'ยูกันดา' กับบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับ LGBTQ

AFP

แสงแห่งสิทธิมนุษยชนกำลังหรี่ดับไปอีกหนึ่งดวง เมื่อเสียงข้างมากของสมาชิกรัฐสภาในยูกันดาลงมติรับร่างแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษคนรักร่วมเพศที่กระทำผิดกฎหมายให้จำคุกตลอดชีวิต หรือกรณีกระทำความผิดร้ายแรงมีโทษสูงสุดถึงประหาร แต่อูกันดาไม่ใช่ประเทศเดียวที่แอนตี้ LGBTQ

ตามรายงานข่าวของ Al Jazeera ที่อธิบายถึงการกระทำความผิดร้ายแรงนั้น รวมถึง “การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือเมื่อบุคคลหนึ่งมีเชื้อเอชไอวี” เท่านั้นยังไม่พอ “การจัดหา ส่งเสริม และสนับสนุนทางการเงิน เพื่อทำกิจกรรมรักร่วมเพศ” จะได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตด้วย

หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เพื่อน สมาชิกในครอบครัว และคนรู้จักของคนรักร่วมเพศ จะต้องรายงานความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศของบุคคลนั้นๆ ต่อทางการ ซึ่งกฎหมายใหม่นี้จะทำให้ยูกันดาเป็นประเทศแรกในแอฟริกา ที่ออกแบบบทลงโทษครอบคลุมถึงผู้เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นรักร่วมเพศ

ก่อนผ่านร่างกฎหมาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เปลี่ยนแปลงข้อความเดิมของกฎหมายว่าด้วยบทลงโทษจำคุกสูงสุดเพียง 10 ปีเท่านั้น สำหรับผู้ที่กระทำการต่อเพศเดียวกัน หรือระบุว่าตนเองมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มรักร่วมเพศ แต่คำย่อ LGBTQ ซึ่งมาจาก เลสเบียน (L) เกย์ (G) ไบเซ็กฌวล (B) ทรานสเจนเดอร์ (T) และเควียร์ หรือบุคคลที่มีความรักโดยไร้กฎเกณฑ์ทางเพศ (Q) ในตอนแรกยังไม่ชัดเจนว่ากฎหมายใหม่กำหนดบทลงโทษใดไว้

แอนเน็ต อานิตา อามง-ประธานรัฐสภา กล่าวภายหลังการลงคะแนนเสียงรอบสุดท้าย ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ยกเว้น 2 คนจาก 389 คนลงมติให้เพิ่มบทลงโทษ ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านการลงมติอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ เมื่อกฎหมายผ่านแล้ว สมาชิกรัฐสภาหลายคนตะโกนแสดงความเห็นที่เหยียดเพศ สส.คนหนึ่งยังเรียกร้องให้มีการทำหมันคนรักร่วมเพศด้วย บางคนหยิบผ้ากันเปื้อนที่มีประโยคข้อความ “จะต้องไม่มีโฮโมเซ็กฌวล เลสเบียน เกย์” มาคล้องคอ

ร่างกฎหมายที่ผ่านมตินี้จะต้องถูกส่งไปยังประธานาธิบดี โยเวรี มูเซเวนี ซึ่งสามารถลงนามอนุมัติหรือยับยั้งได้ แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่มูเซเวนีจะเลือกอย่างหลัง เขาดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 1986 และจัดว่าเป็นคนเกลียดกลัวรักร่วมเพศตัวยง เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาเคยให้สัมภาษณ์กับ CNN เรียกกลุ่มคนรักร่วมเพศว่า “น่าขยะแขยง” และเมื่อเร็วๆ นี้เขายังใช้ศัพท์เรียกว่า “พวกเบี่ยงเบน” ในขณะที่โลกตะวันตกกำลังพยายามอย่างมากที่จะทำให้รักร่วมเพศในประเทศอื่นเป็น “เรื่องปกติ”

รักร่วมเพศเป็นเรื่องต้องห้ามในยูกันดา คล้ายในประเทศคริสเตียนแนวอนุรักษ์นิยมส่วนใหญ่ กฎหมายที่เข้มงวดต่างๆ ก็ล้วนเป็นมรดกตกทอดมาจากยุคอาณานิคมของอังกฤษ แต่หลังจากยูกันดาได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1962 กฎหมายบางอย่างก็แผ่วลง แต่ไม่ได้หมดไป โดยเฉพาะประเด็นรักร่วมเพศ

กฎหมายใหม่นี้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนชาวยูกันดาในวงกว้าง มีทฤษฎีสมคบคิดเกิดขึ้นมากมายในช่วงหลายเดือนก่อน โดยอ้างถึงกองกำลังนานาชาติที่แอบส่งเสริมกลุ่มคนรักร่วมเพศในยูกันดา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วตำรวจในเมืองทางตอนใต้ของจินจาให้ข่าวกับสื่อว่า พวกเขาทำการจับกุมชาย 6 คนในข้อหา “รักร่วมเพศ” และมีชายอีก 6 คนถูกจับกุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยข้อหาเดียวกัน

“มีการข่มขู่รีดเงินกันเยอะมาก ถ้าใครไม่ยอมให้เงินก็จะถูกแจ้งความจับข้อหาเป็นเกย์” นักเคลื่อนไหวคนหนึ่งบอกกับสื่อ BBC อีกทั้งยังมีข่าวอีกว่า สมาชิกของกลุ่ม LGBTQ มากกว่า 110 คนในยูกันดารายงานเกี่ยวกับการจับกุม การใช้ความรุนแรงทางเพศ การขับไล่ และการเหยียดหยามคนกลุ่มน้อยในยูกันดาหลายคดีภายในเดือนเดียว

แต่จะว่าไปแล้ว ยูกันดาเป็นเพียงหนึ่งในคลื่นความเกลียดกลัวรักร่วมเพศ สถานการณ์ของเกย์และเลสเบียนในประเทศแอฟริกาตะวันออกอื่นๆ ก็แย่ไม่แพ้กัน เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วนักการเมืองแถวหน้าของพรรครัฐบาลแทนซาเนียเรียกร้องให้มีการตัดอัณฑะชายรักร่วมเพศ และเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวิลเลียม รูโต ของเคนยาก็เพิ่งประกาศว่า รักร่วมเพศจะไม่มีที่ยืนในประเทศของเขา

ปัจจุบันรักร่วมเพศเป็นสิ่งต้องห้ามแล้วราว 30 ประเทศในทวีปแอฟริกา.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ITD ลุยปั้นผู้ประกอบการสตรี-LGBTQ+ ทำธุรกิจเจาะตลาดอาเซียน

ITD จัดโครงการ SHE Commerce Bootcamp 2026 เสริมแกร่งผู้ประกอบการสตรี และผู้ประกอบการที่มีความหลากหลายทางเพศกลุ่ม LGBTQ+ พัฒนาและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ รับมือการค้ายุคใหม่ พร้อมดันผู้ประกอบการรุกตลาดอาเซียน

การชุมนุมประท้วงในตุรเกีย ต่อต้านการกวาดล้างชุมชน LGBTQ

มีประชาชนราว 200 คนออกมาประท้วงในอิซมีร์ เมืองทางตะวันตกของตุรเกีย เพื่อต่อต้านการบุกค้นบาร์และบ้านพักของนักเคลื่อนไหว LGBTQ ในประเทศช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

คุมเข้มคัดกรองผู้เดินทางจาก 'คองโก–ยูกันดา' สกัด 'อีโบลา' ระบาดไทย

รัฐบาลยกระดับคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หลังราชกิจจาฯ ประกาศ 'คองโก–ยูกันดา' เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย 'อีโบลา'

นิด้าโพลชี้คนไทยเห็นด้วยบทลงโทษกฎหมายจราจรเหมาะสมแล้ว

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “จับปรับจริง 10 ข้อหาจราจร” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7 - 8 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

'ศบก.' แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางล่าสุดยังรุนแรง ไร้ท่าทียุติ แนะคนไทยออกจากพื้นที่โดยเร็ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายปาณิดล