โพลถามความเห็นอเมริกันก่อนครบ 1 ปี ที่ผู้สนับสนุน "โดนัลด์ ทรัมป์" ก่อจลาจลบุกยึดรัฐสภา พบว่า ความภาคภูมิใจของคนอเมริกันต่อประชาธิปไตยสหรัฐ หดจาก 90% เหลือเกินครึ่งเล็กน้อย และมีถึง 1 ใน 3 เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงต่อต้านรัฐบาล

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 3 มกราคม 2565 เปิดเผยว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันโดยสถานีซีบีเอสนิวส์พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจ 2 ใน 3 กล่าวถึงเหตุการณ์โจมตีแคปิตอลฮิลล์ หรืออาคารรัฐสภาสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2564 ว่าเป็นลางบอกเหตุของความรุนแรงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น และระบอบประชาธิปไตยของอเมริกา "ถูกคุกคาม"
ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ พบว่า "ความภาคภูมิใจ" ของชาวอเมริกันต่อระบอบประชาธิปไตยของอเมริกาลดลงอย่างฮวบฮาบ จาก 90% ในปี 2545 เหลือแค่ 54% ในปัจจุบัน
ในโอกาสใกล้ครบ 1 ปีที่ผู้สนับสนุนทรัมป์บุกโจมตีรัฐสภา ผลสำรวจที่ออกมายังขับเน้นมุมมองที่น่ากังวลในหมู่ชาวอเมริกันด้วย โดยซีบีเอสพบว่า มีผู้ตอบแบบสำรวจ 28% ที่มีความเชื่อว่า สามารถใช้กำลังในการปกป้องผลการเลือกตั้งได้ ขณะที่โพลของวอชิงตันโพสต์ มีถึง 34% ที่เห็นว่า การใช้ความรุนแรงต่อต้านรัฐบาลถือว่าสมเหตุสมผลในบางครั้ง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในรอบหลายสิบปี
ผลลัพธ์นี้ขับเน้นถึงมุมมองที่แบ่งแยกสังคมอเมริกันที่ดูแล้วแทบจะปรองดองกันไม่ได้เลย เป็นความแตกแยกที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งหลังเหตุการณ์จลาจลที่รัฐสภา 14 วัน เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะแก้ไขให้ได้
วันพฤหัสบดีนี้ ไบเดน และนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์ดังกล่าว
รายงานกล่าวว่า ถึงขณะนี้ ผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ 2 ใน 3 ยังคงเชื่อคำกล่าวหาอย่างไร้หลักฐานของทรัมป์ ที่ว่าไบเดนไม่ใช่ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย
ทรัมป์กล่าวปราศรัยต่อหน้าผู้สนับสนุนของเขาหลายพันคนที่ด้านนอกทำเนียบขาวก่อนหน้าที่กลุ่มผู้ม็อบจะยกทัพกันไปบุกรัฐสภา โดยทรัมป์ป่าวร้องว่า การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ทุจริต และพวกเขาควรสู้สุดตัว
ราว 60% ของผู้ที่ตอบแบบสอบถามกล่าวกันว่า ทรัมป์คือผู้ที่ต้องรับผิดชอบอย่างมากต่อการบุกรุกแคปิตอลฮิลล์ในวันนั้น ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าที่สมาชิกสภาคองเกรสจะลงมติรับรองชัยชนะของไบเดน
แต่กระนั้น ผลสำรวจของวอชิงตันโพสต์พบว่า หากแยกความคิดเห็นตามการสนับสนุนของพรรคการเมืองแล้ว 83% ของผู้ที่ลงคะแนนให้ทรัมป์กลับมองว่า ทรัมป์มีส่วนต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์นั้น "บ้าง" หรือ "ไม่มีเลย"
โพลของซีบีเอสชี้ว่า มีชาวอเมริกัน 26% อยากให้ทรัมป์ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 2567.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.ไชยันต์' ยกบทเรียน 'ทรัมป์' ประท้วงเลือกตั้งปธน.สหรัฐ ศาลลงโทษแกนนำจำคุก 20 ปี
ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ศาลตัดสินลงโทษผู้ประท้วงอย่างผิดกฎหมาย 2564 หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกัน
อาร์เจนตินาและโรมาเนียได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของ ‘สภาสันติภาพ’ ของทรัมป์
ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเล ของอาร์เจนตินา และประธานาธิบดีนิคูซอร์ ดาน ของโรมาเนีย ประกาศว่าพวกเขาได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมครั้งแรก
‘ทรัมป์’ ให้การต้อนรับประธานาธิบดีโคลอมเบีย หลังจากเคยขัดแย้ง
หลังจากที่เคยมีความตึงเครียดต่อกันมานานหลายเดือน ในที่สุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็เปิดทำเนียบขาวให้การต้อนรับประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตรของโคลอมเบีย แต่การพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นในวันอังคารโดยไม่มีการถ่ายทอดสดเหมือนเช่นปกติ
'ทรัมป์' วิจารณ์การที่อังกฤษส่งคืนหมู่เกาะชาโกสให้แก่ประเทศมอริเชียสว่าเป็นเรื่อง 'โง่'
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์ข้อตกลงระหว่างอังกฤษและมอริเชียสเกี่ยวกับการคืนหมู่เกาะชาโกส ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ว่าเป็น “เรื่องโง่เขลา”
'ดร.กอบศักดิ์' เผย 1 ปีของทรัมป์ไม่ธรรมดาจับตาอีก 36 เดือน!
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO)

