ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ

มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม?

ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..

 “..การบูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการตรวจค้นคัดกรองอาวุธและสิ่งของอันตรายก่อนเข้าสถานศึกษาอย่างเคร่งครัด”!

เพราะลองขนาด “สถานศึกษา” ยังต้องใช้ “มาตรการเข้ม” ถึงขนาดตรวจค้นคัดกรองอาวุธ แล้วในสายตาชาวต่างชาติ หรือคนไทยด้วยกัน..

ประเทศไทยจะเหลือ “พื้นที่ความปลอดภัย” ตรงไหนอีกเล่า..หือ?

หรือเราจะยอมรับกันว่า เวลานี้ประเทศไทยกำลังเป็นดั่ง “กาเหว่าที่บางเพลง” นวนิยายวิทยาศาสตร์ที่ “คึกฤทธิ์ ปราโมช” ได้เขียนและพิมพ์เป็นเล่มเมื่อปี 2532 ไปแล้ว!

แต่ถ้ายังไปไม่ถึงขั้นกาเหว่าที่บางเพลง ผมก็อยากให้คุณประเสริฐค่อยๆ ลองคิดหาแนวทางแก้ไขและป้องกันจากเบาไปหาหนักจะดีไหม?

หมายถึงไม่ต้องประกาศมาตรการ “ตรวจค้นคัดกรองอาวุธ” เด็กนักเรียนทั่วทุกสถานศึกษา ทั้งประเทศหรอก..

เพราะนอกจากจะสร้างความกดดัน-หนักอกหนักใจให้ทั้งเด็ก ทั้งผู้ปกครอง ทั้งครูบาอาจารย์แล้ว ยังจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้แต่ละสถานศึกษาต้องพลอยเสียหายไปด้วย!

ส่วนจะคิดหาวิธีการอย่างไรนั้น เห็นจะเป็นภาระของคุณประเสริฐที่จะใช้สติปัญญาแล้วล่ะ!

เออ..แต่ที่ คุณตู่-จตุพร พรหมพันธุ์ เสนอคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)

โดยให้ผู้ครอบครอง “ปืนเถื่อน” นำมามอบต่อเจ้าหน้าที่รัฐในกรอบ-เวลากำหนด เมื่อเกินเวลาจะมีมาตรการลงโทษสถานหนัก นั้น

ผมว่าก็น่าพิจารณา-น่าใคร่ครวญนะ ด้วยคุณจตุพรมีข้อมูลเผยว่า.. “ปัจจุบันไทยครอบครองปืนมากถึง 10 ล้านกระบอก

และในจำนวนนี้ อาจแบ่งเป็นปืนเถื่อนประมาณ 4 ล้านกระบอก เมื่อปืนเต็มบ้านเต็มเมือง รัฐบาลควรออกกฎหมายมาบังคับห้ามครอบครองปืนเถื่อน

ขณะที่การพกพาปืนนั้น รัฐบาลต้องตรวจตราอย่างเข้มงวดมีมาตรฐาน โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยการตรวจ ซึ่งวิธีการนี้จะได้แก้ไขปัญหาอื่นๆ ด้วย

เช่น ลดยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในคราวสังคมมีความสูญเสียชีวิตจากอาวุธปืน ดังนั้น ควรสร้างความมั่นใจในสังคมและประเทศได้ประโยชน์ด้วย”

คุณจตุพรยังบอกอีกว่า.. “สถานการณ์ขณะนี้ เราต้องคิดการณ์ใหญ่ให้ประเทศ ไม่เอาแต่ความสนใจเหมือนไฟไหม้ฟางเพื่อกลบข่าวไปเรื่อยๆ

เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องอื่นก็เข้ามาแทนที่ แล้วไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรสักเรื่อง

ดังนั้น การจัดระเบียบเรื่องอาวุธจึงสำคัญ แต่การยกเลิกการถือครองเลยไทยยังไปไม่ถึง เพราะสังคมยังต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน”

นี่..ถ้าสามารถสลาย “ปืนเถื่อน” กว่า 4 ล้านกระบอกจากผู้ครอบครองได้ ก็น่าจะช่วยเพลาๆ ปัญหาอาชญากรรม-ความรุนแรงลงได้บ้างไม่มากก็น้อย

และแม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีกฎหมายควบคุมกับผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กเข้าถึงอาวุธปืน จนนำไปก่อเหตุร้ายบังคับใช้อยู่ แต่ก็ดูเหมือนบทลงโทษทางอาญาค่อนข้างจะเบา

จึงเห็นควรให้มีกฎหมายลงโทษสถานหนัก (กว่านี้หลายเท่า) กับผู้ปกครองควบคู่ไปกับการกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจน

ทั้งนี้ก็เพื่อ “กระตุ้น” ให้พ่อ-แม่ดูแล เก็บรักษาอาวุธอย่างปลอดภัย และอบรมบุตรหลานอย่างใกล้ชิดด้วยตระหนักในความรับผิดชอบที่มากขึ้น!

ครับ..คุณประเสริฐจะคิดเห็นประการใดก็สุดแท้ แต่สำหรับคุณอนุทิน เรื่อง “ปืนเถื่อน” อยากขอร้อง-วิงวอน ต้องเอาจริง-เอาจังเสียแต่บัดนาว..

ตั้งเป้า 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือนจากนี้ จะต้องกวาดล้างปืนเถื่อน 4 ล้านกระบอกให้หมดจากประเทศไทย!

ถ้าทำได้..คุณฝน ธนสุนทร นักร้องสาวคนสวย-เสียงใส ก็จะได้ไม่ต้องร้องหา.. “ใครมีปืนเถื่อน มาขายฉันได้ไหมคะ พูดจริงนะจ๊ะ จะซื้อไปยิงอกคน..

เจอะหน้าที่ไหน ผู้ชายร้อยเล่ห์ร้อยกล จะยิงให้ป่น จะแจกเสียคนละปัง”

ให้เด็ก-คนฟังเอาเป็นตัวอย่าง (แน่ะ)!.

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต้องขอ ‘คารวะ’

ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..

จากนายกฯถึง ‘ล่าม’

“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..

ไม่ต้องกังวล?

แปะ แปะ แปะ! เนี่ย..ต้องขอปรบมือ (เท่าที่จะดังได้) ให้กับปฏิบัติการทวงคืน “หาดนุ้ย” จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การนำทัพของคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สุภาพบุรุษผู้อาวุโส?

“เอกนิติ ศุภจีเอ๋ย.. เจ้าจงทำงานเพื่อประเทศชาติ เจ้าอย่าจงทำงานเพื่อเสริมสร้างบารมีตนเอง นอกจากแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้แล้ว เจ้าจงกลับไปดูการบริหารในกระทรวงของเจ้าทั้งสองท่าน

เหยียบย่ำหัวใจ?

“นี่เหรอคือ.. 'ผู้ทรงคุณวุฒิ' ที่ถูกคัดเลือกให้เป็น 'รองประธานกรรมาธิการการทหาร' ของสภาผู้แทนราษฎรไทย