26 มีนาคม 2569 - สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia ซึ่งมีใจความว่า สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐกัมพูชา (SSBA) ออกแถลงการณ์ตามที่คณะกรรมาธิการฯของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2000) พ.ศ.2543
โฆษกสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาฝ่ายชายแดนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยฝ่ายไทยไม่สามารถอ้างขั้นตอนทางกฎหมายภายในประเทศ หรือเหตุผลอื่นใด เพื่อยกเลิก MOU 2543 และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความสำเร็จของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองฝ่ายในอดีต
โดยทางการกัมพูชา ได้ชี้แจงให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศทราบข้อเท็จจริง ดังนี้ 1.เอ็มโอยู 2543 ได้รับการลงทะเบียนและฝากไว้ที่สำนักงานเลขาธิการสหประชาชาติ เป็นสนธิสัญญาหรือข้อตกลงทวิภาคีเกี่ยวกับเรื่องชายแดน สร้างภาระผูกพันภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นกรอบที่สำคัญสำหรับทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติผ่านกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
2. ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้สถานการณ์ใด ๆ ประเทศไทยไม่สามารถใช้กฎหมายภายในประเทศหรือกระบวนการภายในประเทศ หรือเหตุผลอื่น ๆ เพื่อเพิกถอน MOU 2543 ได้
3.MOU 2543 มอบอำนาจอย่างเต็มที่แก่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติตามอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม พ.ศ.2447 และ พ.ศ.2450 แผนที่เกิดจากการทำงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนระหว่างอินโดจีนและสยาม รวมถึงการระบุตำแหน่งที่แท้จริงของเสาเขตแดนทั้งหมด 74 เสาในยุคฝรั่งเศส การซ่อมแซมและรักษาเสาเขตแดนที่ตกลงกันไว้ การสำรวจและการใช้เครื่องหมายชั่วคราว การสร้างเครือข่ายทางธรณีวิทยาร่วมกันระหว่างกัมพูชาและไทย และดำเนินการสำรวจโดยละเอียดที่จุดตรวจชายแดน
ในโอกาสนี้ โฆษกสำนักงานเลขาธิการชายแดนไทย-กัมพูชา จึงขอเน้นย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชายึดมั่นในการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี รวมทั้งกลไกทวิภาคีที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (IBC) กัมพูชายังคงเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่
โดยสรุปแล้ว การยกเลิก MOU 2000 ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะไม่เพียงเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการไร้ความหมายของพรมแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นการขัดขวางการแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างสองประเทศอย่างสันติและขัดขวางการจัดตั้งพรมแดนแห่งเสถียรภาพ สันติภาพ และการพัฒนาอีกด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กมธ.ความมั่นคง ลงพื้นที่ดูรั้วชายแดน กองทัพแจงเหตุเว้นช่องว่างตรงหลักหมุด รอข้อสรุปคณะ JBC ไทย-กัมพูชา
ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี แจงดราม่า "ช่องเว้ารั้วชายแดน" โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เตรียมทำบานพับครอบ รอ JBC เคาะเขตแดน “กมธ.ความมั่นคงฯ ”ลงพื้น ปลื้มสร้างสวยงาม-ชัดเจน หนุนกองทัพสร้างทุกแนวรบ ลั่นถ้าไม่ทำอีก 100 ปีก็คุยไม่จบ
คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ภูมะเขือ ผามออีแดง รับฟังข้อเท็จจริงเหตุปะทะชายแดนไทยกัมพูชา
กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่สองได้นำ คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team – Thailand: AOT-TH) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและสังเกตการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยคณะประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายไทยและผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน รวม 13 นาย ประกอบด้วยผู้แทนจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย
'สสร. ปี 50' แถลงการณ์บี้ กกต. เร่งสรุปคดีฮั้ว สว. ส่งศาลฎีกา
สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) 2550 ออกแถลงการณ์ถึง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งบังคับใช้กฎหมายก่อนที่กลไกขององค์กรนิติบัญญัติ
'กมธ.สร้างเสริมสันติสุข' โต้ลักไก่ซุกนิรโทษ 'คดีฮั้ว สว.' ให้ดูบัญชีแนบท้าย
นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … วุฒิสภา
รมว.กลาโหม เผยโอนงบประมาณ เป็นงบกลาง สำรองทุกภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา
พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ในวันนี้ได้เข้าร่วมประชุมรัฐสภา เรื่องการโอนงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐบาล มีความต้องการในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งมีบางส่วนที่มีความจําเป็นที่ต้องโอนงบประมาณบางส่วนที่เบิกจ่ายให้ทัน ขึ้นอยู่กับแต่ส่วนราชการ มาใช้เป็นงบกลางของรัฐบาล
‘จักรพงศ์’นั่งศาลรธน.
มติวุฒิสภา 140 ต่อ 17 เสียง ไฟเขียว “จักรพงศ์” นั่งตุลาการศาล รธน.

