นายกรัฐมนตรีฮุน เซน เดินทางถึงกรุงเนปยีดอแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมามาต้อนรับถึงสนามบิน ขณะกลุ่มสิทธิประณามให้ความชอบธรรมรัฐบาลทหารที่มาจากการก่อรัฐประหาร ชาวเมียนมาประท้วงเผารูปผู้นำกัมพูชา

รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2565 กล่าวว่า ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางถึงกรุงเนปยีดอแล้วเพื่อเริ่มการเดินทางเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการนาน 2 วัน โดยตามกำหนดการฮุน เซน จะได้พบปะกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา แต่เรดิโอฟรีเอเชียที่ได้ทุนสนับสนุนจากสหรัฐ กล่าวว่า ผู้นำกัมพูชาจะไม่ได้พบกับนางอองซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมา ซึ่งถูกตัดสินจำคุกและรอการพิจารณาคดีอีกหลายคดีที่มีโทษจำคุกรวมกันมากกว่า 100 ปี
ภาพจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชาเผยให้เห็นว่า เมียนมาส่งรัฐมนตรีต่างประเทศ วันนะ หม่อง ลวิน มารอต้อนรับ พร้อมด้วยกองทหารเกียรติยศและปูพรมแดง เอเอฟพีกล่าวว่า ฮุน เซน เดินทางมาพร้อมกับนำหน้ากากอนามัย 3 ล้านชิ้น และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ มามอบเป็นของขวัญแก่รัฐบาลเมียนมาด้วย
ผู้นำกัมพูชาบอกไว้ว่า เขาจะใช้โอกาสการพบปะกับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย กดดันให้ผู้นำเมียนมายอมปฏิบัติตาม "ฉันทมติ 5 ข้อ" เพื่อคลี่คลายวิกฤติเมียนมา ที่ผู้นำกลุ่มอาเซียนเคยตกลงกันไว้ในการประชุมสุดยอดเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว

เมื่อวันพุธ ฮุน เซน กล่าวเรียกร้องให้หยุดยิง และขอให้ "ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง" ยุติความรุนแรงที่ทำลายประเทศนี้มานานเกือบ 1 ปี และขอให้อดทน โดยยืนกรานว่าการเยือนของเขาครั้งนี้จะก่อผลในเชิงบวก
กัมพูชาในฐานะประธานอาเซียนวาระปัจจุบัน พยายามดึงผู้นำเมียนมากลับเข้าสู่เวทีอาเซียน หลังจากชาติสมาชิกตัดสินใจคว่ำบาตร งดเชิญผู้นำทหารนายนี้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เนื่องจากไม่พอใจที่โรดแม็ปสันติภาพไม่มีความคืบหน้า
ก่อนการเดินทางฮุน เซน ได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีโจโก วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย และวิโดโดยืนกรานผ่านข้อความทางทวิตเตอร์หลังจากนั้นว่า หากไม่มีความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญ คงมีแต่ผู้แทนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองของเมียนมาเท่านั้นที่ควรได้รับอนุญาตเข้าร่วมประชุมอาเซียน
ปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวไว้ว่า การเยือนของฮุน เซน ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับ "การสานเสวนาอย่างครอบคลุมและความไว้เนื้อเชื่อใจทางการเมืองระหว่างทุกฝ่าย"
บรรดากลุ่มสิทธิและนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารเรียกร้องให้ผู้นำกัมพูชายกเลิกการเยือนครั้งนี้ โดยกล่าวว่าจะเป็นการสร้างความชอบธรรมต่อระบอบทหารที่มาจากการก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 มิน โก ไนง์ นักเคลื่อนไหวในเมียนมา โพสต์ทางโซเชียลมีเดียว่า ฮุน เซน จะเผชิญการประท้วงครั้งใหญ่ ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่ออาเซียน
รอยเตอร์กล่าวว่า มีชาวเมียนมาชุมนุมประท้วงการเยือนของฮุน เซน ในหลายเมือง ที่เมืองเตปายินซึ่งอยู่ทิศเหนือของกรุงเนปยีดอราว 300 กิโลเมตร มีภาพถ่ายเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียที่ผู้ประท้วงเผาโปสเตอร์รูปนายกฯ กัมพูชา และร้องตะโกนว่า "ฮุน เซน อย่ามาเมียนมา เราไม่ต้องการเผด็จการฮุน เซน"
นอกจากนี้ยังมีรายงานการประท้วงในเมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของเมียนมา และที่เขตตะนาวศรีและโมนยวาด้วย
ด้านแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนล โดยอีเมอร์ลีนน์ กิล รองผู้อำนวยการภูมิภาคฝ่ายวิจัย ออกแถลงการณ์ประณามการเยือนของฮุน เซน โดยกล่าวว่าการเยือนของเขาเสี่ยงต่อการส่งสารที่ปนเปต่อผู้นำทหารเมียนมา และหากฮุน เซน อยากช่วยจริงๆ เขาควรนำอาเซียนดำเนินการอย่างเข้มแข็งเพื่อจัดการกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายของเมียนมา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สีหศักดิ์' ถึงยูนนาน ถกจนท.-ทหารไทย พร้อมหารือไตรภาคี
'สีหศักดิ์' ถึง 'ยูนนาน' ประชุมร่วมเจ้าหน้าที่-ทหารฝ่ายไทย เตรียมพร้อมก่อนหารือไตรภาคี หลังข้อตกลงหยุดยิง
'จีน-ไทย-เขมร' เปิดฉากไตรภาคี นานาชาติร่วมยินดีหยุดยิง
'จีน-ไทย- กัมพูชา' หารือไตรภาคี หลังหยุดยิง นานาชาติร่วมยินดีไทย กต. ยืนยันยังคงรวบรวมหลักฐานทุ่นระเบิด เสนอตามกรอบออตตาวา ในฐานะรัฐภาคีที่รับผิดชอบต่ออนุสัญญา
บึ้มสนั่น! ขวางเลือกตั้งเมียนมา ตึกพรรคหนุนกองทัพพังยับ
ที่จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สหภาพเมียนมา ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า เมื่อคืนวันที่ 27 ธันวาคม 2568 . เวลาประมาณ 21.15 น. ที่ผ่านมา และ เวลา 00.48 น เช้ามืดวันที่ 28 ธันวาคม 2568. ได้เกิดการระเบิดขึ้น 4 ครั้ง
กองทัพยังไม่พบเหตุละเมิดหยุดยิง ยันห้ามเขมรกลับเข้า 'บ้านหนองจาน'
กองทัพยันยังไม่พบเหตุการณ์ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 72 ชม. ไทยยึดเคร่งครัด แจงชาวกัมพูชากลับเข้า 'บ้านหนองจาน' ในเขตฝ่ายไทยไม่ได้
'ทอ.' เช็กแล้ว! เที่ยวบิน 'เบลาลุส-พนมเปญ' อย่ากังวลพร้อม 24 ชม.
'ทอ.' เช็กเที่ยวบิน 'เบลาลุส-พนมเปญ' ยันถ้าเติมของและใช้กระทำฝ่ายไทย มีมาตรการตอบโต้-รับมือ ย้ำอย่าวิตกกังวล ชี้ช่วงนี้มีการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ

