
รัฐบาลยกระดับคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หลังราชกิจจาฯ ประกาศ ‘คองโก–ยูกันดา’ เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ‘อีโบลา’
22 พ.ค. 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola Virus Disease : EVD) พ.ศ. 2569 โดยกำหนดให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เป็นไปตามการติดตามสถานการณ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่นานาชาติกังวล (Public Health Emergency of International Concern : PHEIC) หลังพบการแพร่ระบาดที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน โดยกระทรวงสาธารณสุข ผ่านกรมควบคุมโรค ได้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ โดยผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดจะต้องลงทะเบียนข้อมูลล่วงหน้า ผ่านระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) สำหรับชาวต่างชาติ และระบบ Thai Health Pass ผ่านเว็บไซต์ https://thaihealthpass.com สำหรับคนไทย พร้อมดำเนินมาตรการตรวจคัดกรองอาการ วัดไข้ ซักประวัติ และติดตามเฝ้าระวังอาการต่อเนื่องเป็นเวลา 21 วัน
นอกจากนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ยังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการด้านสาธารณสุขในภาคการบิน โดยกำหนดมาตรการสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลด้านสาธารณสุขแก่ผู้โดยสารก่อนการเดินทางการคัดกรองผู้โดยสารตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงตรวจสอบการลงทะเบียนข้อมูลและประเมินอาการต้องสงสัย การสนับสนุนข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค เพื่อใช้ติดตามและเฝ้าระวังโรคอย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีพบผู้โดยสารต้องสงสัย ทั้งกรณีตรวจพบบนอากาศยาน และกรณีผู้โดยสารแสดงอาการภายหลังเดินทางเข้าประเทศ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
“รัฐบาลยืนยันความพร้อมของระบบสาธารณสุขไทยในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยไม่ตื่นตระหนก” นางสาวลลิดา ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 11 ราย
โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎไทย และช้างเผือก รวม 11 ราย
เลขาฯป.ป.ท. หารือ 'ภราดร' ดันไทยเป็นสมาชิก OECD ลั่นอยากเห็นทุกฝ่ายกวาดฝุ่นใต้พรหม
เลขาฯป.ป.ท.เข้าพบ’ภราดร’หารือไทยเดินหน้าเข้าเป็นสมาชิก OECD เตรียมถกพณ.เร็วๆนี้ อยากเห็นทุกฝ่ายร่วมใจกวาดฝุ่นใต้พรม สร้างความโปร่งใส ทำนักลงทุน นักธุรกิจอยากมา
แหม! 'ณัฐชา' ทำข้องใจ ถาม 'พรรคร่วมรัฐบาล' เกิดรอยร้าวหรือไม่ เห็นตัดงบประมาณกันเอง
‘ณัฐชา’ แฉ พรรคร่วมเกิดรอยร้าวหรือไม่ หักงบกันเองจนคลื่นใต้น้ำป่วน อัด รบ.ไม่เห็นความสำคัญเด็กหลุดระบบ โยกงบหมื่นล้านเข้ากระเป๋า ‘กองทุนหมู่บ้าน-งบกลาง-กรมอุทยาน’ แทนที่จะอุ้ม ‘กองทุนวิจัย-กยศ.’ แย้ม ปชน.จ่อเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติ ท้วงติง-แนะแนวทางรัฐบาล
'ภราดร' แจงนิรโทษคดีการเมืองปี 48-68 ทุกเคสต้องเข้า 'คกก.สันติสุข'
'ภราดร' เผยนิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 48 – 68 ต้องเข้า คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข' ทุกเคส หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว
'นายกฯ' เตรียมลงนามงบกลาง 9 พันบาท ช่วยน้ำท่วมชาวน่าน ก่อนชงครม.อังคารนี้
‘ภราดร’ เผย นายกฯ เตรียมลงนามงบกลาง 9 พันบาท ช่วยน้ำท่วมชาวน่าน ก่อน ชง ครม.พรุ่งนี้ ส่วนซ่อมแซมบ้านเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ปภ.เดิม
'จตุพร' ชี้โจรใต้ป่วนหนักเขย่ารัฐ แนะยกเครื่องการข่าว ตบปากนักการเมืองหยุดจ้อเอาหน้า
'จตุพร' คาดป่วนใต้มุ่งเขย่ารัฐ หวังกระพือข่าวท้าทายจุดอ่อนหละหลวม แนะรัฐบูรณาการข่าว เร่งจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษ สวนนักการเมืองหยุดตีฝีปากชิงไหวชิงพริบเอาหน้า

