อดีตนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซีย ถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ ฐานใช้อำนาจในทางมิชอบในการรับสินบนและฟอกเงิน ซึ่งเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาว่านำเงินกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจโควิดไปใช้ในทางที่ผิด

มูห์ยิดดิน ยัสซิน อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย (ขวา) โบกมือให้กับประชาชนที่มาให้กำลังใจ ขณะเดินทางออกจากศาลสูงกัวลาลัมเปอร์ หลังถูกอัยการสั่งฟ้องข้อหาคอร์รัปชัน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม (Photo by Arif Kartono / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2566 กล่าวว่า มูห์ยิดดิน ยัสซิน อดีตนายกรัฐมนตรีมาลเซีย ถูกอัยการตั้งข้อหาคอร์รัปชัน และอาจต้องโทษจำคุกหลายสิบปีหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง
ยัสซิน ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกฯเป็นเวลา 17 เดือนระหว่างปี 2563-2564 ในช่วงที่มาเลเซียต่อสู้กับโรคโควิดและตอนนี้เป็นผู้นำแนวร่วมฝ่ายค้านที่ต่อต้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ถือเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ที่ถูกตั้งข้อหาคอร์รัปชัน ต่อจากอดีตผู้นำนาจิบ ราซัก ซึ่งปัจจุบันถูกจำคุก 12 ปี จากคดีทุจริตคอร์รัปชันกองทุน 1MDB
มูห์ยิดดิน ยัสซิน วัย 75 ปี ถูกดำเนินคดี 4 ข้อหาฐานใช้ตำแหน่งในทางมิชอบเพื่อรับสินบนมูลค่ารวม 232.5 ล้านริงกิต (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) เพื่อใช้บริหารพรรคการเมืองเบอร์ซาตูของเขา โดยสินบนดังกล่าวมาจากบริษัทที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้โครงการจากกองทุนโควิด และในฐานความผิดนี้ แต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี
นอกจากนี้ มูห์ยิดดิน ยัสซินยังถูกตั้งข้อหาฟอกเงินอีก 2 ข้อหา ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงิน 195 ล้านริงกิต (ประมาณ 1,500 ล้านบาท) ที่ฝากเข้าบัญชีของพรรคเบอร์ซาตู และในฐานความผิดนี้ แต่ละข้อหามีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี
อัยการกล่าวว่า เตรียมตั้งข้อหาฟอกเงินเพิ่มอีก 1 ข้อหา โดยคาดว่าจะยื่นฟ้องยัสซินอีกครั้งในวันจันทร์หน้า
มูห์ยิดดิน ยัสซิน ขึ้นให้การต่อศาลว่า เงินของประชาชนไม่ได้เข้ากระเป๋าตัวเองเลยในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมขออุทธรณ์การพิจารณาคดี จากนั้นเขาได้รับการพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว แต่ได้รับคำสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
ข้อกล่าวหาดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่มูห์ยิดดินถูกสอบสวนโดยคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตของมาเลเซีย (MACC) และถูกจับกุมในเวลาต่อมา
เขาปฏิเสธการกระทำผิดกฎหมายใดๆ และกล่าวหาว่ากลุ่มพันธมิตรที่ปกครองโดยนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม กลั่นแกล้งทางการเมืองเพื่อทำลายชื่อเสียงของตนเองและพรรค ก่อนการเลือกตั้งระดับรัฐในเดือนกรกฎาคม
"ผมและทีมกฎหมายจะทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้รับความยุติธรรมในชั้นศาล” มูห์ยิดดิน ยัสซินกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนอย่าหันไปใช้การประท้วงบนท้องถนน
ด้านนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการแทรกแซงใดๆ ในกระบวนการยุติธรรมของมูห์ยิดดิน ยัสซิน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้
ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง! 'อาสพลธ์' ชี้ 'ปราบโกง' ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน
ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน" นายอาสพลธ์ กล่าว
ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?
กระทุ้ง 'ผู้นำไทย' โชว์เจตจำนงปราบโกง ทำได้แน่ไม่แพ้ชาติอื่น
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิสนับสนุนการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มองจีนปราบปรามทุจริตแล้วย้อนดูตัว
'ส้ม' ขยายแผล 'ระบอบน้ำเงิน' จำคุกอดีตป.ป.ช.สัญญาณเตือน 'ใช้อำนาจ'
เครือข่ายสีส้ม กำลังกลับมาเดินในแนวทางของตัวเองอีกครั้ง นั่นคือการแตะเรื่องที่เป็น "โครงสร้างใหญ่" ในประเทศ ท่าทีของ "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ
'ธนาธร' ชวนทดลองใช้ AI จับโกง ดัน 'Bangkok Redflag AI' สกัดทุจริต
“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เชิญชวนประชาชนทดลองใช้งาน “Bangkok Redflag AI” ระบบ AI ตรวจจับความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ชูเป็นเครื่อง

