
เยาวชนจากโปรตุเกสและผู้สูงวัยจากสวิตเซอร์แลนด์พากันฟ้องร้องให้มีการปกป้องสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้น เรื่องนี้ศาลเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปจะเป็นผู้ตัดสิน
ศาลเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (ECHR) ได้สรุปคดีฟ้องร้องเรื่องสภาพภูมิอากาศและต้องตัดสินหลายคดี นับเป็นครั้งแรกที่ศาลให้ความสำคัญกับคำถามที่ว่า ความบกพร่องด้านการปกป้องสภาพภูมิอากาศยังหมายถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยหรือไม่ คำตัดสินของศาลอาจส่งสัญญาณที่ครอบคลุมมากขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสามคดีซึ่งมีการพิจารณาในสตราสบูร์กเมื่อปีที่แล้ว ในจำนวนนั้นมีคดีที่กลุ่มสตรีอาวุโสจากสวิตเซอร์แลนด์ได้ฟ้องร้อง พวกเธอมองว่าเป็นสิทธิในการมีชีวิต สิทธิในชีวิตส่วนตัวและครอบครัวที่ถูกละเมิดโดยนโยบายปกป้องสภาพภูมิอากาศของประเทศของตน สวิตเซอร์แลนด์อาจไม่ได้ดำเนินการเพียงพอที่จะควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สร้างความเสียหายต่อสภาพภูมิอากาศ กลุ่มสตรีอาวุโสจึงเรียกร้องให้ตุลาการอิสระทบทวนนโยบายของรัฐ
กลุ่มอาวุโสโต้แย้งว่าได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายของรัฐ คลื่นความร้อนที่ถี่ขึ้นนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้หญิงสูงวัยเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้กลุ่มดังกล่าวเคยฟ้องร้องต่อศาลสวิส แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
เยาวชนชาวโปรตุเกส 6 คนซึ่งมีอายุระหว่าง 11-24 ปีก็ไปเคลื่อนไหวที่สตราสบูร์กด้วยเช่นกัน การฟ้องร้องของพวกเขามุ่งเป้าไปที่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้งหมด รวมถึงนอร์เวย์ รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ ตุรเกีย และสหราชอาณาจักร ต้นเหตุของการฟ้องร้องคือเหตุการณ์ไฟป่าที่รุนแรงในโปรตุเกสเมื่อปี 2017
พวกเขาโต้แย้งว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของพวกเขา อีกทั้งยังส่งผลให้สิทธิมนุษยชนของพวกเขาถูกละเมิดด้วย
ผู้ฟ้องร้องทั้งสองกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากองค์กรที่มีชื่อเสียง รวมถึงกรีนพีซ และเครือข่ายปฏิบัติการทางกฎหมายระดับโลก ในการพิจารณาคดี ศาลเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปกำลังสร้างแนวทางใหม่ และเผชิญกับคำถามที่ว่า มีสิทธิมนุษยชนในการปกป้องสภาพภูมิอากาศหรือไม่ หากศาลตอบคำถามดังกล่าวด้วยการตอบรับ คำตัดสินของศาลจะถือเป็นแนวทางพื้นฐาน
อย่างไรก็ตามผลของการพิจารณาคดียังเปิดอยู่ มีอุปสรรคทางกฎหมายหลายประการที่อาจทำให้การยื่นอุทธรณ์ล้มเหลว หากว่าศาลไม่ได้ตัดสินในเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น ในกรณีของการฟ้องร้องเรื่องสภาพภูมิอากาศของโปรตุเกส ปัญหาคือมีการยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปโดยตรง โดยไม่ได้ส่งศาลระดับชาติล่วงหน้า ดังที่สันนิษฐานกันโดยทั่วไป
คดีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสภาพภูมิอากาศได้เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำตัดสินของศาลแขวงในกรุงเฮกเมื่อเดือนมิถุนายน 2015 มีผลให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในเดือนพฤษภาคม 2021 ศาลเนเธอร์แลนด์สั่งให้เชลล์-บริษัทน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในยุโรป-ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง คำตัดสินที่คล้ายกันนี้ก็มีในเบลเยียมเหมือนกันในเวลานี้
เมื่อวันอังคาร ศาลเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปที่สตราสบูร์กได้อ่านคำตัดสินให้กลุ่มสตรีอาวุโสจากสวิตเซอร์แลนด์ชนะคดีสภาพภูมิอากาศ ส่วนอีกสองคดีที่ฟ้องร้องโดยเยาวชนชาวโปรตุเกส 6 คน และอดีตนายกเทศมนตรีฝรั่งเศสคนหนึ่ง ศาลได้ยกฟ้อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แก้วตา' ซบพรรคแดง สมัครสมาชิก 'เพื่อไทย' เลือกพื้นที่ทางการเมืองอีกครั้ง
'แก้วตา' สวมชุดสีแดง สมัครเป็นสมาชิก 'พรรคเพื่อไทย' อย่างเป็นทางการ เผยเลือกพื้นที่ทางการเมืองอีกครั้ง เพื่อเดินหน้าผลักดันคุณค่า สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย ความเสมอภาค และความเท่าเทียมของประชาชนทุกคน ให้เกิดขึ้นจริง
จับอินฟลูชื่อดังลวงเด็ก 17 ถ่ายคลิปขาย OnlyFans โกยอื้อกว่า 3 ล้าน
ตำรวจ บุกจับอินฟลูฯ คนดังล่อลวงเด็ก 17 ผลิตสื่อลามก ขาย OnlyFans กวาดรายได้กว่า 3 ล้าน
'แก้วตา' ฟาด 'สมยศ' ใช้อำนาจบีบบังคับเหยื่อ จนรู้สึกหนีไม่ได้ ยอมเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข โดยระบุถึงพฤติกรรมและความเข้าใจของสังคมต่อผู้เสียหายจากเหตุความรุนแรงทางเพศ ระบุว่า
'สว.อังคณา' น่าอนาถ 'สมยศ' ขอโทษโดยไม่สำนึกผิด ชอบอ้างประชาธิปไตย แต่ใช้อำนาจแสวงประโยชน์ทางเพศ
นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอโทษยังไงให้เป็นความผิดของเหยื่อ (victim blaming) อ้าง “อยู่กินกัน” สองปี อยู่กินบนความสัมพันธ์แบบไหนก่อน ผสห. เขาก็บอกแล้วว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพากัน หนีไม่ได้เพราะมีบุญคุณ เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เวลาไปทำงานต่างจังหวัดก็ถูกบังคับให้นอนห้องเดียวกัน

