
เมืองเรติงเกนทางตะวันตกของเยอรมนีและอีกหลายเมืองกำลังประสบปัญหาคนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มเพื่อขโมยเงิน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 14 เมษายน 2566 ได้เกิดเหตุระเบิด 2 ลูกในเช้าวันเดียวกันเมื่อเดือนที่แล้วที่ตู้เอทีเอ็มของสาขาธนาคารซันตันเดร์และธนาคารดอยช์แบงก์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันใกล้กับจัตุรัสหลักของเมืองเรติงเกนทางตะวันตกของเยอรมนีที่ห่างจากเมืองดีสเซลดอร์ฟเพียง 12 กิโลเมตร
เมื่อ 1 ปีก่อน ผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่ด้านล่างมีตู้เอทีเอ็มของธนาคารซันตันเดร์ตั้งอยู่ ยื่นฟ้องขอให้นำตู้เอทีเอ็มดังกล่าวออกไปจากอพาร์ตเมนต์ เนื่องจากกังวลว่าจะมีโจรบุกมาระเบิดตู้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการฟ้อง
ปัจจุบันเยอรมนีมีโจรที่ก่อเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มเฉลี่ยมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน กระทรวงมหาดไทยเยอรมนีเผยว่า เหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 40 ตั้งแต่ปี 2562
เจ้าหน้าที่สืบสวนเผยถึง 2 ปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มสูงขึ้น เนื่องจากเยอรมนีมีตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศถึง 53,000 ตู้ เป็นสัดส่วนของตู้เอทีเอ็มที่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร สะท้อนว่าชาวเยอรมันนิยมจับจ่ายด้วยเงินสดมากกว่าบัตรธนาคาร นอกจากนี้เยอรมนียังส่งเสริมการขยายเครือข่ายทางหลวง หรือออโตบาห์น ซึ่งทางหลวงส่วนใหญ่ของเยอรมนีไม่บังคับจำกัดความเร็ว
เมืองเรติงเกนอยู่ห่างจากชายแดนเนเธอร์แลนด์เพียง 70 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า แก๊งอาชญากรรมจากเนเธอร์แลนด์คือคนร้ายหลักที่ก่อเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็ม ทำให้กระจกแตกปลิวว่อน ด้านหน้าอาคารพังทลายและกล่องใส่เงินเปิดออก
ในปี 2564 เกิดเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มในเยอรมนี 392 ครั้ง คนร้ายได้เงินไปเกือบ 20 ล้านยูโร เหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มเพิ่มเป็น 496 ครั้ง ในปี 2565
ตำรวจในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ซึ่งเมืองเรติงเกนตั้งอยู่ในรัฐนี้เผยว่า ในปีนี้เกิดเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มแล้วถึง 47 ครั้ง.

