ทางการฝรั่งเศสมีคำสั่งปรับเงินกูเกิลและเฟซบุ๊กรวม 210 ล้านยูโร (ราว 7,959 ล้านบาท) เมื่อวันพฤหัสบดี จากกรณีที่ทั้งสองบริษัทใช้ "คุกกี้" ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้ติดตามผู้ใช้งานทางออนไลน์และสร้างรายได้ก้อนโตแก่บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม 2565 กล่าวว่า คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและเสรีภาพแห่งชาติ (CNIL) ของฝรั่งเศสมีคำสั่งปรับเงินบริษัท กูเกิล จำนวน 150 ล้านยูโร และปรับเฟซบุ๊ก 60 ล้านยูโร
โทษที่ CNIL ปรับกูเกิลเป็นการโทษปรับสูงที่สุดที่เกี่ยวข้องกับคุกกี้ มากกว่าคำสั่งปรับกูเกิล 100 ล้านยูโร ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคม 2563
หน่วยงานกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของฝรั่งเศสกล่าวว่า CNIL ลงความเห็นว่าเว็บไซต์ facebook.com, google.fr และ youtube.com ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ปฏิเสธการใช้งานของคุกกี้ได้ง่ายๆ เหมือนกับตอนที่ยอมรับการใช้งาน
คำแถลงกล่าวด้วยว่า ทั้งสองแพลตฟอร์มนี้มีเวลา 3 เดือนในการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติ หากยังไม่แก้ไขหลังจากนั้น ทางการฝรั่งเศสจะปรับเงินวันละ 100,000 ยูโร
กูเกิลกล่าวกับเอเอฟพีว่า พวกเขาจะเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติหลังคำตัดสินนี้
คุกกี้เป็นข้อมูลขนาดเล็กๆ ที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน เมื่อมีการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ ซึ่งอนุญาตให้เว็บเบราเซอร์สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเซสชันหรือช่วงเวลาการเข้าใช้งานได้ คุกกี้จึงมีคุณค่าอย่างมากสำหรับกูเกิลและเฟซบุ๊ก เพราะเป็นหนทางในการปรับเปลี่ยนโฆษณาให้เข้ากับลักษณะเฉพาะของผู้ใช้ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทเหล่านี้
ผู้สนับสนุนด้านสิทธิส่วนบุคคลต่อต้านวิธีการดังกล่าว และสหภาพยุโรปเคยผ่านกฎหมายเมื่อปี 2561 วางกฎข้อบังคับเข้มงวดกับบริษัทอินเทอร์เน็ต โดยกำหนดให้พวกเขาต้องขอความยินยอมโดยตรงจากผู้ใช้ก่อนจะติดตั้งคุกกี้ลงในคอมพิวเตอร์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตะลึง! อดีตสว. เปิดโปง ‘โรงงานผลิตอวตาร’ ปั่นหัวเด็กทำลายสังคม
นายตวง อันทะไชย อดีตสมาชิกวุฒิสภา (อดีต สว.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า คุณเคยสงสัยหรือไม่ ทำไมเวลาเราท่องโซเชียล เราถึงเห็นกระแสไปในทิศทางเดียวกันจนน่าตกใจ เหมือนโลกทั้งใบถูกฉาบด้วยสีเดียว... วันนี้ผมขออาสาพาคุณไปดูหลังบ้านของสิ่งที่เรียกว่
ฝรั่งเศส เตรียมยกเลิก 'การสมรสภาคบังคับ'
ในฝรั่งเศส นับแต่นี้ไปการมีเพศสัมพันธ์ในชีวิตสมรสจะเป็นเรื่องที่ไม่บังคับอีกแล้ว เนื่องจากการอยู่ร่วมกันไม่ได้สร้างข้อผูกมัดใด ๆ ให้คู่สมรสต้องมีเพศสัมพันธ์กัน
อย่าลงทะเบียนผ่านเฟซบุ๊ก-ติ๊กต็อก-ไลน์ แนะ 3 ช่องทางขอเงินคืนจาก ปปง.
รัฐบาลย้ำ ปปง. ไม่มีระบบคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ทางเฟซบุ๊ก-ติ๊กต็อก-ไลน์ เตือน ปชช. อย่าหลงเชื่อลงทะเบียนขอรับเงินคืน แนะ 3 ช่องทางที่ถูกต้อง

