มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 รายและอีกหลายคนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในอินเดีย หลังจากดื่มสุราเถื่อนและเผชิญภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ

แฟ้มภาพ สุราเถื่อนจำนวนมหาศาลที่ทางการยึดมาได้และนำมาทำลายในแต่ละปี (Photo by RIZWAN TABASSUM)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565 กล่าวว่า สื่อท้องถิ่นในอินเดียรายงานการเสียชีวิตของผู้คนอย่างน้อย 22 ราย หลังดื่มสุราเถื่อนจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการแอลกอฮอล์เป็นพิษ โดยการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน 2 หมู่บ้านทางตะวันออกของรัฐพิหาร ซึ่งมีกฏหมายเข้มงวดในการห้ามขายและห้ามบริโภคสุรา
คำสั่งห้ามดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในหลายรัฐของอินเดีย จึงเสมือนเป็นการผลักดันให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในตลาดมืดเฟื่องฟู โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุราราคาถูกที่ผลิตในโรงกลั่นพื้นถิ่นที่ไม่ได้รับการควบคุมและตรวจสอบมาตรฐาน นำมาซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตของผู้บริโภคหลายร้อยคนในแต่ละปี
ในเหตุการณ์ล่าสุด ผู้บริโภคสุราเถื่อนหลายรายในเขตสราญของรัฐพิหาร เริ่มอาเจียนอย่างหนัก ก่อนอาการทรุดจนต้องนำส่งโรงพยาบาลในวันอังคาร
มีรายงานว่า 3 รายเสียชีวิตระหว่างทางไปโรงพยาบาล และอีกจำนวนหนึ่งเสียชีวิตระหว่างทำการรักษาในวันพุธและพฤหัสบดี โดยรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 31 ราย
โรงพยาบาลท้องถิ่นที่ให้การรักษา กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ได้มีการชันสูตรพลิกศพไปแล้ว 22 ราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่กล่าวว่า ทางการได้จับกุมผู้ผลิตและผู้ค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่กว่า 12 ราย พร้อมควบคุมตัวฝากขังผู้ค้าบางรายที่อาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้
หน่วยงานน้ำเมาในอินเดีย เปิดเผยว่า จากปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 5,000 ล้านลิตรที่บริโภคทุกปีในประเทศ พบว่าประมาณ 40% เป็นสุราที่ผลิตอย่างผิดกฎหมาย
สุราที่ผิดกฎหมายมักถูกเติมด้วยเมทานอลที่มีราคาถูก แต่ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค เพราะเมทานอลอาจทำให้ตาบอด, ตับถูกทำลาย และเสียชีวิตได้
เมื่อเดือนกรกฎาคม เพิ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 42 รายในรัฐคุชราตทางตะวันตกของประเทศ หลังจากดื่มสุราเถื่อน เช่นเดียวกันกับปีที่แล้ว ที่มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100 คนในรัฐปัญจาบทางตอนเหนือจากสาเหตุเดียวกันนี้ในอินเดีย.
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565 กล่าวว่า สื่อท้องถิ่นในอินเดียรายงานการเสียชีวิตของผู้คนอย่างน้อย 22 ราย หลังดื่มสุราเถื่อนจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการแอลกอฮอล์เป็นพิษ โดยการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน 2 หมู่บ้านทางตะวันออกของรัฐพิหาร ซึ่งมีกฏหมายเข้มงวดในการห้ามขายและห้ามบริโภคสุรา
คำสั่งห้ามดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในหลายรัฐของอินเดีย จึงเสมือนเป็นการผลักดันให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในตลาดมืดเฟื่องฟู โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุราราคาถูกที่ผลิตในโรงกลั่นพื้นถิ่นที่ไม่ได้รับการควบคุมและตรวจสอบมาตรฐาน นำมาซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตของผู้บริโภคหลายร้อยคนในแต่ละปี
ในเหตุการณ์ล่าสุด ผู้บริโภคสุราเถื่อนหลายรายในเขตสราญของรัฐพิหาร เริ่มอาเจียนอย่างหนัก ก่อนอาการทรุดจนต้องนำส่งโรงพยาบาลในวันอังคาร
มีรายงานว่า 3 รายเสียชีวิตระหว่างทางไปโรงพยาบาล และอีกจำนวนหนึ่งเสียชีวิตระหว่างทำการรักษาในวันพุธและพฤหัสบดี โดยรายงานของสื่อท้องถิ่นระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 31 ราย
โรงพยาบาลท้องถิ่นที่ให้การรักษา กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ได้มีการชันสูตรพลิกศพไปแล้ว 22 ราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่กล่าวว่า ทางการได้จับกุมผู้ผลิตและผู้ค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่กว่า 12 ราย พร้อมควบคุมตัวฝากขังผู้ค้าบางรายที่อาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้
หน่วยงานน้ำเมาในอินเดีย เปิดเผยว่า จากปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 5,000 ล้านลิตรที่บริโภคทุกปีในประเทศ พบว่าประมาณ 40% เป็นสุราที่ผลิตอย่างผิดกฎหมาย
สุราที่ผิดกฎหมายมักถูกเติมด้วยเมทานอลที่มีราคาถูก แต่ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค เพราะเมทานอลอาจทำให้ตาบอด, ตับถูกทำลาย และเสียชีวิตได้
เมื่อเดือนกรกฎาคม เพิ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 42 รายในรัฐคุชราตทางตะวันตกของประเทศ หลังจากดื่มสุราเถื่อน เช่นเดียวกันกับปีที่แล้ว ที่มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100 คนในรัฐปัญจาบทางตอนเหนือจากสาเหตุเดียวกันนี้ในอินเดีย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฝ้าระวัง! สนามบินสุวรรณภูมิตั้งจุดคัดกรองเที่ยวบินอินเดีย
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินจากประเทศอินเดีย เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์
ผวาซํ้ารอย‘โควิด-19’ เฝ้าระวัง‘ไวรัสนิปาห์’!
รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
กต. เร่งชี้แจงทูตอินเดีย รื้อถอนสิ่งก่อสร้างเพื่อควบคุมพื้นที่ ไม่ใช่เทวสถาน
นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการประชุม เช่น วานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
กองทัพแจงรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแปลกปลอมในพื้นที่อธิปไตยไทย ไม่ใช่ศาสนสถาน
ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ตามที่มีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีลักษณะคล้ายประติมากรรมทางศาสนา ในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา จนก่อให้เกิดความห่วงกังวลและการตีความที่หลากหลายในสังคมนั้น

