อีสานโพล เปิดคะแนนนิยม 'ภูมิใจไทย' พุ่งพรวด อยากเห็น 'น้ำเงิน-แดง' ตั้งรัฐบาลมากสุด

"อีสานโพล" เผย คนอีสานอยากเห็นรัฐบาลร่วม "ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" มากกว่าสูตรอื่น แต่ยังคงตัดสินใจเลือก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคส้ม 34.4% พรรคแดงลดเหลือ 26.7% พรรคสีน้ำเงินพุ่งขึ้นเป็น 26.4%

5 มกราคม 2569 - เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง การเมืองสามก๊กภาคอีสานท้ายปี 2568 โดยผลสำรวจพบว่า คะแนนนิยมพรรคการเมืองผ่านแนวโน้มการจะลงคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ ชี้ชัดว่าเกิดสภาวะสามก๊กที่คะแนนค่อนข้างสูสีกันใน 3 พรรคการเมืองใหญ่ประกอบด้วยประชาชน เพื่อไทย และภูมิใจไทย

ทั้งนี้เมื่อเทียบกับคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชนมีคะแนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย พรรคเพื่อไทยมีคะแนนลดลง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยสูตรการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่าง 2 พรรคใหญ่ทั้ง 3 สูตร ไม่ว่าจะเป็น ส้ม+แดง แดง+น้ำเงิน หรือ น้ำเงิน+ส้ม มีความสูสีกัน และเกิดภาวะที่กองเชียร์สนับสนุนการตั้งรัฐบาลร่วมโดยสองพรรคหลักที่ไม่มีจุดลงตัว

รศ. ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการอีสาน โพลเปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานกับแนวโน้มการเลือก สส. บัญชีรายชื่อ และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลของ 3 พรรคใหญ่ โดยทำการสำรวจ จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,151 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด

โดยเมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง สส. วันนี้ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ ให้พรรคใด พบว่า อันดับ 1 พรรคประชาชน ร้อยละ 34.4 รองลงมา ร้อยละ 26.7 พรรคเพื่อไทย และอันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 26.4 อันดับ 4 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 4.3 อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 3.1 อันดับ 6 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.8 อันดับ 7 พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.0 เท่ากัน อันดับ 9 พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 0.8 อันดับ 10 พรรคไทยก้าวใหม่ และอื่นๆ ร้อยละ 0.4

"เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนน สส. บัญชีรายชื่อในภาคอีสาน ในการเลือกตั้ง ปี 2566 จะ
พบว่า พรรคประชาชนมีความนิยมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก ร้อยละ 33.2 เป็นร้อยละ 34.4 ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมลดลงจากร้อยละ 43.1 เหลือร้อยละ 26.7 ส่วนพรรคภูมิใจไทยคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก ร้อยละ 4.1 เป็นร้อยละ 26.4

เมื่อสอบถามว่า ท่านต้องการให้พรรคการเมืองหลักใดร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลมากที่สุด พบว่า เสียงค่อนข้างสูสีระหว่าง 3 สูตร โดยสูตรที่ 1 เพื่อไทยและภูมิใจไทย ร้อยละ 31.0 สูตรที่ 2ภูมิใจไทยและประชาชน ร้อยละ 28.7 และสูตรที่ 3 ประชาชนและเพื่อไทย ร้อยละ 28.7 ขณะที่กว่าร้อยละ 10.1อยากได้สูตรอื่นๆ ที่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เช่น การตั้งรัฐบาลโดยพรรคใหญ่พรรคเดียวเป็นแกนนำร่วมกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือการให้พรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่ตนเองชื่นชอบเป็น"

รศ.ดร.สุทิน กล่าวต่อว่าทั้งนี้เมื่อเจาะลึกลงรายละเอียดพบว่า ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 60.4 ต้องการให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ขณะที่ ร้อยละ 32.0 อยากให้จับมือกับพรรคภูมิใจไทย

ในส่วนผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.3 อยากให้จับมือกับพรรคภูมิใจ
ไทย มีเพียงร้อยละ 25.1 ที่อยากให้ตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน

และในส่วนของผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 61.5 อยากให้พรรคภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน ขณะที่ ร้อยละ 35.5 อยากให้จับมือกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ที่กองเชียร์ส่วนใหญ่ของแต่ละพรรคมีความต้องการร่วมรัฐบาลที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นไม่ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลสูตรผสมใด ก็จะเป็นที่วิพากษณ์วิจารณ์ของกองเชียร์ที่ไม่ถูกใจในการร่วมรัฐบาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปวิน' เศร้าหนัก! ศึกน้ำลายพรรคส้ม เห็นแล้วน่าสมเพช ถ้าเอาไวน์สาดหน้าได้คงสาดกันแล้ว

นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ศาสตราจารย์ประจำศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และผู้ลี้ภัยทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกระแสรอยร้าวและความเห็นแตกต่างภายในพรรคประชาชนว่า เริ่มจาก "ไอซ์ รักชนก"

'แก้วสรร' แพร่บทความ 'อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?'

นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความในรูปแบบ ถาม-ตอบ เรื่อง "อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?" โดยมีเนื้อหา ดังนี้

'ศุภจี' โล่ง! ขอบคุณนายกฯ แอ่นอก ป้องเก้าอี้ 'รมว.พาณิชย์'

'ศุภจี' ขอบคุณนายกฯ ออกตัวป้องเก้าอี้ 'รมว.พาณิชย์' หลัง 'อนุทิน' ลั่นหากปรับต้องเอาตัวเองออกด้วย เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน

'กล้าธรรม' ขู่ฝ่ายค้านไม่แบ่งเวลาซักฟอก 'ก็ต้องสู้กัน' ชี้ สส.มีสิทธิใช้เวทีสภา จะชมหรือด่าบังคับกันไม่ได้

“อรรถกร” ลั่น “กล้าธรรม” มีสิทธิตามกฎหมาย ใช้เวลาอภิปรายในสัดส่วนฝ่ายค้าน ขู่ไม่แบ่งเวลาก็ “ต้องสู้กัน” บอกห้ามไม่ได้ สส. จะชม หรือด่ารัฐบาลก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน แนะ 2 ฝ่ายถอยคนละก้าว หลังประชุมวิป 3 ฝ่าย ล่มครั้งที่ 2  

'อรรถกร' ยัน 'กล้าธรรม' ไม่เคยปิดประตูร่วมรัฐบาล

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมอวยพรวันเกิด สส.เชียงใหม่พรรคกล้าธรรมเมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) ว่า ตนอยู่ในห้องด้วยแต่ไม่ได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี

ฝ่ายค้านวอล์กเอาท์! วิป 3 ฝ่าย ยังไม่ได้ข้อสรุปกรอบเวลาซักฟอก ซัดรัฐบาลทำลายกลไกตรวจสอบ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่วอล์กเอาท์จากการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151