รัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมาปฏิเสธคำขอของฮุน เซน อดีตผู้นำกัมพูชา ที่ต้องการเข้าพบกับอองซาน ซูจี ผู้นำประชาธิปไตยที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่รัฐประหารปี 2564

แฟ้มภาพ อดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา และอองซาน ซูจี เดินผ่านกองเกียรติยศในระหว่างการเยือนพระราชวังสันติภาพในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 (Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 8 พฤษภาคม 2567 กล่าวว่า อดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา แจ้งความจำนงต่อรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมา เพื่อขอเข้าพบและพูดคุยกับนางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยที่ถูกควบคุมตัวตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 แต่คำขอดังกล่าวถูกปฏิเสธ
อองซาน ซูจี ไม่ได้รับการพบเห็นอีกเลยนับตั้งแต่ทหารควบคุมตัวเธอ แม้ในขณะที่ต้องมาขึ้นศาลเพื่อรับการตัดสินโทษในหลายข้อหาก็ตาม
รัฐบาลเผด็จการทหารได้ปฏิเสธคำขอจำนวนมากของผู้นำและนักการทูตต่างประเทศเพื่อเข้าพบเจ้าของรางวัลโนเบลวัย 78 ปี ซึ่งมีรายงานว่าประสบปัญหาสุขภาพระหว่างถูกควบคุมตัวนานกว่า 3 ปี
เมื่อวันอังคาร ฮุน เซนซึ่งปกครองกัมพูชามาเกือบ 4 ทศวรรษก่อนจะก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว กล่าวว่า เขาได้ขอพบกับซูจี ระหว่างการสนทนาทางวิดีโอกับมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งต่อมาซอ มิน ทุง โฆษกรัฐบาลทหาร กล่าวผ่านสื่อของกองทัพเมียนมาต่อคำขอดังกล่าวว่า "ไม่มีเหตุผลที่จะอำนวยความสะดวกในขณะนี้"
"กองทัพกำลังเตรียมจัดการเลือกตั้งใหม่ตามคำสัญญาซึ่งล่าช้าจากกำหนดเดิมไปมาก เราจึงต้องการหลีกเลี่ยงเรื่องที่อาจทำให้ล่าช้าหรือขัดขวางกระบวนการดังกล่าวในอนาคต" ซอ มิน ทุง กล่าว
นับตั้งแต่ซูจีถูกคุมขัง การเผชิญหน้าเพียงครั้งเดียวของเธอกับทูตต่างประเทศเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เมื่อดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในขณะนั้นกล่าวว่าเขาได้พบและพูดคุยกับซูจีนานกว่าหนึ่งชั่วโมง
ปัจจุบัน ซูจีกำลังรับโทษจำคุก 27 ปีที่ศาลรัฐบาลเผด็จการทหารพิจารณาความผิดของเธอในข้อหาที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนประณามว่าเป็นกลอุบายที่จะปิดกั้นเธอออกจากการเมือง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนที่แล้วซูจีถูกย้ายออกจากเรือนจำมากักบริเวณที่บ้านพัก เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องเสี่ยงเป็นโรคลมแดด เนื่องจากอุณหภูมิในกรุงเนปยีดอสูงถึง 40 องศาเซลเซียส
ซอ มิน ทุงยังกล่าวถึงรายงานของสื่อไทยที่ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้พูดคุยกับกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์หลายกลุ่มที่ปฏิบัติการตามแนวชายแดน โดยกลุ่มเหล่านั้นบางกลุ่มได้ให้ที่พักพิงและการฝึกทหารแก่ผู้ที่ต่อสู้กับรัฐบาลทหาร และมีการปะทะกับกองทัพเป็นประจำ
"เราถือว่าการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายที่ทำลายผลประโยชน์ของเมียนมานั้นเป็นเรื่องไม่เหมาะสม" ซอ มิน ทุง กล่าว
ทั้งนี้เมื่อเดือนมีนาคม มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ยอมรับว่าเมียนมาอาจไม่สามารถจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปทั่วประเทศได้ เนื่องจากบางพื้นที่ยังมีความไม่สงบอย่างต่อเนื่องและกองทัพยังไม่สามารถปราบปรามหรือทำข้อตกลงสงบศึกกับกลุ่มกบฏชาติพันธุ์ได้ในเร็วๆนี้
ช่วงที่ผ่านมา กลุ่มกบฏชาติพันธุ์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในรัฐฉาน ได้เปิดฉากโจมตีกองทัพอย่างหนักและสามารถยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้หลายจุด ทำให้รัฐบาลทหารทุ่มเทกำลังในการรบพุ่งมากกว่าบริหารประเทศและการเมืองภาคประชาชน ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติที่ต้องการให้กองทัพคืนอำนาจสู่ประชาชนโดยเร็ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ปูด! แผน 'ฮุน เซน' ปลด 'เตียบันห์' ตัดเสี้ยนหนามที่จะมาโค่นอำนาจ
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แผนล้ำลึก
ถ้าจะต้องตายก็คุ้มค่า! 'อริสมันต์' โผล่หลังลือ 'ฮุนเซน' สั่ง BHQ จับกุมตัว
นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งหลบหนีคดีและพำนักอยู่ในประเทศกัม
'โรม' โหน 'ฮุนเซน' กลัวพรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง ปลุกความหวังคนรุ่นใหม่กัมพูชาลุกฮือเปลี่ยนแปลงประเทศ
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กว่า "อย่าหลงกลฮุนเซน" คำพูดของรัฐมนตรีกัมพูชาที่ออกมาชี้นำว่า ควรเลือกพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย และไม่ควรเลือกพรรคภูมิใจไทย คือ การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยอย่างโจ่งแจ้ง และไม่ใช่ครั้งแรกที่เครือข่ายของฮุน เซน แสดงพฤติกรรมในลักษณะนี้

