร้อง ให้ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทำการเปิดเผยรายชื่อ 10 สส. หรือนักการเมืองสีเทากว่า 10 รายที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์เพื่อตีแผ่ให้ประชาชนได้รับรู้และขจัดคนเลวให้สิ้นไป เพราะกรณีดังกล่าวสังคมให้ความสำคัญ รวมทั้งกรณีที่นายไชยชนกสั่งยกเลิก MOU จัดตั้งศูนย์กลางดิจิทัลและธุรกิจการเงิน ระหว่างกระทรวงดีอีกับบริษัทไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ วิซีซี จากสิงคโปร์ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2567 หลังพบพิรุธ หลายประการ
“ท่าน รมต.จะนิ่งเฉยไม่ได้ ต้องส่งเรื่องนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการ ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ และ ปปง. ว่ากระบวนการต่างๆ มีความเกี่ยวโยงกับทุนเทาที่สหรัฐฯ เคยคว่ำบาตรและเป็นความผิดตามกฏหมายหรือไม่อย่างไร ท่าน ไชยชนกต้องเปิดเผยข้อมูลต่างๆที่พี่น้องประชาชนมีความเคลือบแคลงสงสัยในความเป็นมา MOU ดังกล่าว ในประเด็นต่างๆ ดังนี้”
ประเด็นที่ 1 ใน MOU ดังกล่าวมีการระบุถึงการพนันกีฬาออนไลน์หรือ Sport Rating Online Gaming ใช่หรือไม่ และข้อความดังกล่าวผิดกฏหมายตาม พ.ร.บ.การพนัน หรือไม่
ประเด็นที่ 2 การจัดตั้งศูนย์กลางธุรกิจดิจิทัลและการเงินของประเทศไทยหรือ Thailand International Digital Business and Finance Center (TIDC) ในรูปแบบของกฎบังคับพิเศษที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง DE หรือที่เรียกว่า Digital Economy Regulatory Sandbox (DERS) โดยมีการยกเว้นกฏหมายบางฉบับ ใช่หรือไม่
ประเด็นที่ 3 ได้มีการเสนอขอขยายขอบเขต MOU ให้ครอบคลุมบริการทางการเงินหลายประเภท เช่น Forex Futures, CFD, OTC Derivatives, NDFs, Spot Foreign Exchange และ Derivatives หรือตราสารอนุพันธ์ ใช่หรือไม่
ประเด็นที่ 4 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) มีความเห็นว่า MOU ดังกล่าว ขัดหรือผิดกฎหมาย PDPA หรือไม่
ประเด็นที่ 5 อัยการสูงสุดได้มีการทักท้วงใน MOUดังกล่าว และในการลงนามในMOU ได้มีการแก้ไขตามคำแนะนำของอัยการสูงสุด หรือไม่
ประเด็นที่ 6 ในMOU ระบุว่า ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่เกิดขึ้นจาก MOUจะเป็นของบริษัทคู่สัญญาในMOU (บริษัทจากสิงคโปร์) ไม่ใช่กรรมสิทธิของไทย ใช่หรือไม่
ประเด็นที่ 7 ตำแหน่งของผู้ลงนามในนามในฝั่งบริษัท ไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ ที่ระบุว่าเป็น Chief Officer ของบริษัท CAI สิงคโปร์ แทนที่จะเป็นตำแหน่งในบริษัทไพรม์ ออพพอร์ทูนิตี้ จริงหรือไม่
ประเด็นที่ 8 ผู้ถือหุ้นหรือผู้เกี่ยวข้องกับ บริษัทTIDCและบริษัท CAI มีความสัมพันธ์หรือมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท BIC หรือบริษัท Prince หรือไม่
ประเด็นที่ 9 ได้มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล หรือ ข้อมูลไบโอแมตตริกซ์ หรือมีการเชื่อมโชงข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจจะความเสี่ยงที่ข้อมูลดังกล่าวจะรั่วไหลหรือไม่ อย่างไร
และประเด็นที่ 10 กรณีมีภาพ รมว.ดีอี ปรากฎภาพกับนายเบน สมิธ และ นักการเมืองอื่น เป็นภาพจริงหรือเป็นภาพตัดต่อ
“นอกจากนี้ กรณีที่ปรากฎข่าวว่า นายเฉินจื้อ อาชญากรสแกมเมอร์ ที่ทางการจีนรับตัวไปดำเนินคดี ได้รับสารภาพและให้ข้อมูลว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องกับแก๊งค์สแกมเมอร์กว่า 1,000คน กรณีนี้ ทางรัฐบาล และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ควรจะต้องรีบประสานกับทางการจีน เพื่อนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฏหมายต่อไป”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ล็อก 'อนุทิน-ลูกครูใหญ่' เป้าหลักศึกซักฟอก
'ฝ่ายค้าน' ล็อกเป้าซักฟอก 'อนุทิน-ไชยชนก' แน่ เผยเริ่มคุยกับพรรคร่วมแล้ว ‘ไอติม’ แย้ม ‘โรม’ เป็นหัวเรือ ปัดตอบจะสอย 'นายกฯ' ลงจากตำแหน่งได้เมื่อไหร่
'รักชนก' เย้ย TH-Ai Passport ไม่ปัง ตั้งเป้า 5 ล้าน คนลงทะเบียน 1.5 ล้าน ฟรียังดีกว่า
'รักชนก' ขยี้ TH-Ai Passport ไม่ปังตามที่หวัง ตั้งเป้า 5 ล้าน คนลงทะเบียนประมาณ 1.5 ล้าน ข้อจำกัดเยอะ Ai ฟรียังดีกว่า ใช้งานสะดวกกว่า กลัวโดนล้วงข้อมูลส่วนบุคคล เย้ย มาลงทะเบียนกันหน่อย เดี๋ยวน้องลูกนกโดนล้อ
'ไชยชนก' โวรับมือน้ำท่วมภาคเหนือได้ดีกว่าที่ผ่านมา!
'รมว.ดีอี' ห่วงใย ปชช.เดินทางในภาคเหนือ หลังกรมอุตุฯ เตือนเหตุอุทกภัย-ดินถล่ม ชี้ประสานทุกหน่วยงาน รับมือได้ดีกว่ารอบที่ผ่านมา
'ไชยชนก' ลั่นปรับ ครม.ยึดผลงานไม่ได้ยึดเวลา 1 ปี!
'ไชยชนก' ย้ำปรับ ครม. ยึดผลงานเป็นหลัก ไม่ได้ยึดกรอบ 1ปีอยู่นายกฯตัดสินใจ ยันรัฐบาลมีเสถียรภาพ ชี้ปมฮั้ว สว.-เขากระโดง เป็นเพียงการดิสเครดิตทางการเมือง
พาณิชย์เผย 7 เดือนต่างชาติขนเงินลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท
7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาท ตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

