มูฮัมหมัด ยูนุสได้รับเลือกให้เป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการ ภายหลังสิ้นสุดประท้วงครั้งใหญ่ในบังกลาเทศ

มูฮัมหมัด ยูนุส นักเศรษฐศาสตร์บังกลาเทศเจ้าของรางวัลโนเบล ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการ หลังจากนายกรัฐมนตรีชีค ฮาซีนาประกาศลาออกและหลบหนีออกนอกประเทศเพราะถูกกลุ่มผู้ประท้วงขับไล่ครั้งใหญ่

มูฮัมหมัด ยูนุส นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งได้รับรางวัลโนเบล ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการของบังกลาเทศ (Photo by Munir UZ ZAMAN / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 7 สิงหาคม 2567 กล่าวว่า มูฮัมหมัด ยูนุส นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งได้รับรางวัลโนเบล ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการของบังกลาเทศ

ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด ชาฮาบุดดิน ซึ่งประกาศยุบสภาเมื่อวันอังคาร ได้ทำการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการโดยมียูนุสเป็นหัวหน้าที่ปรึกษา จากความเห็นพ้องของผู้นำกองทัพ และหัวหน้ากลุ่มนักศึกษาต่อต้านการเลือกปฏิบัติ (SAD) ซึ่งมีบทบาทในการประท้วงขับไล่นายกรัฐมนตรีหญิงชีค ฮาซีนา จนต้องประกาศลาออกและหลบหนีออกนอกประเทศ

การแต่งตั้งดังกล่าวมีขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ผู้นำกลุ่มนักศึกษาเรียกร้องให้ยูนุส วัย 84 ปี ได้ขึ้นเป็นผู้นำ ขณะที่ยูนุสเองก็ยินดีที่จะรับหน้าที่นั้น

ตำแหน่งผู้นำรักษาการของยูนุสซึ่งได้รับการยกย่องว่าสามารถช่วยให้ผู้คนนับล้านในบังกลาเทศหลุดพ้นจากความยากจน จะเป็นเพียงแค่หัวหน้าที่ปรึกษา (Chief Advisor) เพื่อรับช่วงบริหารประเทศชั่วคราวก่อนการล้างไพ่การเมืองสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ในอนาคต

แถลงการณ์อย่างเป็นทางการระบุว่า ประธานาธิบดีได้ขอให้ประชาชนช่วยกันฝ่าฟันช่วงเวลานี้ไปให้ได้ และการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็นในการเอาชนะวิกฤตนี้ และเสริมว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติถูกไล่ออกแล้วจากความบกพร่องในการปกป้องประชาชน

ทั้งนี้ ชีค ฮาซีนา วัย 76 ปี ดำรงตำแหน่งนายกฯยาวนานมาตั้งแต่ปี 2552 และถูกกล่าวหาว่าทุจริตการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในเดือนมกราคม จนเป็นส่วนหนึ่งในแรงผลักดันให้ผู้คนนับล้านออกมาเดินขบวนบนท้องถนนในช่วงเดือนที่ผ่านมาเพื่อเรียกร้องให้เธอลาออก

มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายจากการเดินขบวนประท้วงที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กองกำลังรักษาความมั่นคงพยายามระงับความโกลาหล แต่การประท้วงกลับรุนแรงขึ้น และในที่สุดฮาซีนาก็หนีออกนอกประเทศด้วยเฮลิคอปเตอร์เมื่อวันจันทร์ หลังจากกองทัพแสดงจุดยืนอยู่ข้างประชาชน

พลเอกเวเคอร์-อุซ-ซามาน ผู้บัญชาการกองทัพบังกลาเทศ กล่าวในการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ของรัฐว่า ประเทศได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง มีผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต ถึงเวลาแล้วที่จะยุติหายนะครั้งนี้

บรรดาผู้นำกลุ่มนักศึกษาและนักการเมืองพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (บีเอ็นพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก คาดหวังว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่อย่างเสรีภายใน 3 เดือน ซึ่งประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด ชาฮาบุดดิน และมูฮัมหมัด ยูนุสเองก็เห็นด้วย

ในส่วนของกองทัพที่เข้ายึดอำนาจจากฮาซีนา ได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งนายพลหลายนายเมื่อวันอังคาร โดยปลดนายพลบางคนที่ถือว่ามีความใกล้ชิดกับฮาซีนาออกไป รวมทั้งเซียอูล อาห์ซาน ผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหาร Rapid Action Battalion

