
ประธานาธิบดีของเอลซัลวาดอร์เป็นผู้นำในการต่อต้าน-กวาดล้างกลุ่มอาชญากรอย่างไม่ลดละมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว นับแต่นั้นมามีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 60,000 คน ตอนนี้นักโทษกลุ่มแรกถูกย้ายไปยังเรือนจำพิเศษแห่งใหม่
ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล ของเอลซัลวาดอร์ชื่นชอบโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่และการแสดงอำนาจบาตรใหญ่ เมื่อปีที่แล้วเขาเคยนำเสนอแผนการผลักดันเอลซัลวาดอร์ให้เป็นเมืองบิตคอยน์แห่งแรกของโลก โดยเปิดโอกาสให้บริษัทคริปโตสามารถเข้าไปดำเนินกิจการและขุดบิตคอยน์ได้อย่างเสรี และปลอดภาษี แต่แผนการตลาดคริปโตถูกระงับไปเสียก่อน จากนั้นประธานาธิบดีวัย 41 ปีก็ค้นพบความเร้าใจใหม่ นั่นคือการสู้รบกับกลุ่มอาชญากร จนนำไปสู่การเปิดเรือนจำขนาดใหญ่สำหรับผู้ต้องขังกว่า 40,000 คน ซึ่งนับต่อจากนี้ไปสมาชิกของแก๊งอาชญากรที่มีชื่อเรียกว่า “มาราส” จะถูกนำไปคุมขังในเรือนจำแห่งใหม่นี้
เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บูเคเลได้เผยแพร่วิดีโอความยาวครึ่งชั่วโมง เป็นภาพของเรือนจำพิเศษ แสดงให้เห็นห้องขังส่วนกลาง หอสังเกตการณ์ จุดตรวจรักษาความปลอดภัย และห้องขังเดี่ยว โอซิริส ลูนา เมซา-รัฐมนตรีช่วยกระทรวงยุติธรรมและความมั่นคงสาธารณะ กล่าวให้ความมั่นใจว่า นักโทษที่นี่จะไม่เห็นแม้แต่แสงสว่าง และบูเคเลยังรับรองด้วยว่า นักโทษอันธพาลจะต้องอยู่ภายในเรือนจำแห่งนี้หลายสิบปี เรือนจำที่ได้รับการออกแบบสร้างขึ้น “ตามมาตรฐานโลกที่หนึ่ง” ระหว่างนี้มีนักโทษถูกส่งเข้าไปในเรือนจำพิเศษล็อตแรก 2,000 คนแล้ว
ในวิดีโอที่รัฐบาลจัดทำขึ้นนั้น ยังเผยให้เห็นนักโทษสวมกางเกงบ็อกเซอร์สีขาวเดินในท่าโน้มตัวเข้าไปในอาคารเรือนจำ มือและเท้าของพวกเขาถูกล่ามด้วยตรวน ทุกคนโกนศีรษะเกลี้ยงเกลา ส่วนใหญ่มีรอยสักตามเนื้อตัว ซึ่งเป็นจุดเด่นของแก๊ง เช่น MS-13 หรือ Barrio-18 ที่หาเลี้ยงชีพด้วยการค้ายาเสพติด การลักพาตัวเรียกค่าไถ่ และการฉ้อโกง เป็นเวลาหลายทศวรรษมาแล้วที่แก๊งเหล่านี้ก่ออาชญากรรมในพื้นที่สามเหลี่ยมตอนเหนือ ในดินแดนของเอลซัลวาดอร์, ฮอนดูรัส และกัวเตมาลา รวมถึงบางส่วนของเม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา
ในปี 2019 นายิบ บูเคเลได้เสนอแผนหลายขั้นตอนเพื่อปราบปรามกลุ่มอาชญากร ตอนนี้อยู่ในเฟสที่ 5 ซึ่งมีการจับกุมเป็นจำนวนมาก เหตุเพราะกลุ่มอาชญากรได้ก่อเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องทั่วประเทศเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว บูเคเลจึงประกาศภาวะฉุกเฉิน สั่งให้ทหารปิดล้อมเมืองทั้งเมือง และจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นอาชญากรได้ราว 62,000 คน บูเคเลโอ้อวดว่าการปราบปรามแก๊งอันธพาลทำให้เอลซัลวาดอร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดในโลก กลับมาเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในอเมริกาใต้ คดีฆาตกรรมที่เคยสูงถึง 6,000 คดีในปี 2015 ตอนนี้ลดลงเหลือเพียง 500 คดี
อย่างไรก็ตาม สถิติคดีฆาตกรรมเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2016 ประมาณสามปีก่อนที่บูเคเลจะเข้ารับตำแหน่ง องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนพากันประณามสถานการณ์ฉุกเฉินที่รัฐประกาศใช้ยืดเยื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน อีกทั้งผู้ที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่ไม่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม หรือบ่อยครั้งก็มีผู้บริสุทธิ์ถูกจับกุมตัวไปด้วย การจับกุมแบบเหวี่ยงแหทำให้จำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบสามเท่า จากประมาณ 36,000 คนเป็น 100,000 คนแล้วในเวลานี้ ทำให้เอลซัลวาดอร์ ประเทศซึ่งมีประชากรเพียง 6.5 ล้านคน กลายเป็นประเทศที่มีผู้ต้องขังต่อหัวมากที่สุดในโลก
นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นายิบ บูเคเลคิดอยากสร้างเรือนจำพิเศษใหม่บนพื้นที่ 1.65 ตารางกิโลเมตรนอกเมืองเตโกลูกา โดยใช้เวลาก่อสร้างเพียง 7 เดือน เรือนจำพิเศษล้อมรอบด้วยกำแพงสูง 11 เมตร และมีหอสังเกตการณ์ 19 หลัง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 850 นายคอยเฝ้านักโทษ นักวิจารณ์เคยชี้ให้เห็นว่า โปรเจ็กต์สร้างเรือนจำใหม่ของบูเคเลไม่ต่างอะไรกับโปรเจ็กต์บิตคอยน์ ที่ปราศจากความโปร่งใสในการประกวดราคาและการดำเนินการก่อสร้าง
เขาเป็นผู้นำประเทศในลักษณะเผด็จการมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอาชญากรรมและความรุนแรงมานานหลายทศวรรษยังชื่นชอบและให้สนับสนุนบูเคเลอยู่ คะแนนความนิยมของเขายังสูงถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วันนอร์' ชี้ 'ยาเสพติด-สินค้าเถื่อน' อาจมีส่วนทำไฟใต้ไม่สงบ หนุนรัฐพูดคุยควบคู่ปราบปราม
‘วันนอร์’ ชี้ ดับไฟใต้ต้องพูดคุยควบคู่ปราบปราม ระบุ ประกาศใช้กฎอัยการนราธิวาส เป็นเรื่องฝ่ายปฏิบัติประเมิน บอกยาเสพติด-สินค้าเถื่อน อาจมีส่วนทำให้ไม่สงบ
ศาลสหรัฐฯ จะเริ่มพิจารณาคดีของ ‘มาดูโร’ ในเดือนมิถุนายน 2027
สหรัฐอเมริกาจะเริ่มการพิจารณาคดีของ นิโกลัส มาดูโร ในวันที่ 1 มิถุนายน 2027 ศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กกำหนดวันดังกล่าวเมื่อวันพุธ ต่อหน้าอดีตประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา มาดูโร วัย 63 ปี อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหา “ก่อการร้ายยาเสพติด”
ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดผ่านเฟซบุ๊ก ยึดยาเค-คอลลาเจนเมาเพียบ
พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธนากร พาเบ้า สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาอายุ 18 ปี จำนวน 4 คน พร้อมยาเคหรือคีตามีนคอลลาเจน อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ เครื่องกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือ หลังสืบสวนพบพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยา
ดีเอสไอ ยื่นขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน 2 ชาวลาว ลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติพัวพันคดีแอร์สาว
ดีเอสไอ เตรียมรวบรวมหลักฐานสำคัญยื่นอัยการสูงสุด ขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน "สองพ่อลูกชาวลาว" คดีสั่งการขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ใช้ริมฝั่งแม่น้ำโขงในไทย ลอบส่งพัสดุซุกเฮโรอีนจากลาว เตรียมส่งปลายทางออสเตรเลีย-ไต้หวัน หลังเร่งสอบปากคำพยานสำคัญ-ขยายผล
ทลาย 'ผับลับ' ย่านห้วยขวาง เปิด 24 ชม. เน้นให้เล่นยาเต็มกราฟ จับได้ 11 ราย
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด นำกำลังสืบ บก.น.1 สน.ห้วยขวาง และ ป.ป.ส.กทม. เปิดปฏิบัติการทลาย “ผับลับอัพยา” นำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.99/2569 ลงวันที่ 17 ก.ค. 69 เข้าตรวจสอบ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ริมถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ จับกุมตัวผู้ต้องหา 11 ราย ตรวจยึดของกลาง
'รัฐบาลอนุทิน' ย้ำ 'กัญชาไม่เสรี' คุมเข้มช่อดอก ฝ่าฝืนเจอคุก
รัฐบาลยัน 'กัญชาไม่เสรี' ย้ำประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนลอบขนออกนอกประเทศโทษหนัก จำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่า


