ฟิลิปปินส์เนรเทศชาวจีน 180 คน หลังจากพวกเขาถูกควบคุมตัวในคดีต้องสงสัยค้ามนุษย์และปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์ในกรุงมะนิลา

กลุ่มชาวจีนถูกควบคุมตัวบนรถบัสก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศ หลังจากพัวพันคดีค้ามนุษย์และปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ในเมืองปาไซ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม (Photo by JAM STA ROSA / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2566 กล่าวว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ดำเนินการเนรเทศผู้ต้องสงสัยชาวจีนในคดีค้ามนุษย์จำนวน 180 คน หลังจากกลุ่มคนดังกล่าวถูกจับกุมในกรุงมะนิลา
ชาวจีน, เกาหลีใต้, เวียดนาม และแม้แต่ชาวฟิลิปปินส์เอง ล้วนเป็นหนึ่งในเกือบ 600 คนที่ถูกจับกุมระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างเมื่อเดือนตุลาคม
ตำรวจบุกทลายอาคารแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนดำเนินการธุรกิจเกมออนไลน์ แต่พบว่ามีการลักลอบเปิดร้านขายเซ็กส์ทอย, ร้านนวด, ห้องคาราโอเกะ และร้านอาหาร
จากนั้นได้ช่วยเหลือผู้หญิงหลายคนที่ถูกกักขังและเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ระหว่างการจู่โจมดังกล่าว
กิลแบร์โต ครูซ จากคณะกรรมาธิการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมกล่าวกับเอเอฟพีว่า "กลุ่มชาวจีนที่ถูกเนรเทศไม่มีใบอนุญาตทำงานและมีส่วนร่วมในการหลอกลวงออนไลน์"
ครูซกล่าวว่า ชาวต่างชาติจำนวนมากที่ถูกควบคุมตัวจากการจู่โจมดังกล่าว จะถูกส่งตัวกลับประเทศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ความกังวลระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมักลงเอยด้วยการค้ามนุษย์ที่ถูกหลอกหรือถูกบังคับให้ส่งเสริมการลงทุนเงินคริปโตปลอม
ก่อนหน้านี้ มีคำเตือนจากวุฒิสมาชิกฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ประเทศกำลังกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจหลอกลวง จากชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย
คำแถลงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯระบุในรายงานการค้ามนุษย์ปี 2566 กล่าวว่า ฟิลิปปินส์ละเลยการสอบสวนหรือดำเนินคดีอย่างจริงจังต่ออาชญากรรมการค้ามนุษย์ด้านแรงงานที่เกิดขึ้นภายในประเทศ อีกทั้งยังมีการทุจริตและการสมรู้ร่วมคิดอย่างเป็นทางการในอาชญากรรมดังกล่าว ซึ่งทำให้ปัญหาเป็นที่น่ากังวลยิ่งขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โจรไซเบอร์' อาละวาดหนัก สัปดาห์เดียวพุ่ง 7,290 คดี เสียหาย 481 ล้าน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 8-14 ก.พ.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline
รวบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกนักศึกษาสาวโอนเงิน-นัดส่งมอบทองคำ สูญกว่าล้านบาท
พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปทส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปทส.ร่วมกันจับกุม นายนเรศน์ฯ อายุ 28 ปี ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
แม่บินกลับประเทศ ตามช่วยลูกสาว 14 ปี ถูกแม่เล้าวัย 18 ลวงค้ากาม ตร.บุกรวบ 4 ลูกค้าซื้อบริการ
พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.สุพจน์ ทองมาเอง, พ.ต.ท.กฤษดา จิระวาณิชกุล สว.กก.2 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม น.ส.ปาริฉัตร อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1 , น.ส.เจนจิราฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ,นายฐนัสพงษ์ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ,นายดิเรกฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่ 4 และนายชาญชัยฯ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาที่ 5
ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 'ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ' กับพวก 50 ปี ค้ามนุษย์อ่างวิคตอเรีย
ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกอ่วมป๋าติ๊ก-ป๋ากบ กับพวก 50 ปี ค้ามนุษย์วิคตอเรีย ซีเครท เพิ่มอัตราดอกเบี้ยผู้เสียหายเป็นร้อยละ 7.5 ต่อปี ส่วนเสี่ยกำพลยังหนีคดี

