พันธมิตรอดีตนายกฯ ข่าน เป็นผู้นำในครึ่งทางการนับคะแนนเสียงของปากีสถาน

ผู้สมัครที่จงรักภักดีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีอิมรอน ข่าน ขึ้นนำในผลการนับคะแนนเลือกตั้งของปากีสถาน ขณะที่พรรคการเมือง 2 พรรคที่เชื่อว่าได้รับการสนับสนุนจากกองทัพมีคะแนนตามอย่างน่าประหลาดใจ

จอแสดงผลการนับคะแนนที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ (Photo by FAROOQ NAEEM / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 กล่าวว่า การนับคะแนนเลิอกตั้งทั่วไปของปากีสถานกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญหลังผ่านไปครึ่งทาง เมื่อผู้สมัครซึ่งเป็นพันธมิตรของอดีตนายกรัฐมนตรีอิมรอน ข่านที่ถูกจำคุก ได้คะแนนนำหน้าพรรครัฐบาลเดิม

อิมรอน ข่านถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อวันพฤหัสบดี และพรรคเตห์รีก-อี-อินซาฟ (PTI) ของเขาถูกปราบปรามอย่างหนัก รวมทั้งถูกขัดขวางไม่ให้จัดการชุมนุมและถอดชื่อพรรคออกจากบัตรลงคะแนน ส่งผลให้ผู้สมัครต้องลงสมัครรับเลือกตั้งแบบอิสระแทน

แต่ผลลัพธ์ล่าสุดในกระบวนการนับคะแนนที่เนิ่นช้ากว่าปกติแสดงให้เห็นว่า จนถึงตอนนี้พันธมิตรผู้ภักดีของข่านคว้าได้ 49 ที่นั่งในสมัชชาแห่งชาติที่มีสมาชิก 266 คน ตามมาด้วย 42 ที่นั่งของพรรคสันนิบาตมุสลิม (PMLN) และ 34 ที่นั่งของพรรคประชาชนปากีสถาน (PPP)

ที่นั่งส่วนใหญ่ของผู้สมัครอิสระที่ภักดีพรรคเตห์รีก-อี-อินซาฟ อยู่ในฐานที่มั่นหลักในแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควา และแคว้นปัญจาบที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดของประเทศ

การนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทางสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นชี้ว่า ผู้สมัครอิสระจะคว้าที่นั่งได้อีกมากจากการนับคะแนนที่เหลืออีกครึ่งนึง

ทั้งนี้ ผู้สมัครที่ลงรับเลือกตั้งในฐานะอิสระสามารถเสนอชื่อสังกัดพรรคใดก็ได้ภายใน 72 ชั่วโมงหลังได้รับชัยชนะ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่มักนำไปสู่การต่อรองและซื้อตัวโดยพรรคต่างๆ ในการเมืองของปากีสถาน และอาจเป็นอันตรายต่อความสำเร็จของพรรคเตห์รีก-อี-อินซาฟ

การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความวุ่นวายทั้งในแง่การเมืองและความมั่นคง โดยมีการใช้ความรุนแรงอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่บริเวณชายแดนติดกับอัฟกานิสถาน โดยมีรายงานเหตุโจมตี 61 ครั้งทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ความมั่นคง 10 นาย และมีผู้บาดเจ็บ 54 คน ตามการระบุของกระทรวงมหาดไทย จนทำให้เจ้าหน้าที่กองทัพทหารและตำรวจ มากกว่า 650,000 นายถูกส่งไปประจำการตามจุดต่างๆเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ทั้งตัวผู้สมัครและผู้ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนน

24 ชั่วโมงหลังปิดคูหาเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งปากีสถาน (ECP) ได้ประกาศผลผู้ชนะที่นั่งในสภาแห่งชาติได้เพียงแค่ครึ่งเดียว เพราะความล่าช้าเนื่องจากเครือข่ายโทรคมนาคมล่มตลอดทั้งวัน ซึ่งอาจเกิดผลต่อเนื่องที่รัฐบาลตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือในวันเลือกตั้ง และความล่าช้าผิดปกตินี้เองที่สร้างความหวาดหวั่นต่อความโปร่งใสของการนับคะแนน

พรรคสันนิบาตมุสลิมของนาวาซ ชารีฟ อดีตนายกรัฐมนตรี 3 สมัย ได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับที่นั่งมากที่สุดหลังจากการลงคะแนนเมื่อวันพฤหัสบดี เพราะได้แรงหนุนจากกองทัพทหาร เช่นเดียวกับพรรคประชาชนปากีสถาน

ทั้งสองพรรคที่กล่าวมาจับมือกับพรรคเล็กในการโค่นอิมรอน ข่านให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนเมษายน 2565 หลังจากที่เขานำพรรคเตห์รีก-อี-อินซาฟได้รับเสียงข้างมากในการเลือกตั้งปี 2561

นับตั้งแต่ถูกขับออกจากตำแหน่ง ข่านได้รณรงค์หาเสียงอย่างดุเดือดเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งใหม่อย่างรวดเร็ว และวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำคนปัจจุบันและชนชั้นนำทางทหารที่มีอำนาจ ขณะเดียวกันเขาก็พัวพันกับคดีความหลายคดีซึ่งมักเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนฝั่งตรงข้ามในปากีสถาน จนกลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าศาลถูกใช้เพื่อปราบปรามผู้เห็นต่าง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข่านเพิ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหากบฏ, รับสินบน และสมรสผิดกฎหมายศาสนา ในการพิจารณาคดี 3 คดีแยกกัน จากจำนวนเกือบ 200 คดีที่ถูกฟ้องร้องนับตั้งแต่หลุดจากตำแหน่ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทนายตั้ม' โผล่ร้อง บช.ก.เอาผิด กกต.เสียงข้างมาก!

'ทนายตั้ม' ร้อง บช.ก.เอาผิด กกต.เสียงข้างมาก ปฏิบัติหน้ที่โดยมิชอบไม่สั่งฟ้องฮั้ว สว.พร้อมหอบ ภาพ-คลิปเสียงของ 'สิทธิโชติ' มอบพนักงาน อ้างในฐานะผู้สมัครและ สว.สำรองกลุ่มที่ 17 มีส่วนได้เสียโดยตรง

'ณัฐพงษ์' เคาะ 25 ก.ย.ยื่น ป.ป.ช.สอย 7 อรหันต์ กกต.

'ณัฐพงษ์' ลุยยื่น ปปช. สอบเอาผิด 7 กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในคดีฮั้ว สว. เมินหลักฐาน เอื้อประโยชน์นักการเมือง 'พริษฐ์' จับตาเข้มตั้ง 'ปิยะ' นั่งอธิบดีดีเอสไอ เป่าตกประเด็นอั่งยี่-ซ่องโจร หลังมีประวัติเป็นอนุชุด 36

'หมอตุลย์' ลุยยื่นหนังสือวันนี้ ไล่บี้ กกต. ทำเรื่องเลือกสว.ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความ ระบุว่า เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา กดต. ยังพิจารณาคดีการเลือกสว.ไม่ครบถ้วนทุกมาตราตามกฎหมาย