ขณะที่ คาเลดา เซีย วัย 78 ปี อดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศจากพรรคบีเอ็นพีที่ในเวลานี้อยู่ในเรือนจำ ก็ได้รับการปล่อยตัวจากการถูกกักบริเวณในบ้านมาหลายปีเช่นกัน

ถนนหนทางในกรุงธากาส่วนใหญ่เงียบสงบในวันอังคาร โดยร้านค้าและเที่ยวบินระหว่างประเทศกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ แต่สำนักงานของรัฐบาลส่วนใหญ่ยังคงปิดให้บริการ

ชาวบังกลาเทศหลายล้านคนหลั่งไหลลงสู่ท้องถนนเพื่อเฉลิมฉลองการจากไปของฮาซีนา และฝูงชนที่รื่นเริงยังบุกเข้าไปในรัฐสภาและเผาสถานีโทรทัศน์ รวมทั้งปล้นสะดมบ้านพักทางการของเธอ ไปจนถึงทำลายรูปปั้นของชีค มูจิบูร์ เราะห์มาน บิดาของเธอซึ่งเป็นวีรบุรุษแห่งอิสรภาพของประเทศ

ตำรวจกล่าวว่าฝูงชนได้เปิดฉากโจมตีล้างแค้นต่อพรรคพวกและพันธมิตรใกล้ชิดของฮาซีนา และยังบุกเรือนจำเพื่อปล่อยตัวนักโทษมากกว่า 500 คนอีกด้วย

ธุรกิจและบ้านเรือนบางแห่งที่เป็นของชาวฮินดู ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชาวมุสลิมส่วนใหญ่มองว่ามีความใกล้ชิดกับฮาซินา ก็ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน

วันจันทร์เป็นวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 10 รายในวันอังคาร ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมอยู่ที่อย่างน้อย 432 ราย ตามข้อมูลอ้างอิงจากตำรวจ, เจ้าหน้าที่รัฐ และแพทย์ในโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนของบังกลาเทศ รวมถึงนักการทูตสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานการโจมตีกลุ่มศาสนา, กลุ่มชาติพันธุ์ และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ จนเลยเถิด โดยอินเดียและจีนซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรระดับภูมิภาคที่สำคัญของบังกลาเทศ ได้เรียกร้องให้มีการสงบสติอารมณ์เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายมากไปกว่านี้

ด้านฮาซีนาเองตอนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมที่แน่ชัด หลังจากหลบหนีไปถึงอินเดียเพื่อจะเดินทางต่อไปยังลอนดอน แต่การเรียกร้องของรัฐบาลอังกฤษให้มีการสอบสวนเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายใต้การปกครองของเธอนั้น เป็นอุปสรรคต่อการลี้ภัยของเจ้าตัวจนถึงขณะนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สิทธิของปชช.ในวิกฤตน้ำมันแพง กับอำนาจ 'รัฐบาลรักษาการ'

'ดร.นพดล' ออกบทความเรื่อง 'สิทธิของประชาชนในวิกฤตราคาน้ำมัน เมื่ออำนาจของรัฐบาลรักษาการถูกจำกัดด้วยกฎหมาย จุดกระแสสังคมกำลังมองข้าม'

กลัวไม่เป็นข่าว! เจ๊นันทนาเหน็บอนุทินบริหารแบบพลัสๆ แต่ชาวบ้านไม่รู้น้ำมันเหลือสำรองเท่าไหร่

'นันทนา' จี้ รัฐบาลรับมือเหตุตะวันออกกลางอย่างมืออาชีพ แนะ 'อนุทิน' อย่าใช้ปากบริหาร หลังโพล่งวลี 'โควิดกระจอก' สมัยก่อน เหน็บบริหารแบบพลัสๆ คนยังไม่รู้น้ำมันเหลือสำรองเท่าไหร่

'อนุทิน' บอกยินดีหาก กกต. นับคะแนนใหม่ รอได้อยู่แล้ว ก็รักษาการไปเรื่อย ๆ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการชุมนุมเพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศว่า ขอให้เป็นไปตามกฏหมายและเป็นดุลยพินิจของ กกต.