เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนในประเทศพร้อมกัน 5 ราย

ยุ่งแล้ว เกาหลีใต้ยืนยันเมื่อวันพุธว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนครั้งแรกในประเทศพร้อมกัน 5 ราย เป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากแอฟริกาแล้วแพร่เชื้อต่อ ทางการเพิ่มมาตรการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศ วันเดียวกันเกาหลีใต้ยังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เป็นสถิติสูงสุดเกิน 5,000 คนเป็นครั้งแรก

รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564 อ้างคำแถลงของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของเกาหลีใต้วันเดียวกันว่า เกาหลีใต้ตรวจพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนที่ยืนยันแล้ว 5 คน รวมถึงคู่สามีภรรยาที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วที่เพิ่งเดินทางไปยังไนจีเรียระหว่างวันที่ 14-23 พฤศจิกายน แล้วเดินทางกลับประเทศสองวันก่อนที่สาธารณรัฐแอฟริกาใต้จะประกาศอย่างเป็นทางการว่าพบไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (เคดีซีเอ) กล่าวว่า สามีภรรยาคู่นี้มีผลตรวจไวรัสโคโรนาเป็นบวกเมื่อวันพฤหัสบดี และการทดสอบลำดับทางพันธุกรรมในเวลาต่อมาเผยให้เห็นว่าเป็นไวรัสโอไมครอน สมาชิก 2 คนในครอบครัวและเพื่อนของพวกเขา 1 คน ก็ติดไวรัสโอไมครอนด้วย

วันเดียวกัน เคดีซีเอประกาศเพิ่มข้อจำกัดการเดินทาง ซึ่งรวมถึงการระงับเที่ยวบินตรงไปเอธิโอเปียเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และผู้เดินทางเข้าประเทศทุกคนจะต้องถูกตรวจเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่

นอกจากนี้ เริ่มตั้งแต่วันศุกร์รวมเวลา 2 สัปดาห์ ผู้เดินทางมายังเกาหลีใต้ทุกคน ทั้งพลเมืองเกาหลีใต้และชาวต่างชาติ จะต้องกักตัวนาน 10 วัน ไม่ว่าจะมีสถานะการฉีดวัคซีนอย่างไรก็ตาม จากที่ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เคยยกเว้นการกักตัวสำหรับบางกรณี เช่น ชาวเกาหลีใต้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

รัฐบาลเกาหลีใต้หยุดออกวีซาและห้ามผู้ที่ไม่ใช่ชาวเกาหลี ที่เดินทางจาก 8 ประเทศแอฟริกา เข้าประเทศมาแล้วก่อนหน้านี้ และในวันพุธ ยังได้เพิ่มไนจีเรียเข้าไว้ในบัญชีนี้ด้วย

คำประกาศตรวจพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนครั้งแรกในเกาหลีใต้มีออกมาในวันเดียวกับที่เกาหลีใต้รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมง 5,123 คน เป็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเกิน 5,000 คนเป็นครั้งแรกและเป็นสถิติมากที่สุดนับแต่โควิด-19 แพร่ระบาดในประเทศ ถึงขณะนี้เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อสะสม 452,350 คน เสียชีวิต 3,658 คน

เกาหลีใต้มีประชากรวัยผู้ใหญ่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเกือบ 92% และขณะนี้กำลังเน้นโครงการฉีดวัคซีนให้เด็กและฉีดโดสกระตุ้นภูมิ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า จำนวนผู้ติดเชื้อจะยังคงเพิ่มขึ้นจนกว่าผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนมีภูมิคุ้มกันผ่านการติดเชื้อ.