กสม. เปิดตัวแคมเปญ ‘ประชาชิน’ หวังสังคมหยุดชินชาต่อปัญหาคอร์รัปชัน ชี้การทุจริตไม่ใช่แค่โกงงบประมาณ แต่คือการขโมยสิทธิของประชาชน

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดตัวแคมเปญ ‘ประชาชิน: อย่าปล่อยให้ประชาชนถูกละเมิดสิทธิ เพราะการทุจริตคอร์รัปชันจนชินชา’ ภายใต้กิจกรรมการสื่อสารสาธารณะเพื่อส่งเสริมความเข้าใจของสังคมต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนและประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างการทุจริตคอร์รัปชันและการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปฏิเสธการทุจริตในทุกรูปแบบ

23 มิ.ย. 2569 – นางสาวพรประไพ กาญจนริทนร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อพูดถึงคำว่าการทุจริตคอร์รัปชัน ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงภาพของนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงที่โกงกินงบประมาณแผ่นดิน นึกถึงเงินทอนโครงการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริง การทุจริตเป็นอาชญากรรมที่พรากสิทธิขั้นพื้นฐานไปจากประชาชนโดยตรง เพราะงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนควรถูกนำมาใช้เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับสิทธิ มีสวัสดิการที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่เมื่อเงินเหล่านี้ถูกใช้ไปในกระบวนการทุจริต สิทธิอันชอบธรรมของประชาชนก็ถูกพรากไปด้วย

ผลกระทบจากการทุจริตปรากฏชัดในหลายมิติ เช่น ด้านกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง การเอื้อประโยชน์แก่ผู้ต้องขังบางราย การช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้ลอยนวล หรือการยัดเยียดข้อหาให้แก่ผู้บริสุทธิ์ ซ้ำร้ายยังทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าคุกมีไว้ขังคนจน อันเป็นการทำลายหลักนิติธรรมขั้นพื้นฐาน และพรากสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ด้านสิ่งแวดล้อม ที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติ จากการละเลยการกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมจนเกิดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน หรือแม้กระทั่งการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบด้วยกฎหมายในเขตป่าหรือที่ดินสาธารณะเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน หรือการใช้อำนาจรัฐขับไล่ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมออกจากพื้นที่โดยไม่เป็นธรรม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความเสียหายของผืนป่า แต่คือการพรากวิถีชีวิต ความมั่นคงในที่อยู่อาศัย

ด้านสาธารณสุข การจัดซื้อยาเกินราคาหรืออุปกรณ์แพทย์ที่มีค่าหัวคิว ส่งผลให้ประชาชนที่ยากจนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและเสียโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ ด้านการศึกษา การจ่ายเงินใต้โต๊ะ งบประมาณค่าอาหารกลางวันเด็กที่ถูกยักยอก หรือสื่อการเรียนที่ไร้คุณภาพ คือ การลดทอนคุณภาพชีวิตและโอกาสในการได้รับการศึกษาที่ดีของเด็กและเยาวชน และด้านแรงงาน เช่น แรงงานไทยที่เดินทางไปเก็บเบอร์รีป่าในต่างประเทศ ซึ่งต้องเผชิญกับขบวนการเรียกรับผลประโยชน์ในการจัดหาคนงาน ต้องตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงาน อันเป็นการลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างชัดแจ้ง

ประธาน กสม. กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือ ผลกระทบของการทุจริต มักซ้ำเติมและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงที่สุดต่อกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มคนยากจน คนไร้สถานะ ผู้พิการ คนไร้รัฐไร้สัญชาติ และแรงงานข้ามชาติ ซึ่งขาดเครื่องมือและอำนาจต่อรองในการปกป้องสิทธิของตนและเมื่อการทุจริตกลายเป็นวัฒนธรรม ประกอบกับการใช้กระบวนการฟ้องปิดปากผู้ที่ออกมาเปิดโปงความไม่เป็นธรรม ยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว จนในที่สุดก็นำไปสู่ความรู้สึกชินชา ต่อการทุจริตในสังคม

“กสม. มุ่งมั่นและอยากเห็นสังคมไทยตระหนักและเคารพในสิทธิมนุษยชน จึงต้องการให้เข้าใจว่า ทุกครั้งที่เกิดการทุจริต สิ่งที่สูญเสียไปไม่ใช่เพียงเงินภาษีหรือทรัพยากรของรัฐ แต่คือโอกาสของประชาชนในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐมีหน้าที่ต้องจัดให้ ด้วยเหตุนี้ การผลักดันแนวคิดสิทธิมนุษยชนในการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน เราต้องออกจากความรู้สึกชินชาและร่วมกันรณรงค์เพื่อยกระดับจากการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตที่มุ่งเน้นเพียงมิติทางเศรษฐกิจ การเงิน และข้อกฎหมาย ไปสู่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมของประชาชน การเรียกร้องความโปร่งใส การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และความรับผิดชอบของรัฐ จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ภาคประชาชนสามารถตรวจสอบการทุจริตและปกป้องสิทธิของตนเองได้อย่างเข้มแข็ง” ประธาน กสม. กล่าว

ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. อยู่ระหว่างการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะประเด็นการทุจริตกับสิทธิมนุษยชน โดยจะมีการนำเสนอผลการศึกษาดังกล่าวในงานสมัชชาสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเซนทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

พร้อมกันนี้จะมีการรณรงค์ขับเคลื่อนแคมเปญ “ประชาชิน” ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และการจัดกิจกรรมสาธารณะ onsite event เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นและสร้างความตระหนักรู้ถึงความเชื่อมโยงของการทุจริตที่มีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ในวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

สำนักงาน กสม. ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ และผู้สนใจทั่วไป ติดตามเข้าร่วมกิจกรรมและแคมเปญ “ประชาชิน” ดังกล่าวข้างต้น เพื่อร่วมกันส่งเสียงว่าการทุจริตไม่ใช่เรื่องปกติ และสิทธิของประชาชนไม่ควรถูกพรากไปเพราะความเคยชินต่อการทุจริตคอร์รัปชัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดึงสติ! อย่าปล่อย 'คอร์รัปชัน' กลายพันธุ์เป็นวัฒนธรรมของชาติ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "วันที่การโกงไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป" มีเนื้อหา ดังนี้

ระบบตรวจสอบต้องเข้มแข็ง! 'อาสพลธ์' ชี้ 'ปราบโกง' ให้ได้ผล ต้องมีระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งรัฐสภา-ประชาสังคม-ประชาชน ต้องสัมพันธ์กัน

ผมเชื่อว่า ประเทศไทยจะลดคอร์รัปชั่นได้จริง เมื่อระบบตรวจสอบเข้มแข็ง และประชาชนมีส่วนร่วม คณะกรรมาธิการจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการต่อต้านคอร์รัปชันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงในเอกสาร แต่ต้องปรากฏผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน" นายอาสพลธ์ กล่าว

ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?

กระทุ้ง 'ผู้นำไทย' โชว์เจตจำนงปราบโกง ทำได้แน่ไม่แพ้ชาติอื่น

นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิสนับสนุนการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มองจีนปราบปรามทุจริตแล้วย้อนดูตัว

'ส้ม' ขยายแผล 'ระบอบน้ำเงิน' จำคุกอดีตป.ป.ช.สัญญาณเตือน 'ใช้อำนาจ'

เครือข่ายสีส้ม กำลังกลับมาเดินในแนวทางของตัวเองอีกครั้ง นั่นคือการแตะเรื่องที่เป็น "โครงสร้างใหญ่" ในประเทศ ท่าทีของ "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